close
FOLLOW US ON 

ข่าวสารข้อมูล

ตรุษจีนปากน้ำโพ นครสวรรค์ เปิดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ 12 วัน 12 คืน เริ่มแล้ววันนี้ 19 – 29 มกราคม 2563

รายการ “เรียกที่นี่ ว่าที่รัก” สุขสันต์วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 เริ่มต้นเปิดงานแล้ว เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์ยิ่งใหญ่อลังการมาก ๆ สมคำร่ำลือว่าเทศกาลตรุษจีนที่ไหน ๆ จะยิ่งใหญ่อลังการเหมือนกับประเพณีแห่เจ้าพ่อ เจ้าแม่ปากน้ำโพ เมืองนครสวรรค์

เปิดอย่างเป็นทางการกับพิธีเปิดงานเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์อย่างยิ่งใหญ่ 104 ปี อัตลักษณ์ประเพณี วิถีแห่งศรัทธา” ร่วมสืบสาน รักษา สร้างเสริมสิริมงคลตลอดปี เมื่อค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนายอรรถพร สิงหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายอิทธิ สุเมธโชติเมธา ประธานกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ปี 2562 – 2563 และนายจิตตเกษม นิโรจน์ธนรัฐ นายกเทศมนตรีนครสวรรค์ ร่วมในพิธีเปิดงาน

อัตลักษณ์ประเพณีวิถีแห่งศรัทธาเพื่อสืบสานรักษาประเพณีสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนนานถึง 104 ปีครับ ดังนั้นหนุ่ม-สุทนขอเชิญชวนให้มาเที่ยวงานตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์ ตั้งแต่วันที่ 18 – 29 มกราคม 2563  รวม 12 วัน 12 คืน กิจกรรมน่าสนใจภายในงาน

  1. ถ่ายภาพย้อนยุคเมืองโบราณของชาวจีนสวยงามครับ วัฒนธรรมชาวจีนทั้ง 5 ภาษา หรือ 5 ชนเผ่าจัดเป็นถนนสายวัฒนธรรมของจีนโบราณ ที่อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนทำการค้าเมืองปากน้ำโพหรือนครสวรรค์
  2. ชมการแสดงวงดนตรีลูกทุ่งพร้อมนักร้องชื่อดัง เวทียิ่งใหญ่บนเนินทรายต้นแม่น้ำเจ้าพระยา
  3. เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์มีความยิ่งใหญ่มาก ๆ เพราะชาวเมืองปากน้ำโพนครสวรรค์ให้ความร่วมแรง ร่วมใจการจัดงานตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์จนกลายเป็นอัตลักษณ์ประเพณีวิถีแห่งศรัทธาต่อองค์เจ้าพ่อ เจ้าแม่ปากน้ำโพนครสวรรค์

ศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ปากน้ำโพ แต่เดิมเรียกว่าศาลเทพารักษ์ ในปี พ.ศ.2563 ท่านที่เกิดปีชง  มาขอแก้ชงได้เป็นหนึ่งเดียวในโลก ที่ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ปากน้ำโพ ที่นี้เป็นจุดรวมแม่น้ำ 4 สายไหลมารวมกันจาก ปิง วัง ยม น่าน ไหลมารวมกันเป็นต้นแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณนี้ทิวทัศสวยงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกกันว่าเมืองลอยน้ำ ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เนื่องจากว่าเป็นที่จอดเรือสินค้าและขนส่งสินค้าไปเมืองพิจิตร เมืองน่าน เมืองพิษณุโลก และอุตรดิตถ์ สินค้าไปถึง สปป.ลาว

หาโอกาสเดินทางท่องเที่ยวให้ได้นะครับ 12 วัน 12 คืน หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำงานตรุษจีนปากน้ำโพนครสวรรค์และไปศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่ปากน้ำโพเพื่อขอพรเป็นสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน ปี พ.ศ. 2563 นี้ครับ

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #ตะลอนชิมกาแฟทั่วไทย #เที่ยวทั่วไทยคลื่นข่าว100.5fm

#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

 

 

อ่านต่อ

ชีพจรลง South wow ทุกสไตล์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภูมิภาคภาคใต้ร่วมกับสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(TFOPTA )และพันธมิตร

รายการ “เรียกที่นี่ ว่าที่รัก” สุขสันต์วันพฤหัสที่ 16 มกราคม 2563 ครับ เมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2563 หนุ่ม-สุทน ได้ไปนั่งฟังการแถลงข่าวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท)ภูมิภาคภาคใต้

หนุ่ม-สุทน ขอใช้คำว่าว้าว ๆ เพราะเขาเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกแล้วครับ ตามปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในโครงการ “ชีพจรลงSouth wow ทุกสไตล์” โดยมี ผอ.นิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้และนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(TFOPTA )และพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนบัตรเครดิต ส่วนลดในโครงการชีพจรลง South wow ทุกสไตล์ คือธนาคารกรุงเทพครับ

การจัดแถลงข่าวเปิดโครงการชีพจรลง South wow ทุกสไตล์ ครั้งนี้จัดที่ห้องประชุมจูปิเตอร์ 13 อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ชั้น 1 เมืองทองธานี และมีผู้ฟังการแถลงข่าวทั้งสื่อมวลชนและผู้ประกอบการนำเที่ยวซึ่งเป็นบริษัทนำเที่ยวที่มากด้วยคุณภาพและประสบการณ์จำนวน 120 บริษัท

โครงการชีพจรลง South wow ทุกสไตล์ เชื่อว่าในปี พ.ศ. 2563 จะประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีครับ ตามเหตุผลที่ หนุ่ม-สุทนได้นั่งฟังการแถลงข่าวครั้งนี้เห็นบริษัทนำเที่ยวมุ่งมั่ง เข้มแข็งจะช่วยกันจัดเป็นแพ็คเกจท่องเที่ยวใน 10 เส้นทาง 14 จังหวัดภาคใต้ ฮ่า ๆ ขอให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ครับ

การจัดแถลงข่าวครั้งนี้ ผอ.นิธี สีแพรและนายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ได้กล่าวว่าจะนำคณะสื่อมวลชนเดินทางเข้าพื้นที่ สถานที่ท่องเทียวเพื่อเก็บข้อมูลมาเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวใน 14 จังหวัดภาคใต้มากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวภาคใต้เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ 14 จังหวัดมากถึง 80 เปอร์เซนต์และอีก 20 เปอร์เซนต์เป็นนักท่องเที่ยวจากภาคอื่น ๆ ครับ สำหรับคำว่า “3จังหวัดชายแดนใต้” ผอ.นิธี สีแพร กล่าวว่าไม่มีคำนี้แล้วครับ ขอให้ใช้คำว่า “เที่ยวภาคใต้ 14จังหวัดครับ” หนุ่ม-สุทนขอนำเสนอ 14 จังหวัดภาคใต้น่าไปเที่ยวมาก ๆ ครับ ถ้าหากมีโอกาสหนุ่ม-สุทนจะเดินทางไปเก็บข้อมูลตามสถานที่ท่องเทียวมาเล่าเรื่องให้แฟนเพจทุกท่านอ่านเรื่องท่องเที่ยวครับ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#ตะลอนชิมกาแฟทั่วไทย
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#เที่ยวทั่วไทยคลื่นข่าว100.5fm
แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

อ่านต่อ

เริ่มแล้วงานเคาท์ดาวสุดยิ่งใหญ่ของเมืองราชบุรี Amazing Thailand Countdown 2020 @Ratchabui

รายการ “เรียกที่นี่ ว่าที่รัก” สุขสันต์วันพุธที่ 25ธันวาคม2562 เริ่มแล้วครับงานเคาท์ดาวที่ยิ่งใหญ่ของเมืองราชบุรี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับจังหวัดราชบุรีและเทศบาลเมืองราชบุรีจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2020 @Ratchabui

งานเคาท์ดาวที่ยิ่งใหญ่มากและงานนี้จัดบริเวณริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนาติดกับแม่น้ำแม่กลอง เทศบาลเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคม 2562 โดยมีพิธีเปิดอุโมงค์ประดับไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเมื่อคืนวันที่ 24 ธันวาคม 2562 โดยนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นางสาวยุพา ปานรอด ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและนางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรีพร้อมแขกที่เข้ามาร่วมงานและสื่อมวลชนครับ

เมื่อเปิดอุโมงค์ประดับไฟฟ้าแล้วนักท่องเที่ยวจะได้ชมความงดงามของอุโมงค์ประดับด้วยไฟฟ้าสีสันสวยงามริมเขื่อนประชาพัฒนาครับและมีมินิคอนเสิร์ตให้ได้ชมด้วยครับ ส่วนคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2562 นักท่องเที่ยวมาร่วมกันนับถอยหลังส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่ 2563 ณ ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนาที่ยิ่งใหญ่อลังการพร้อมกับชมพลุและดอกไม้ไฟแบบโบราณหาชมได้ยากต้องเดินทางไปเที่ยวจ.ราชบุรี ครับหนุ่ม-สุทนขอบอก   ภายในงานยังมีโซนต่างๆ ที่น่าสนใจให้เดินชมอีกหลายโซนครับ

Happiness Zone จุด check point ด้วยกล่องของขวัญแห่งความสุขขนาดยักษ์ ให้ผู้ร่วมงานได้มาถ่ายรูป เสมือนส่งมอบของขวัญให้กับคนพิเศษ
Delightfulness Zone พบกับอุโมงค์ประดับไฟความยาวกว่า 60 เมตร ที่ตั้งอยู่บริเวณริมเขื่อนฯ ภายในอุโมงค์บอกเล่าเรื่องราวความเป็นราชบุรี ครั้งแรกในประเทศไทยที่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ THE SUNFLOWERS ดอกทานตะวันขนาดใหญ่ สูง 4.5 เมตร จากงาน Vivid Sydney ที่จัดขึ้นที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งดอกทานตะวันจะหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์ พร้อมแผงโซล่าเซลล์ที่ติดตั้งไว้เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ และนำมาขับเคลื่อนดอกไม้ในเวลากลางคืน
วันที่ 30 – 31 ธ.ค. 62 พบกับร้านค้า และคอนเสิร์ตจากศิลปินมากมาย ดังนี้
Willingness Zone กิจกรรมไฮไลท์ส่งความสุข เก็บ moment ความประทับใจข้ามปี ด้วยการเก็บภาพและเขียนอวยพรส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นตัวแทนส่งความสุขจากชาวราชบุรี
Craftiness Zone โซนร้านค้า Premium Craft ที่นำสินค้า craft และสินค้า handmade จากทั่วประเทศกว่า 15 ร้านค้า
Tastefulness Food Zone โซนร้านอาหารจากจังหวัดราชบุรีกว่า 20 ร้านค้า ที่จะนำอาหารท้องถิ่นราชบุรีแท้ ๆ มาให้ลองชิม และ Food truck ร้านดัง กว่า 10 คัน ทั่วประเทศ
Passionate Zone เวทีคอนเสิร์ตที่จะพาศิลปินมามอบความสุขให้กับชาวราชบุรีตลอดทั้ง 2 วัน วันที่ 30 ธ.ค. 62 Sunny Parade, The Richmantoy, Instinct และ วันที่ 31 ธ.ค. 62 No One Else, ลำไย ไหทองคำ, วง Clash

ท่านที่สนใจจะเดินทางท่องเที่ยวในเขต จ.ราชบุรี สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานราชบุรีโทรศัพท์ 032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30น.

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#ตะลอนชิมกาแฟทั่วไทย
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#เที่ยวทั่วไทยคลื่นข่าว100.5fm
แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

อ่านต่อ

เที่ยวสวนสามพรานสำราญใจ อาหารปลอดภัยต้องตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

รายการ “เรียกที่นี่ ว่าที่รัก” โดยหนุ่ม-สุทน สุขสันต์วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562  วันนี้จะพาไปรู้จักโรงแรมสวนสามพรานและตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐมครับ หนุ่ม-สุทน ขอเริ่มต้นเล่าเรื่องราวความเป็นมาของพื้นดินในเนื้อที่ 130 ไร่ ติดแม่น้ำท่าจีนหรือแม่นครชัยศรีเจ้าค่ะ พื้นดินแห่งนี้จุดมุ่งหมายคือการปลูกต้นพิกุลและดูแลให้งดงาม ส่วนเหตุผลเพราะว่าต้นพิกุลสมัยโบราณเชื่อถือว่าต้นพิกุลเป็นไม้มงคลมีอายุยืนยาว ส่วนดอกพิกุลมีกลิ่นหอมกรุ่นและเชื่อว่าเป็นดอกไม้สวรรค์ใช้ประกอบพระราชพิธีมงคลต่างๆ มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีครับ  ต่อมาในปี พ.ศ. 2505  พื้นที่แห่งนี้จึงได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจโรงแรมสวนสามพรานหรือrose garden ครับ รวมทั้งเป็นสวนพันธุ์ไม้นานาชนิด แต่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรู้จักความสวยงาม จนยากจะมาชมมากๆ คือดอกกุหลาบครับ นี่คือจุดเริ่มต้นที่กล่าวถึงสวนสามพรานและบ้านเรือนไทยย้อนยุคแบบไทยโบราณสร้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้าพักผ่อนคล้ายๆ บ้านตัวเองเจ้าค่ะ ต่อมาเมื่อ Rose garden ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนภายในสวนสามพราน จึงได้จัดสร้างหมู่บ้านไทยและโรงละครจัดแสดงทั้งสี่ภาคปรากฏว่าประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง มีบริษัทนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงร้องรำทำเพลง การชกมวยเป็นต้น รวมทั้งมีอาหารกลางวันไว้บริการด้วย โดยเฉพาะผัดไท ซึ่งอร่อยถูกใจนะจ๊ะต้องไปชิมครับ

ต่อมาเมื่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเข้ามามีถนนเพิ่มขึ้นการเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงน้อยลง ด้วยเหตุผลนี้หรือป่าว? ทำให้ผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นที่ 3  คิดใหม่ ทำใหม่หรือเรียกว่าสไตล์คนรุ่นใหม่ฮ่าๆ พี่หนุ่ม-สุทน ขอปรบมือดังๆ แสดงความยินดีและชื่นชมกับก้าวใหม่สู่พื้นดินที่สร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเรียนรู้และก้าวไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงเจ้าค่ะ

 

โดยในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารรุ่นใหม่ก็ออกพื้นที่พูดคุยกับชาวเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ทราบถึงวิธีการและแนวคิดของคนในพื้นที่ เพื่อหาวิธีการที่จะเปลี่ยนแปลงและหันมาร่วมกันปลูกผักปลอดภัยหรือที่เรียกผักเกษตรอินทรีย์ แรกๆ ชาวบ้านชาวสวนเกษตรยังไม่เข้าใจครับ ต้องไปพูดไปคุยกัน 3-4 ครั้ง โดยทางโรงแรมสวนสามพรานมีผู้รู้เรื่องเกษตรเดินทางไปให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องเกษตรอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ ได้ผลผลิตจากการปลูกผักปลอดสารพิษเป็นที่น่าพอใจ จึงได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในเขต จ.นครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง จนสามารถนำผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์มาจำหน่ายในตลาดสุขใจ สุขใจจริงๆ ครับ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์ได้อย่างจุใจเจ้าค่ะไม่ต้องกังวลเรื่องของสารพิษใดพี่หนุ่ม-สุทน ขอบอกรับรองได้ครับ

ส่วนโรงแรมสามพราน 4 ดาวนะจ๊ะ แต่การบริการยอดเยี่ยมของพนักงานในสวนสามพรานมีการอบรมมารยาทและรอยยิ้มเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนเจ้าค่ะ และถ้าหากพักแรมเค้ามีห้องพักมากถึง 160 ห้อง พักผ่อนแบบสบายใจและเดินชมพันธุ์ไม้นานาชนิดมีลมพัดผ่านเย็นๆ ริมแม่น้ำท่าจีน ยามเย็นนั่งดูแสงตะวันลับยอดต้นไม้ เห็นแสงตะวันอ่อนๆ นั่งริมน้ำ

สำหรับผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นใหม่ ซึ่งมีแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในแบบเกื้อหนุนสังคม ย่อมได้รับการแนะนำและส่งต่อธุรกิจจากรุ่นที่ 2 คือคุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหารสวนสามพรานเป็นอย่างดีด้วย ส่วนผู้บริหารสวนสามพรานรุ่นที่ 3 หรือรุ่นใหม่ 1.คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ 2.คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ และ 3.คุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไปครับ ทั้ง 3 ท่านร่วมกันเพื่อนำพาสวนสามพรานก้าวไปสู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแบบสไตล์คนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมทั้งภาครัฐและเอกชนภายใต้ “สามพรานโมเดล” และแบรนด์ “ปฐม” อย่างมุ่งมั่นต่อไป

โรงแรมสวนสามพรานมีห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ร้านอาหาร ไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีร้านกาแฟสดสไตล์สวนสามพรานชื่อปฐมเจ้าค่ะและมีลานกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เช่นดำนาข้าว และทอผ้าย้อมเส้นใยผ้า ปั้นตุ๊กตา ร้อยมาลัยเป็นต้น ส่วนพื้นที่โอโซนและปลูกผักปลอดสารพิษตรงข้ามโรงแรมสวนสามพรานเนื้อที่ 30 ไร่ เป็นพื้นดินเพื่อการเรียนรู้เรื่องเกษตรครับ

สำหรับท่านที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยว ศึกษาแหล่งเรียนรู้ หรือจัดประชุมสัมมนาที่โรงแรมสวนสามพรานสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034-322 588-93 หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com  ได้ทุกวันครับ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย

#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ

#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel

#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife

#STNewsThailand

อ่านต่อ

“แม่ฮ่องสอน” ยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม “ปางมะผ้า ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน” การท่องเที่ยวแบบครบวงจร

เริ่มต้อนฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะปีใหม่แล้วเวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ว่าไหมคะท่านผู้อ่าน ห่างหายกันไปนานไม่ได้มาทักทายกันเลย ครั้งนี้มาก็ขอหอบเอาบรรยากาศดีช่วงหน้าหนาวมาฝากสักหน่อยนะ ทางผู้เขียนได้มีโอกาสไปสัมผัสลมหนาวที่เมืองสามหมอก เมื่อวันที่ 7,8และวันที่ 9 ที่ผ่านมา เป็น งานกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน   “แม่ฮ่องสอน” ยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม ใน 3 อำเภอแห่งประวัติศาสตร์ “ปางมะผ้า ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน” จัดกิจกรรมให้ชุมชนช่วยการท่องเที่ยวแบบครบวงจร

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ และธรรมชาติในแถบเทือกเขารอยต่ออำเภอปางมะผ้า ปาย และเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีสภาพป่าเขา ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สวยงาม มีถ้ำอยู่จำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีมนุษย์ถ้ำโบราณอาศัยอยู่เป็นเวลานานมาแล้ว นอกจากนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลมาตั้งฐานทัพบริเวณอำเภอขุนยวม ทำให้เกิดประวัติและเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับชาวญี่ปุ่น

 

ประวัติศาสตร์ทั้งสองด้านของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการบอกเล่าเรื่องราว ถ่ายทอด โดยผู้ที่อยู่ในชุมชน เองบอกเลยคะว่าไม่เสียเที่ยวในการมาเที่ยวจริงๆ ประจวบเหมาะกับช่วงนี้กระแสและความนิยม การท่องเที่ยวโดยชุมชน “Community Based Tourism” ก็ได้รับความนิยมและได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ เป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนับสนุเพราะเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นถิ่น ทำให้ผู้ที่มาเยือนได้ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ของชุมชน รวมถึง กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้เกิดประโยชน์แก่คนในท้องถิ่น ในมิติที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของ เป็นผู้รับผิดชอบ และทำหน้าที่จัดการการท่องเที่ยวได้ด้วยชุมชนเอง รวมถึงเป็นการยกย่อง เชิดชูภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกิดจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุมชน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562
เริ่มต้นการเดินทางเดินครั้งนี้ ด้วยเครื่องบิน ที่สนามบินดอนเมือง ด้วยเที่ยวบินประมาณตี 5 ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชม. เห็นจะได้ค่ะ ก็ถึงสนามบินเชียงใหม่เช้าพอดีเลย อากาศสดชื่นสุดๆเลยค่ะ มองซ้ายมองขวา เห็นน้องทีมงานยื่นรอรับอยู่ ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม จะรออะไรละคะ ก็รีบขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันเลย
จากเครื่องบิน ก็มาต่อกันด้วย รถตู้จาก เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน รถตู้มารับออกจากสนามบินเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างเดินทางก็ได้ชมข้างทาง ช่างสวยงามจริงๆค่ะ หลายๆท่านที่เคยมา คงนึกออกว่าความสวยงามจะมากขนาดไหน ใช่ไหมละคะ แต่หากท่านใดยังไม่เคยมา วันนี้ก็มีภาพมาฝากให้ชมกันเล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ ครั้งนี้ชมรูปไปก่อน แต่อย่าลืมหาโอกาสเพื่อไปเที่ยวชมให้ได้นะคะ เดินทางมาสักพัก ก็ถึงเริ่มหิวแล้ว ก่อนเข้าไปชมธรรมชาติ ในถ้ำลอด ก็หยุดแวะรับประทานอาหารกลาง ที่ ร้านครัวนอร์ทเทอร์นฮิลล์ ทางร้านได้จัดเมนูอาหารไว้ให้เรียบร้อย อิ่มหายหิว อยากหลับมากๆค่ะ แบบที่คำที่เคยได้ยินกันว่า หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ได้หมอนสักใบคงดี ก็อาหราอร่อยๆ แบบท้องถิ่น ชวนลิ้มลองจริงๆ เช่นเมนู ไก่อุบ ผัดเห็ดดินด้าน น้ำพริกหนุ่ม ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของที่นี่มีรสชาติอร่อยมากคะ

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทางไปที่ ถ้ำลอน อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฉ่องสอนเมื่อทางคณะก้าวเท้าแรกลงไปจากรถ ก็ได้ยินเสียงกล่าวคำว่า สวัสดีครับ/ค่ะ สวัสดีจ้าว น่ารักมากๆว่าไหมคะ หลังจากเสียงสวัสดีแล้ว ก็เริ่มได้ยินเสียงดนตรี หันไปดู เห็น ฆ้องราว (ฆ้องราว เป็นอัตลักษณ์ของชาวไทใหญ่) ชวนให้ ครึกครื้นมากๆเลยค่ะข้างหน้า เครื่องดนตรี ก็ได้พบกับ การแสดงโต ในการแสดงโต เป็นการแสดง โดยใช้ผู้ชาย ๒ คนเล่น คนหนึ่ง เชิดทางหัว ส่วนคนที่สอง เชิดทางหาง คล้ายๆ การเชิดสิงโตของจีนนั้นเอง ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงแล้ว ก็มานั้งฟังเรื่องราว เกี่ยวกับ ประวัติเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แหล่งธรรมชาติ และอื่นๆที่มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง ฟังเรื่องเล่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟังแล้วก็ต้องปฏิบัติจริงค่ะ ช้าทำไมละคะเข้าไปดูบรรยากาศใน ถ้ำลอดกันดีกว่า ก่อนเดินเข้าตรงบริเวณปากทาง ถ้ำลอดจะมีชาวบ้านยืนรอพร้อมถือตะเกียงเจ้าพายุ เพื่อนำทางนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาชมธรรมชาติ ภายในถ้ำ สวยงามมากๆ เดินไปตามสะพานไม้ไผ่ สักพัก ก็จะเจอกับหินรูปทรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ รูปหินที่สวยงามนี้บางรูป มีรูปแลดูก็เหมือนบล็อกโคลี่นะ ก็จินตนาการไปเลือนๆ เพราะหินแต่ละก้อน ความงดงามไม่เหมือนกัน รูปทรงก็แตกต่างกันด้วย

 


หลังจากที่เดินเข้าไปหินงอก หินย้อย รูปทรงต่างๆเสร็จแล้ว ก็ ต่อด้วย เดินขึ้นบันไดประมาณ 95 ขั้นนะคะ ความงดงามก็จะได้อีกบรรยากาศเลยค่ะ เมื่อขึ้นไปแล้วก้มลงมาจะเห็นหินเป็นเหมือนรูปตุ๊กตาสวยมากหลังจากชื่นชม (ถ้ำ2) โซน 2 เสร็จก็เดินลงจากบันไดเพื่อไปชม(ถ้ำ 3) โซน3 ด้วยการนั่งแพไม้ไผ่ ที่ชาวบ้านเตรียมไว้สำหรับ บริการนักท่องเที่ยว 1ลำ นั้งได้ 3 ท่านนะคะ นั่งชมความงามกันแบบสบายๆได้เห็นปลามากมายที่อยู่ในถ้ำ พากันว้ายมาหา เหมือนบอกว่า ยินดีตอนรับ เพลินไปอีกแบบ นั่งแพไปสักพัก จะเห็นจุดชมวิวที่สวยมาก ว่าแล้วก็ขอเก็บรูปมาฝากนะคะ ถ่ายออกมาอาจไม่สวย เท่ากับสถานที่จริง เพราะด้วยฝีมือยังไม่ถึงขั้นเท่าไหร่ อย่าว่ากันนะ รูปกับวิวสวยๆ นิดๆ หลังจากนั้นชาวบ้านที่ถือตะเกียงก็พาเดินเข้าถ้ำ ในถ้ำ นี้จะเห็นโรงศพของผีแมน หลังจากนั้น ก็ได้นั่งแพ ออกจากถ้ำกับบรรยากาศที่เงียบได้ยินเสียงหยดน้ำ จากบนถ้ำหยดลงน้ำ เสียงปลาไหว้น้ำเพื่อมาส่ง เมือแพถึงทางออกก็เดินไปขึ้นรถเพื่อออกเดินไปที่พัก เพื่อทานข้าวแล้วก็เข้านอนเตรียมตัวออกเดินทางพรุ่งนี้ กันต่อ
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562
ตื่นตี 5 ครึ่งออกเดิน ทาง 6 โมงเช้า เริ่มจากการ ไปหาอาหารเช้าแบบพื้นเมืองรับประทานที่ บ้านจ่าโบ่ เมนูที่บ้านจ่าโบ่ อำเภอปาย จ.แม่ฉ่องสอน ก็จะมี ข้าวต้ม ข้าวผัด น้ำพริกมูเซอ กินคู่กับผักหลากหลายชนิด อร่อยไปอีกแบบ ได้ท่านอาหารที่แสนอร่อยแล้ว ยังได้อิ่มเอมกับบรรยากาศ หมอกยามเช้า ภูเขาสวยๆ หลังจากนั้นก็ที่ขาดไม่ได้เลย ก็ต้อง เก็บภาพคู่กับวิวสวยๆ สักหน่อยนะคะ เดินออกไปเพื่อไปขึ้นรถก็อดที่จะแวะชมของฝากของชาวบ้านไม่ได้ ด้วยความสวยงามของสีสัน ที่ชวนให้หยุดแวะชม สอบถามดูแม่ค้าบอกว่า เสื้อที่เห็นนะเย็บเองนะจ๊ะ ฝีมือล้วนๆเลยละ ติดไม้ติดมือกันคนละชิ้นสองชิ้น เพื่ออุดหนุนการท่องเที่ยวแบบชุมชนสักหน่อย พอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ออกเดินทางไปชม ความงาม ที่ ทุ่งบัวตอง


เมือเดินทางมาถึง ทุ่งบัวตอง อำเภอขุนยวม แม่ฮ่องสอน ก็ตื่นเต้นมาๆ เพราะฝนตกพอดี แต่ด้วยความสวยงามของ ทุ่งบัวตอง ที่บานสะพรั่ง ชวนเหลือเกินให้ลงจากรถ ไปชมความงาม ไปเก็บภาพ มาฝาก ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ สมใจ สวยงามสุดๆ ใครยังไม่ได้มา ก็ต้องหาเวลามาให้ได้นะ ความสวยงามกับบรรยากาศสดชื่นชวนให้ถ่ายรูปสวยๆมาเยอะเลย หลังจากที่ชมความงามของทุ่งบัวตอง เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อ ไปรับประทานอาหาร เที่ยงกันที่ ร้านเฮินปิลันธน์ แม่ฮ่องสอน เมนูที่นี่จะมี แกงแค
ซ่าถั่วป๋อง (ถั่วพู)  ซ่า = ดิบ โก๋ = สุก ข้าวส้ม  จิ้นลุง ปลาจอ  หนังปอง(หนังควาย หรือ หนังวัว) อร่อยมากค่ะ นอกจากทานอาหารแล้ว ยังได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมพื้นเมือง ของชาวบ้านเมืองปอน ทานข้าวอิ่มก็ได้เวลา

เดินทางไปต่อ ที่วัดต่อแพ วัดต่อแพ ตั้งอยู่ที่ บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมน้ำ นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะเข้าชมให้ได้ สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ของแม่ฮ่องสอน ที่ยังมีความงดงามและยังคงรักษาบรรยากาศแบบไท ไทยใหญ่ ไว้อย่างน่าสนใจ มากๆ ด้วยประวัติที่ไม่ธรรมดาของวัดต่อแพ เล่ากันว่า วัดต่อแพ เดิมเป็นวัดร้าง มีเจดีย์เก่าๆ ที่เหลือเป็นซากอิฐจำนวนมาก ต่อมมามีพระพม่า มาจำวัดอยู่ ชาวบ้านจึงได้ตั้งที่นี่เป็นสำนักสงฆ์ในปี พ.ศ.2461 จากนั้นก็มีพ่อค้าจีนที่มาพักบริเวณนี้ เพื่อจะต่อแพ บรรทุกข้าวสารไปขายยัง แม่สะเรียง ได้รวบรวมปัจจัยทำนุบำรุงวัดให้ดีขึ้น
สิ่งน่าสนใจภายในวัดต่อแพ
1. เจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ วิหารแบบไทยใหญ่ ทั้งเจดีย์และวิหารตั้งเด่นอยู่กลางลานวัดโดยมีกำแพงแก้วล้อมรอบเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบมอญตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม ที่ส่วนยอดประดับฉัตรโลหะเจ็ดชั้น ตั้งอยู่คู่กับวิหารโถงซึ่งเป็นศิลปะไทยใหญ่ มีหลังคาซ้อนหลายชั้นอย่างวิจิตรพิสดาร แสดงให้เห็นฝีมืออันประณีตของช่างไทยใหญ่ในยุคนั้น
2. ศาลาการเปรียญ เป็นสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทยใหญ่ที่สวยงามมาก สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความกว้าง 30 ม. ยาว 25 ม. หลังคาแยกเป็นหลังๆ ซ้อนเป็นชั้นๆ มุงด้วยสังกะสี ประดับโลหะฉลุลายอย่างสวยงาม
3. ผ้าม่านโบราณ ชาวพม่านำมาถวายให้เป็นสมบัติของวัด ผ้าม่านผืนนี้มีอายุร้อยกว่าปี เป็นศิลปะแบบพม่า ปักดิ้นทองลานนูนประดับด้วยทับทิมกับอัญมณีที่มีค่าแสดงเรื่องราวพระเวสสันดรชาดก ปัจจุบันผ้าม่านโบราณผืนนี้จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์บนจอง 4. อาคารสถาปัตยกรรมไทยใหญ่ เป็นอาคารขนาดเล็กต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในวัด ได้แก่ ถาน(ส้วม) ศาลาสรงน้ำ ศาลาบ่อน้ำซึ่งล้วนมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น คือ มีหลังคาซ้อนเป็นชั้นๆ ประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม


จุดเด่นอีกอย่างคือ การขับรถ ATV ชมบรรยากาศ สนุก ได้ความรู้ ครบรูปแบบจริงๆกับกิจกรรม Fam Trip ครั้งนี้ ยังไม่อยากไปไหนเลย แต่ด้วยเวลา กำหนด ก็ต้องออกเดินทางไปชมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองปอนหมู่ที่ 1 อำเภอขุนยวม ที่นี่มีสวนสมุนไพร ให้ได้ศึกษามากมาย การนวดแบบไทยๆนอกจากจะมีการนวดแล้วยังมีมาร์คหน้าแบบไทยๆ ด้วยวิธีชาวบ้านนะคะ
หลังจากนั้นก็ได้ออกเดินไปชมพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 หรืออนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น เข้าชมวิดีทัศน์ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชุมชนและความสัมพันธ์กับกองทัพทหารญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่กับชุมชนบ้านขุนยวม พร้อมกับเยี่ยมชมอุปกรณ์เครื่องใช้และอาวุธของทหารญี่ปุ่นที่เก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ โดยมี การแนะนำประวัติความเป็นมา สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่ชมวิดีโอเสร็จวิทยากรประจำศูนย์ ก็พาไปชมอาวุธสงคราม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้าชุดทหารญี่ปุ่น หลังจากที่ชมสถานที่นี้เสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปเพื่อที่พัก เพื่อเก็บของ และเตรียมตัวแต่งชุดสวยๆ ไปร่วมงาน

เปิดตัวหมู่บ้านการจัดการท่องเที่ยวหมู่บ้านเชิงประวัติศาสตร์ ต้องมนต์เมืองสามหมอก เสน่ห์เมืองแห่งชาติพันธุ์
ประธานเปิดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติ จาก ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พร้อมด้วย นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน วัฒนธรรมจังหวัด และผู้แทนหอการค้าจังหวัด เข้าร่วมพูดคุยแรกเปลี่ยนพร้อมให้ข้อมูล แกผู้ร่วมงาน และสื่อมวลชน พร้อมชมการแสดง สวยงามมากๆค่ะ

9 พฤศจิกายน 2562
วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วนะคะ กับการท่องเที่ยวที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับ กิจกรรม Fam Trip แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เส้นทางเดินทัพทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ในวันนี้ ตื่นตั้งแต่ตี 5 เลยค่ะ เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปใส่บาตร ชมวิถีชาวเมือ ประมาณ 6 เช้า หลังจากที่ใส่บาตรเสร็จก็เดินเข้าไปชมในตลาดสักหน่อย ดูว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นก็ออกเดินทางต่อไปที่ วัดพระธาตุดอยกองมู เมืองสามหมอก จ.แม่ฮ่องสอน เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยกองมู วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมา จากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน คนแรก

อ่านต่อ

การลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด

บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


นายอัษฎา เทพยศ ประธานบริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ นายวุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดร่วมพิธีลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ซึ่งสัญญาการใช้สิทธิผลงานวิจัยนั้นเกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยรองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายอัษฎา เทพยศ ประธานบริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ลงนามในสัญญาการใช้สิทธิผลงานวิจัยระหว่างสองสถาบัน ภายในงานพิธีลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยนั้นได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. อาณัติ ลีมัคเดช ผู้อำนวยการศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและบ่มเพาะวิสาหกิจ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงศ์ในพิธีลงนามสัญญาการใช้สิทธิงานวิจัยครั้งนี้


การร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดเป็นการนำผลงานวิจัยจากภาคการศึกษาไปสู่การต่อยอดในอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ นับว่าเป็นการพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีทางชีวภาพในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ ซึ่งผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด เป็นการต่อยอดนวัตกรรมสารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ในงาน Silicon Valley International Invention Festival 2018 รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้แบรนด์แอคนอค (Acnoc) หลังจากที่สารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) ได้รับรางวัลดังกล่าวในปี พ.ศ. 2561 บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการพัฒนาสารสกัดนี้ ด้วยเทคโนโลยีนาโนอีมัลชั่น จนได้พัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ แอคนอค ออลไฮบริด เอสเซนส์ (Acnoc All Hybrid Essence) ภายใต้แบรนด์แอคนอค (Acnoc)
ผลิตภัณฑ์ แอคนอค ออลไฮบริด เอสเซนส์ (Acnoc All Hybrid Essence) จึงเป็นต้นแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำผลงานวิจัยของประเทศไทยมาพัฒนาต่อยอดในอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ ผลิตภัณฑ์นี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยจาก 2 สถาบันการศึกษาของประเทศไทย จากการพัฒนาสารสกัดหยาบจากมังคุดด้วยเทคโนโลยีการสกัดสารบริสุทธิ์ที่เป็นผลงานวิจัยของ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนได้เป็นสารสกัดที่เรียกว่าสารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) และนำมาวิจัยพัฒนาต่อด้วยเทคโนโลยีนาโนอีมัลชั่นได้สำเร็จจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลายเป็นสารสำคัญแซนโทนบริสุทธิ์ในรูปแบบนาโนอีมัลชั่น (Purified Xanthone Nano Emulsion) ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุในการเกิดสิว ลดเลือนอาการอักเสบและระคายเคืองของผิว ยับยั้งไทโรซิเนส และต่อต้านอนุมูลอิสระ และด้วยรูปแบบนาโนอีมัลชั่นทำให้การออกฤทธิ์ต่อผิวของสารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นสารสำคัญที่ได้รับรองจากการผลงานวิจัย อีกทั้งยังได้รับความพึงพอใจอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคจริงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ แอคนอค ออลไฮบริด เอสเซนส์ (Acnoc All Hybrid Essence) ที่พัฒนามาจากงานวิจัยชิ้นนี้


โดยการลงนามข้อตกลงครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับและการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของประเทศไทยที่สามารถพัฒนาสารสกัดสำคัญจากผลผลิตทางการเกษตรในประเทศให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับระดับสากลได้ เป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้นด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีภายในประเทศ และยังทำให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางลดการนำเข้าสารสกัดสำคัญจากต่างประเทศในการบริโภคในอุตสาหกรรมนี้ อีกทั้งยังสามารถส่งออกสารสกัดสำคัญนี้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในระดับนานาชาติได้เช่นกัน

อ่านต่อ

ชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ได้เข้าวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562 เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อาคารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์การทหาร (อนุสรณ์สถานแห่งชาติิ) ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้จัดให้มีพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยมีพลโทขจรฤทธิ์ นิลกำแหง รองผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นประธานในพิธี วางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ในครั้งนี้ ทาง ชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม นำโดย พันเอกเขษมวิศว์ (ประกาศิต) สาคุณ ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา สำนักปฏิบัติภารกิจ รักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ประธานชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม นำคณะกรรมการพร้อมด้วยสมาชิกของชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม เข้าร่วมในพิธี ในงานยังมีหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและระลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และในตอนค่ำก็มีพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

อ่านต่อ

จังหวัดปทุมธานีจัดโครงการ “Food and Beverage innovation”

จังหวัดปทุมธานีได้จัดทำ โครงการ Food and Beverage innovation

ซึ่งเป็นกระบวนการเพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าอาหารหรืออื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีตามหลักการนำอุปสงค์นำการค้า โดยภายในโครงการจะมีการจัดกิจกรรมมากมาย เช่น การประชุมกลุ่มเป้าหมาย, กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ (Work Shop), การอบรมภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตความรู้ด้านเทคนิคในการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมอาหาร อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม

ซึ่งได้นำวัตถุดิบในจังหวัดปทุมธานีมาพัฒนาเป็นสินค้านวัตกรรม โดยนำวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อของจังหวัดปทุมธานีและมีการเพาะปลูกในจังหวัดปทุมธานีมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นสินค้านวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าได้ จนเกิดเป็นการผลิตผลิตภัณฑ์สินค้าต้นแบบ (Prototype) 10 รายการ
แล้วพบกัน เร็วๆนี้ กับ สินค้านวัตกรรม
1.ก๋วยเตี๋ยวเรือฟรีซดรายกึ่งสำเร็จรูป
2.ผลไม้ฟรีซดรายอัดเม็ด
3.ชาดอกบัวผสมใบเตย
4.แกงส้มมอญสำเร็จรูป
5.เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องพลาสเจอร์ไรซ์
6.นมกล้วยหอมโปรตีนสูง
7.ผลิตภัณฑ์ธัญพืช
8.ซอสเมล่อน
9.ไส้เบอร์เกอร์ปลาดุกสมุนไพรแช่เยือกแข็ง
10.กล้วยน้ำว้าแช่เยือกแข็ง CUBE Ball

อ่านต่อ

OTOP – D-HOPE สุดฟิน เยือนถิ่นแม่ฮ่องสอน

I OTOP D-HOPE สุดฟิน เยือนถิ่นแม่ฮ่องสอน

กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย  สัมผัสเสน่ห์ของชุมชนท่องเที่ยว 4 หมู่บ้าน ที่ บ้านห้วยเดื่อ-บ้านห้วยปูแกง,บ้านขุนยวม ,บ้านลุกข้าวหลาม และ บ้านไทรงาม จ.แม่ฮ่องสอน กับ บรรยากาศ โปรแกรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (ระดับหมู่บ้าน) เมื่อวันที่ 4-8 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน จากภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือกว่า 60 คน ร่วมสัมผัสกับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม  วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม  ชิมอาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ  เรียนรู้และลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับ Champion ทั้ง 4 ชุมชน  อาทิเช่น การทำป๊อบคอร์นไทยใหญ่, การทำมัลเบอร์รี่จ๊าดจี๊ด ,อุ๊กไก่ , ข้าวส้มถั่วโก้ , ข่างปองเต็กเบิ่ง ,ผ้าทอกะเหรี่ยง , การปักผ้ากะเหรี่ยง , การทำผ้าเขียนเทียน , การตำข้าว เป็นต้น

และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP คุณภาพ  พร้อมชมบรรยากาศและเก็บภาพความประทับใจอันแสนสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายในแต่ละชุมชน  โดยแต่ละท่านที่ได้เข้าร่วมในทริปครั้งนี้ ต่างได้รับความสุข สนุกสนาน และความประทับใจ กลับไปอย่างมากมาย

 

อ่านต่อ

รายการเสวนา บ้านรากฐานการพัฒนาชุมชนและความมั่นคงของมนุษย์

6 ก.ค.62 เวลา 13:00 นถึง 15:00 น ณ ห้องประชุมจูปิเตอร์ 16 อาคารชาเลนเจอร์เมืองทองธานี นายสยาม นนท์คำจันทร์ เป็นผู้ดำเนินรายการเสวนา บ้าน:รากฐานการพัฒนาชุมชนและความมั่นคงของมนุษย์ทุกมิติ เนื่องในงาน Thailand Social Expo 2019 วิทยากรประกอบด้วย
1.นางสาวอมรรัตน์ กล่ำพลบ
ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
กรมธนารักษ์
2.นายนภาค บุญเงิน
หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม
เขตยานนาวา
3.ผศ.ดร มณฑล จันทร์แจ่มใส
คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
4.นายสุชิน เอี่ยมอินทร์
นายกสมาคมคนไร้บ้าน
5.นายจำนงค์ จิตนิรัตน์
ที่ปรึกษากลุ่มพีมูฟ
6. พระครูภัทรสันติคุณ
เจ้าอาวาสวัดดอยท่าเสา จังหวัดอุตรดิตถ์
7.นางสาวสุดใจ มิ่งพฤกษ์
เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองสุรินทร์
8.นายละอองดาว ลีลาน้ำเที่ยง
ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.คลองหินปูน
จังหวัดสระแก้ว
ทั้งนี้ได้รับการเติมเต็มจากนายไมตรี อินทุสุต ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนและผู้นำชุมชนที่ร่วมเวทีดังกล่าว

อ่านต่อ
1 2 3 8
Page 1 of 8