close
FOLLOW US ON 

เขากระโจม สวนผึ้ง เก็บภาพพระอาทิตย์ตก ทิศตะวันตกสุดของประเทศไทย

เขากระโจม สวนผึ้ง ราชบุรี

เขากระโจม สุดเขตแดนตะวันตก ประเทศไทย

นี่คงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ทีมงานเที่ยวเพลิน ได้มีโอกาสกลับขึ้นไปที่ เขากระโจม อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ต่างจากทุก ๆ ครั้งที่ทีมงานได้ขึ้นไป เพราะเราได้เลือกช่วงเวลาของบ่ายวันหนึ่งที่ดูแล้วฟ้าฝนจะเป็นใจให้เรามิใช่น้อย เพราะหลังจากฝนตกอยู่หลายวันทำให้กำหนดการที่คิดไว้ต้องคลาดเคลื่อนออกไป แต่แล้วในที่สุดวันนี้ก็ได้ทำตามเสียงเรียกของหัวใจที่ทีมงานต้องการขึ้น เขากระโจม ไปเก็บภาพพระอาทิตย์ตก ที่ทิศตะวันตกสุดของประเทศไทยให้ได้ เพราะครั้งก่อนๆ นั้นเราเลือกที่จะขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นกันมาแล้ว แต่ปีนี้ต้องการนำเสนอความแปลกใหม่ของการเดินทาง เพื่อคุณผู้อ่านที่น่ารักของเราให้ได้มองในมุมที่ต่างออกไปบ้าง    วันนี้ทีมงานของเราก็ครบ แล้วพร้อมเดินทางกันตอนประมาณบ่ายสามโมง หลังจากจัดเตรียมสัมภาระต่างๆ เป็นที่เรียบร้อย และครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ ที่นอน ผ้าห่ม ยากันยุง และอาหาร สำหรับมื้อเย็นคืนนี้ เพราะพวกเราทีมงานตั้งใจว่าขึ้นเขากระโจม คราวนี้จะให้ได้ทั้งสองรูปแบบกันเลยทีเดียวค่ะ ทั้งพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น ทีมงานจึงจัดเตรียมทุกอย่างเพื่อจะขึ้นไปตั้งเต็นท์รับอากาศสุดแสนโรแมนติกอยู่บนยอดเขากระโจมกันเลย

ลุยกันเลย…ออกเดินทางขึ้น เขากระโจม

เมื่อทุกอย่างพร้อม คนขับรถเจ้าประจำของเราก็พร้อมคือ คุณอาร์ต ซึ่งค่อนข้างคุ้นเคยกับทีมงานของเราเป็นอย่างดีเพราะมาครั้งใดก็เลือกใช่บริการคุณอาร์ตอยู่เสมอๆ ด้วยเพราะคุณอาร์ตเป็นคนในพื้นที่ที่มีความชำนาญในเส้นทางเป็นอย่างดี บวกกับอัธยาศัยไมตรีที่มีให้นั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ซึ่งจุดแรกเรามาแวะไหว้พระกันก่อนจะอยู่ที่ตรงจุดผ่านด่าน ตชด. เพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วก็แจ้งท่านว่าขอให้เดินทางด้วยความปลอดภัยทั้งไป ทั้งกลับ….สาธุ…… ด้วยระยะตั้งแต่ตีนเขาไปจนถึงยอดเขา นั้นมีระยะทางทั้งหมดประมาณ 9 กิโลเมตร เราจะเริ่มด้วยถนนลาดยางระยะทางราว 4 กิโลเมตร ซึ่งถนนช่วงนี้ค่อนข้างสบายๆ เดินทางมาได้ซักระยะเราจะเห็นศาลเจ้าพ่อเขาคอด เราจึงแวะลงไปไหว้ท่านซักหน่อย ถือเป็นการบอกกล่าวเจ้าที่ เจ้าทางสักเล็กน้อย จากนั้นลงมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศทั่วไป แต่ขอบอกได้เลยว่า นี่เพียงแค่จุดเริ่มต้น วิวก็สวยมากๆ เลยทีเดียว เมื่อหอมปากหอมคอกับการถ่ายรูปแล้วเราจึงเดินทางกันต่อ คราวนี้จะเป็นของจริงแล้วนะคะ ที่ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ถนนอย่างนี้ต้องโฟร์วีลเท่านั้นที่จะผ่านไปได้ ฟังแคนี้ก็ตื่นเต้นแล้วใช่มั้ยละคะ เส้นทางที่เหลืออีกประมาณ 5 กิโลเมตรนั้น มีทั้งหลุม ทั้งบ่อ ทางก็ขรุขระแบบสุดๆ อีกอย่างชื่อก็บอกว่าเป็นเขา เส้นทางก็ต้องมีลาดชันเป็นธรรมดา (แต่ไม่ธรรมดาที่ความสูงนะจ๊ะ ขอบอกไว้ก่อน)

ผจญภัยระหว่างทางขึ้น เขากระโจม

นอกจากจะมีความลาดชันสูงแล้ว ระหว่างทางบางช่วงก็มีบ่อน้ำขนาดกว้าง ที่ลึกพอสมควร ที่เราต้องวิ่งฝ่าไป ก็เป็นอีกหนึ่งโมเม้นของความตื่นเต้นได้ดีเลยทีเดียวขอบอก ดังนั้นอย่างที่เราแนะนำตั้งแต่แรกว่าเราต้องใช้บริการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญกับพื้นที่จริงๆ เพราะเส้นทางที่นี่เขาแสนจะหฤโหดจริง เพื่อเป็นการเซฟความปลอดภัยของตัวเราเอง ควรเลือกใช้บริการของคนในพื้นที่ดีกว่านะจ๊ะ ทีมงานชาว บิ๊กแมพ ของเราเป็นห่วง

แวะชมความสวยงามของ น้ำตกผาแดง ก่อนถึง เขากระโจม

ระหว่างทางจะถึงเขากระโจมตรงบริเวณด่านตรวจบุษราคัม เราก็มีอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวชมธรรมชาติมาแนะนำให้คุณผู้อ่านได้เข้าไปชม แต่ขอบอกก่อนเลยนะว่า ต้องเดินเท้าเข้าไป แต่สำหรับผู้ที่มาแล้วเชื่อว่าแค่การเดินเท้าแค่นี้ถือเป็นเรื่องเล็กๆ ใช่มั้ยละคะ เราจึงลงจากรถแล้วเดินเท้าท่ามกลางต้นไม้แมกไม้สีเขียวขจี ที่ให้ความร่มรื่นตลอดทาง เดินไปตามทางไม่เกินสองร้อยเมตรเราก็จะพบน้ำตก ที่ไหลผ่านหน้าผาที่สีแดง เขาจึงเรียกที่นี่ว่า น้ำตกผาแดง อย่างไรละคะ ที่นี่เป็นน้ำตกขนาดกลาง ไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ แต่เราสามารถที่จะถ่ายรูปกับความสวยงามของน้ำตก และรับความชื่นฉ่ำของสายน้ำที่ตกกระทบโขดหิน แค่นี้เราก็สดชื่นมีพลังที่จะเดินทางตะลุยขึ้นเขากระโจมกันต่อแล้วละ (แต่ขอเตือนเพื่อนๆ ไว้อีกอย่างนะคะ ด้วยความชื้นของที่นี่ทำให้มีตัวทากดูดเลือดจำนวนมาก แต่ก็มีวิธีป้องกันมาแนะนำเพื่อนๆ โดยการสวมถึงเท้ากับรองเท้าผ้าใบจะเป็นการดีที่สุด หรือถ้าใครไม่ได้เตรียมมาก็หมั่นมองเท้าของตัวเองไว้นะจ๊ะ ถ้าเห็นแล้วต้องดึงออกทันที ไม่ให้ตัวทากนั้นดูดเลือดเรานานจนเกินจะเป็นการดีที่สุดจ้า) เราจึงเดินเท้าออกมาทางเดิมเพื่อขึ้นรถแล้วเดินทางกันต่อดีกว่าไม่อย่างนั้นมันจะค่ำแล้วเราจะไม่ได้เก็บภาพความประทับใจของพระอาทิตย์ที่กำลังตกหายไปกับภูเขาสีเขียวกันน่ะ

จากด่านบุษราคัมก็จะเหลือระยะทางอีกไม่มากก็จะถึง ยอดเขากระโจมกันแล้ว แต่เส้นทางนี่สิยิ่งใกล้เท่าไรเส้นทางก็เหมือนจะยิ่งลาดชันมากขึ้นเท่านั้นทำให้ทีมงานของเราหลายคน หวาดเสียวไปตามๆ กัน แต่ด้วยสองข้างทางที่มีแต่สีเขียวชอุ่มมีหยดน้ำเกาะ กระทบกับแสงพระอาทิตย์ พวกเราชาวบิ๊กแมพจึงพร้อมใจกันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรับเอาอากาศที่บริสุทธิ์เข้าไปแบบลึกๆ แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่า อย่าเพิ่งสูดเข้าไปลึกขนาดนั้น เพราะบนยอดเขากระโจมยังมีอากาศที่บริสุทธิ์กว่านี้ให้คุณได้สูดแบบเต็มปอดเลยล่ะ

แล้วในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางกันจนได้ ก่อนอื่นทีมงานสาวๆ ของเราก็ไม่รอช้ารีบชักชวนกันไปถ่ายรูปกับลานกว้างที่เอาไว้จอดเฮลิคอปเตอร์ถ้าไปยืนถ่ายตรงนั้นเราจะเห็นแนวภูเขาที่เรียงรายสลับซับซ้อนกัน มองดูแล้วต้องร้อง เฮ้อ… ออกมาเลยละ เราจึงย้อนกลับไปคิดว่ามันคุมกับทางที่สุดแสนหฤโหดที่เราฝันฝ่ามาจริงๆ ตากล้องของเราก็กางขาตั้งกล้องเตรียมพร้อมไว้เลยทีเดียว บ่งบอกได้เลยว่าไม่ค่อยจะตื่นเต้นเท่าไร เมื่อถ่ายรูปกันไปแบบพอหอมปาก หอมคอแล้ว หัวหน้าทีมสุดสวยของเราก็เรียกให้ทุกคนไปจัดเตรียมสถานที่หลับ ที่นอนกันก่อนที่จะมืดค่ำเสียก่อน เราจึงร่วมแรง ร่วมใจกันกางเต็นท์ จัดแคมป์ปิ้งเล็กๆ เพื่อหุงหาอาหารมื้อเย็นกัน

ชมแสงสุดท้าย พระอาทิตย์ตกที่ เขากระโจม

“พระอาทิตย์จะตกแล้ว” เป็นเสียงร้องอันน่าตื่นเต้นของผู้หญิงนางหนึ่งที่ตะโกนขึ้น ทำให้ทุกคนนั้นหันไปทางทิศตะวันตกกันอย่างพร้อมกันเลยทีเดียว แล้วเราก็ต้องตะลึงกับสีแดง ส้ม ที่ส่องประกายคลอเคลียกับภูเขาที่เรียงรายกันอยู่ตรงหน้าเราตากล้องของเราก็รู้หน้าที่รีบรัวชัตเตอร์เป็นสิบๆ ย้ายไปมุมนั้นบ้าง มุมนี้บ้าง พวกสาวๆ ชาวบิ๊กแมพของเราก็ไม่น้อยหน้า หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายคู่กับพระอาทิตย์สีส้ม แสงสวยๆ ธรรมชาติมันก็คือธรรมชาติ ในที่สุดพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปแบบไม่เห็นแม้แต่เงา พวกเราจึงเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาทันที สาวกุลสตรี (มั้ย) ทั้งหลายจึงเริ่มลงมือทำอาหารมื้อเย็นกันท่ามกลางแสงสลัว (เพราะตอนแสงเยอะมัวแต่ถ่ายรูปกันค่ะ) ในที่สุดเราก็ได้อาหารเย็นมารับประทานกัน (ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่ากินเพื่ออยู่จริงๆ… อิอิ) กินไปคุยกันไป จิบชาร้อนๆ ท่ามกลางอากาศที่แสนจะเยือกเย็น กับสายหมอกที่ลอยคลอเคลียอยู่รอบตัวเรา และก็เป็นโชคดีของเราอีกเช่นกันที่ท้องฟ้าค่อนข้างเปิดทำให้เราสามารถมองเห็นดวงดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า ถึงจะมีไม่มากแต่ก็ช่วยสร้างความโรมแมนติกแบบเล็กๆ ได้เหมือนกันน่ะ สาวๆ ก็สร้างความโรแมนติกเล็กๆ ไปสักพักก็มีเสียงเรียก (อีกล่ะ) ว่า เข้านอนกันได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นกันนะ (เดากันถูกมั้ยละคะว่าเป็นเสียงของใคร) เราก็ไม่อยากที่จะขัดบัญชาจึงพากันเดินเข้าเต็นท์ใครเต็นท์มันเพื่อหลับพักผ่อนและแอบหนีอากาศหนาวด้านนอกไปขอซุกตัวใต้ผ้าห่มในเต็นท์กันดีกว่า…

ชมแสงแรกแห่งวัน และทะเลหมอกที่ เขากระโจม

อากาศกำลังเย็นสบายนอนอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น แต่เราก็ต้องตื่นขึ้นมาเพื่อมาเจอกับสิ่งสวยงามที่รอเราอยู่เบื้องหน้า นั้นคืออีกหนึ่งสิ่งที่เรารอคอยคือพระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง ในที่สุดเราก็จะได้ดูทะเลหมอกกันแล้ว เมื่อนึกได้อย่างนั้นก็ลุกขึ้นจากที่นอนแล้วออกไปก่อไฟต้มน้ำเพื่อชงกาแฟกันดีกว่า เมื่อกลิ่นของกาแฟเริ่มพวยพุ่งแต่ละเต็นท์ก็เริ่มขยับ สมาชิกของเราเริ่มออกมานั่งล้อมวงจิบกาแฟพร้อมกับเสียงสนทนารอการกลับมาของพระอาทิตย์ คุยกันได้สักพักแสงสีส้มก็เริ่มส่องขึ้นมา โดยไม่มีเสียงบอก เสียงเรียกแต่อย่างใด ทุกคนลุกขึ้นพร้อมกันแล้วหันไปทางทิศตะวันออก เพื่อรอการขึ้นมาของพระอาทิตย์ที่กำลังลอยแทรกตัวออกมาจากหมอกสีขาวหนาทึบ ที่เราเรียกว่า ทะเลหมอกนั่นเอง เวลาผ่านไปพระอาทิตย์ก็ลอยพ้นทะเลหมอกขึ้นมาเรื่อยๆ ฉันจึงหันไปมองทุกคนที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานมองไปที่พระอาทิตย์ มันช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจอะไรอย่างนี้ คิดได้ดังนั้นฉันจึงเดินถอยหลังไปนิดเพื่อเก็บภาพสมาชิกที่กำลังซึมซับกับทะเลหมอกที่อยู่เบื้องหน้า เมื่ออิ่มเอมกับการถ่ายภาพทะเลหมอกแล้ว เราหันมาถ่ายภาพกับป้ายสุดเขตประเทศไทยกันดีกว่า เพื่อเป็นที่ระลึกว่าเรามาถึงแล้วนะ เขากระโจม สุดเขตประเทศไทยภาคตะวันตก

เผลอแป๊ปเดียวเวลาแห่งความสุขกับธรรมชาติเราจะหมดแล้วหรือนี่ มันน่าใจหายจริงๆ อย่างที่เขาบอกไว้จริงๆ ว่าเวลาแห่งความสุขนั้นช่างหมดเร็วอะไรอย่างนี้ เวลากลับของเราก็มาถึง เราทุกคนช่วยกันเก็บของเพื่อเดินทางกลับ แต่ดูจากสีหน้าทุกคนแล้วนั้นมีแต่ความเสียดาย และคงคิดเหมือนกันว่าเมื่อไรเราจะได้มารับอากาศที่บริสุทธิ์แบบนี้อีกนะ ทุกคนเสียดายที่ทริปนี้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอีก ใช่มั้ยละคะ พวกเราชาว บิ๊กแมพ จึงอยากให้เพื่อนๆ นั้นลองมาที่นี่ ที่เขากระโจมดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าธรรมชาติที่บริสุทธิ์ อย่างแท้จริงนั้นเป็นอย่างไร มาดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างพวกเราสิค่ะ แล้วคุณจะติดใจ และจะได้รู้ว่าธรรมชาติประเทศไทยก็มีดีไม่แพ้ประเทศใดในโลกเหมือนกัน….

เขากระโจม สวนผึ้ง ราชบุรี

เขากระโจม สวนผึ้ง ราชบุรี

Leave a Response