close
FOLLOW US ON 

ข่าวสินค้าและบริการ

แถลงข่าว “เปิดประเทศปลอดภัย เศรษฐกิจไทยไปรอด” โดยกระทรวงสาธารณสุข

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2563หนุ่ม-สุทน ได้มาร่วมงานของกระทรวงสาธารณสุขที่จัดงาน Smart Living with COVID-19 “เปิดประเทศปลอดภัย เศรษฐกิจไทยไปรอด” ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานครั้งนี้และมีสื่อมวลชนเข้ามาร่วมงานประมาณ 90 – 100 คนถือว่าเป็นงานยิ่งใหญ่มาก ๆ

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวเปิดงานและพูดถึงนโยบายของรัฐบาลกับสื่อมวลชนว่าทางรัฐบาลมีนโยบายให้คลายล็อกเปิดประเทศบนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ จากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาประเทศไทยจำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่เข้มข้นในการล็อกดาวน์ประเทศ โดยห้ามชาวต่างชาติเข้ามาภายในประเทศทำให้กระทบกับการท่องเที่ยวโดยตรงซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของประเทศ เมื่อไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ทำให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุ่นแรง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราอยู่กับเชื่อโควิด-19 มานานรวม 10 เดือน แต่เราก็สามารถที่จะควบคุมการแพร่กระจายได้ในระดับที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

ทางกระทรวงสาธารณสุขและทีมแพทย์มีความมั่นใจในกระบวนการการคัดกรองและการสกัดกั้นเชื้อโควิด-19 จึงมีแนวคิดที่จะลดจำนวนวันในการเข้าพักในสถานกักกันโรคจากเดิม 14 วัน เหลือ 10 วัน โดยเปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำให้สามารถเข้ามาท่องเที่ยวภายในประเทศได้ เพราะรัฐบาลจะไม่อยู่เฉย ๆ แล้วรอให้เชื้อโรคหมดไปหรือรอจนกว่าจะมีวักซีนไม่ได้ เพราะความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน ปัญหาเรื่องปากท้องก็ต้องรีบแก้ไขด้วยเหมือนกัน ทางรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขจึงได้นำเสนอแนวทางในการค่อย ๆ แง้มประเทศเพื่อให้ทุกอย่างรีบกลับมาเหมือนเดิมให้ได้โดยเร็วที่สุด

สำหรับคณะแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขนำทีมโดยนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและคณะแพทย์อีกหลายท่านได้กล่าวกับคณะสื่อมวลชนว่าเมื่อรัฐบาลคลายล็อกเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยทางกระทรวงสาธารณสุขพร้อมกับคณะแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) แล้วก็ยังมีกรมการแพทย์ร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการรับมือการระบาดเชื้อโรคโควิด-19 อย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2564 เมื่อรัฐบาลให้คลายล็อกเปิดประเทศแล้วอาจจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 10 ล้านคน แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายจัดอบรมมัคคุเทศก์หรือไกด์และผู้ประกอบการนำเที่ยวให้เรียนรู้การป้องกันโรคโควิด-19 ต่อไป

นี่คือส่วนหนึ่งของการจัดงาน Smart Living with COVID -19 ที่กระทรวงสาธารณสุขจัดขึ้นมาเพื่อให้สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับรู้และมั่นใจในการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยในปี พ.ศ. 2564 ตามที่รัฐบาลมีนโยบายคลายล็อกเมื่อเปิดประเทศไทยบนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชน Smart Living with COVID-19  “เปิดประเทศปลอดภัย เศรษฐกิจไทยไปรอด” หนุ่ม-สุทนรายงาน ขอบคุณและสวัสดีครับ

https://youtu.be/JCx3nS0CCF4

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

 

อ่านต่อ

งานวันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2563

วันผู้สูงอายุสากล ปี 2563

กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายพลังผู้สูงวัย เครือข่ายยังแฮปปี้ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมต่างเห็นคุณค่าและเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุที่ได้สร้างคุณูปการ คุณงามความดี ไว้มากมาย รวมทั้งสร้างสรรค์ทุกๆ สิ่งมาให้กับสังคมตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน จึงได้ร่วมกันจัดงาน วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2563 ขึ้น ณ ณ โรงแรมเอเชียกรุงเทพ เมื่อ วันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

ความเป็นมาของงานวันผู้สูงอายุสากล เกิดจาก องค์การสหประชาชาติกำหนดให้ทุกวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันผู้สูงอายุสากล” หรือ “International Day of Older Persons” เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของผู้สูงอายุ ให้คนทั่วไปตระหนักว่า ชั่วชีวิตที่ผ่านมา ผู้สูงอายุได้สร้างคุณประโยชน์ คุณงามความดีไว้มากมาย รวมทั้งสรรค์สร้างทุก ๆ สิ่งมาให้กับสังคมตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน สำหรับปี 2563 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดแนวคิด (Theme) คือ “Pandemics : Do They Change How We Address Age and Aging” โรคระบาดใหญ่: เปลี่ยนแปลงการจัดการด้านผู้สูงอายุหรือไม่ จากแนวคิดดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้ผู้สูงอายุและคนทุกวัยตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลตนเองด้านสุขภาพ และการเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ซึ่งทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญ ของผู้สูงอายุเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ความรับผิดชอบต่อสังคมในการดูแลสุขภาพของตนเอง และผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในครอบครัว ชุมชน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต่อผู้สูงอายุและผลกระทบต่อนโยบายด้านการบริการสุขภาพ การวางแผน และทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพของตนเอง ในปัจจุบัน

งานวันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2563 ในครั้งนี้ จึงเป็นงานสำคัญอีกงานหนึ่งที่จะทำให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญ สร้างความผูกพันกันระหว่างผู้สูงอายุ สมาชิกในครอบครัวและชุมชน ในวิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) ทำให้ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ เช่น การดำเนินชีวิตประจำวัน การทำกิจกรรมนอกบ้าน การใส่หน้ากาก (Mask) การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เป็นประจำ การใช้เทคโนโลยี สื่อออนไลน์ ช่วยในการสื่อสารและการประชุม (Video Conference) การทำกิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์แทนการพบปะกันโดยตรง รวมทั้ง การใช้ชีวิตในครอบครัวที่สมาชิกจะต้องตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มคนวัยอื่น และแสดงความรักความห่วงใยกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้อย่างปลอดภัยตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ครอบครัว และคนทุกวัย ควรให้ความสำคัญใส่ใจในการเตรียมความพร้อมและยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามวิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) ตามแนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ครอบครัวไทยกับสังคมสูงวัยในอนาคต”

วัตถุประสงค์ในการจัดงานวันนี้ เพื่อเฉลิมฉลองและสร้างพื้นที่การจัดกิจกรรม เพื่อผู้สูงอายุ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ การแสดงศักยภาพ ความสามารถ และตระหนักในการเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุ ที่มีคุณภาพ รวมถึงมีแนวทางให้ครอบครัว และคนทุกวัยร่วมกันดูแลสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเหมาะสม ปลอดภัย ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
บรรยากาศภายในงานช่วงเช้ามีการแสดงโขนสามวัย เรื่อง “ชีวิตวิถีใหม่ กับสังคมสูงวัยในอนาคต” จากชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม และได้รับเกียรติจาก ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ บรรยายหัวข้อ “ชีวิตวิถีใหม่ ครอบครัวไทยกับสังคมสูงวัยในอนาคต” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อดังกล่าว

สำหรับงานในช่วงบ่ายยังได้รับความร่วมมือจาก สาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดเพชรบุรี ยังแฮปปี้ (Young Happy) การแสดงพลังของผู้สูงวัย โดย วงดนตรีเบนเน็ตตี้ (Bennetty) วงร็อครุ่นคุณปู่ มาให้ความสนุกปิดท้ายรายการ

 

อ่านต่อ

งานวันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2563

วันผู้สูงอายุสากล ปี 2563

กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายพลังผู้สูงวัย เครือข่ายยังแฮปปี้ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมต่างเห็นคุณค่าและเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้สูงอายุที่ได้สร้างคุณูปการ คุณงามความดี ไว้มากมาย รวมทั้งสร้างสรรค์ทุกๆ สิ่งมาให้กับสังคมตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน จึงได้ร่วมกันจัดงาน วันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2563 ขึ้น ณ ณ โรงแรมเอเชียกรุงเทพ เมื่อ วันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา

ความเป็นมาของงานวันผู้สูงอายุสากล เกิดจาก องค์การสหประชาชาติกำหนดให้ทุกวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันผู้สูงอายุสากล” หรือ “International Day of Older Persons” เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของผู้สูงอายุ ให้คนทั่วไปตระหนักว่า ชั่วชีวิตที่ผ่านมา ผู้สูงอายุได้สร้างคุณประโยชน์ คุณงามความดีไว้มากมาย รวมทั้งสรรค์สร้างทุก ๆ สิ่งมาให้กับสังคมตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน สำหรับปี 2563 องค์การสหประชาชาติได้กำหนดแนวคิด (Theme) คือ “Pandemics : Do They Change How We Address Age and Aging” โรคระบาดใหญ่: เปลี่ยนแปลงการจัดการด้านผู้สูงอายุหรือไม่ จากแนวคิดดังกล่าว เป็นการสะท้อนให้ผู้สูงอายุและคนทุกวัยตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลตนเองด้านสุขภาพ และการเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ซึ่งทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญ ของผู้สูงอายุเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ความรับผิดชอบต่อสังคมในการดูแลสุขภาพของตนเอง และผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในครอบครัว ชุมชน ทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ต่อผู้สูงอายุและผลกระทบต่อนโยบายด้านการบริการสุขภาพ การวางแผน และทัศนคติต่อการดูแลสุขภาพของตนเอง ในปัจจุบัน

งานวันผู้สูงอายุสากล ประจำปี 2563 ในครั้งนี้ จึงเป็นงานสำคัญอีกงานหนึ่งที่จะทำให้สังคมได้ตระหนักถึงความสำคัญ สร้างความผูกพันกันระหว่างผู้สูงอายุ สมาชิกในครอบครัวและชุมชน ในวิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) ทำให้ทุกคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ เช่น การดำเนินชีวิตประจำวัน การทำกิจกรรมนอกบ้าน การใส่หน้ากาก (Mask) การล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เป็นประจำ การใช้เทคโนโลยี สื่อออนไลน์ ช่วยในการสื่อสารและการประชุม (Video Conference) การทำกิจกรรมผ่านสื่อออนไลน์แทนการพบปะกันโดยตรง รวมทั้ง การใช้ชีวิตในครอบครัวที่สมาชิกจะต้องตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ ที่มีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มคนวัยอื่น และแสดงความรักความห่วงใยกันระหว่างสมาชิกในครอบครัวได้อย่างปลอดภัยตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน ครอบครัว และคนทุกวัย ควรให้ความสำคัญใส่ใจในการเตรียมความพร้อมและยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามวิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) ตามแนวคิด “ชีวิตวิถีใหม่ ครอบครัวไทยกับสังคมสูงวัยในอนาคต”

วัตถุประสงค์ในการจัดงานวันนี้ เพื่อเฉลิมฉลองและสร้างพื้นที่การจัดกิจกรรม เพื่อผู้สูงอายุ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ การแสดงศักยภาพ ความสามารถ และตระหนักในการเตรียมตัวเป็นผู้สูงอายุ ที่มีคุณภาพ รวมถึงมีแนวทางให้ครอบครัว และคนทุกวัยร่วมกันดูแลสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเหมาะสม ปลอดภัย ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
บรรยากาศภายในงานช่วงเช้ามีการแสดงโขนสามวัย เรื่อง “ชีวิตวิถีใหม่ กับสังคมสูงวัยในอนาคต” จากชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม และได้รับเกียรติจาก ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ บรรยายหัวข้อ “ชีวิตวิถีใหม่ ครอบครัวไทยกับสังคมสูงวัยในอนาคต” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหัวข้อดังกล่าว

สำหรับงานในช่วงบ่ายยังได้รับความร่วมมือจาก สาขาสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัดเพชรบุรี ยังแฮปปี้ (Young Happy) การแสดงพลังของผู้สูงวัย โดย วงดนตรีเบนเน็ตตี้ (Bennetty) วงร็อครุ่นคุณปู่ มาให้ความสนุกปิดท้ายรายการ

 

อ่านต่อ

ท่องเที่ยวดำเนินสะดวกพัก “คุ้มดำเนิน รีสอร์ท” @ราชบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2563หนุ่ม-สุทน ยังอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรี ทำไมล่ะ อาจเป็นคำถาม? ส่วนคำตอบ ผมเองเป็นนักเดินทางแสวงหาสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ร้านกาแฟสด วิถีชีวิตชุมชนและที่พัก แล้วก็มาเขียนเล่าเรื่องให้แฟนเพจได้อ่านเรื่องราวนั้น ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจก็ไปเที่ยวกันเองครับ พาเที่ยวกันต่อกับที่นี่  “ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี”

สำหรับอำเภอดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรีเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงรู้จัก ตลาดน้ำดำเนินสะดวก เป็นตลาดนัดหรือตลาดน้ำเก่าแก่เมื่อครั้งโบราณกาล ถึงทุกวันนี้ แต่วันเสาร์วันอาทิตย์นักท่องเที่ยวเมื่อมาแล้วจะนั่งเรือล่องตามลำคลองหรือชาวสวนเกษตรเรียกคลองซอย ผมขอเล่าเรื่องย้อนหลังให้ฟังครับ เพราะเมื่อปี พ.ศ. 2409 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดฯ ให้ขุดคลองดำเนินสะดวกเพื่อเชื่อม 2 แม่น้ำ ตามเหตุผลเพราะราษฎรย่านบางยางพื้นดินติดแม่น้ำท่าจีนเขตอำเภอกระทุ่มแบน เมืองสมุทรสาคร พอน้ำทะเลดันเข้ามาทำให้เกิดน้ำกร่อยพืชผักผลไม้เสียหายโดยเฉพาะสวนส้มในเขตบางยางอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ทรงทราบความเดือดร้อนของราษฎรจึงทรงโปรดฯ ให้ขุดคลองเพื่อผันน้ำจากแม่น้ำแม่กลองบริเวณบางนกแขวกสมัยนั้นคืออำเภอสี่หมื่นขึ้นกับเมืองราชบุรีและการขุดคลองสายน้ำแห่งนี้มาแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2411 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นคลองเส้นทางยาวตรงมี 8 หลัก 4 ก.ม. 1 หลักมีหลักเขตปักไว้เป็นภาษาจีนเขียนไว้บอกถึงการใช้แรงงานของชาวจีนและเมื่อขุดคลองแล้วเสร็จล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงโปรดฯ พระราชทานนามว่า “คลองดำเนินสะดวก” ครั้งนั้นแรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเมื่อขุดคลองแล้วเสร็จก็จับจองที่ทำมาหากินเป็นสวนเกษตรปลูกพืชผักผลไม้และขุดคลองเพื่อเอาน้ำใช้ในสวนเกษตรเรียกว่า “คลองซอย” อำเภอดำเนินสะดวกน่าท่องเที่ยว น่าไปพักผ่อนครับ

หนุ่ม-สุทนขอยกตัวอย่างโปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวในเขตอำเภอดำเนินสะดวก เริ่มต้นหลังเลิกงานวันศุกร์เย็น ๆ ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 16.30 น. เลือกได้ 2 เส้นทางคือถนนสายพระราม 2 เข้าแม่กลองจังหวัดสมุทรสงครามถึงดำเนินสะดวกหรือเส้นทางถนนบรมราชชนนีเชื่อมถนนเพชรเกษมผ่านองค์พระปฐมเจดีย์-แยกบางแพเข้าดำเนินสะดวก สำหรับที่พักผ่อนแบบอบอุ่นใจสไตล์วิลล่าสุดแสนคลาดสิค เตียงนอนแสนนุ่มนอนหลับสนิท ไม่ต้องรีบเร่งตื่น ว้าว ๆ เขียนเล่าเรื่องจะยาวนะ ที่ไหนละ!!! ที่นั้นคือ คุ้มดำเนิน รีสอร์ท เป็นรีสอร์ทที่ได้มาตรฐานสมบูรณ์แบบสมชื่อคำว่าคุ้มดำเนินจริง ๆ มีห้องพักแบบวิลล่า 14 ห้อง ส่วนตัวตึกโรงแรม 33 ห้องสไตล์ไทยผสมผสานตะวันตกเมื่อคุณได้พักผ่อนแล้วในคุ้มดำเนินรีสอร์ท เขามีบริการครบวงจร เช่น ห้องสัมมนา ห้องรับรองแขกผู้ใหญ่และยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ลงว่ายน้ำในสระน้ำหรือจะล่องเรือไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก มีสปา มีร้านอาหาร

คุ้มดำเนิน รีสอร์ท มีร้านกาแฟสดสไตล์เก๋ ๆ อยู่ด้านหน้ารีสอร์ทด้วยครับ นั่งจิบกาแฟสด เข้มข้นเท่จริงใจตามสไลต์หนุ่ม-สุทน ร้านกาแฟคุ้มดำเนิน เลือกเมล็ดกาแฟจากอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย โดยนำกาแฟสองสายพันธ์มาผสมกันให้เป็นสูตรพิเศษในแบบเฉพาะของทางร้าน มีมุมให้เลือกนั่ง เลือกถ่ายรูปสวย ๆ ได้ตามชอบของแต่ละท่านครับ

พอถึงเวลา 12.00 น. ต้องคืนห้องพัก บอกเลยว่ายังไม่อยากกลับจริง ๆ ครับ แต่คงต้องกลับเพราะหมดเวลาแล้วค่อยมาใหม่ครับ ตอนนี้เตรียมตัวไปไหว้พระพุทธรูปองค์หลวงพ่อโตพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่กับตลาดลอยน้ำคลองลัดพลี เคยเป็นตลาดลอยน้ำหรือตลาดนัดดั้งเดิมของอำเภอดำเนินสะดวก ส่วนองค์หลวงพ่อโตประดิษฐานเป็นองค์พระประธานในอุโบสถ วัดสุนหรือวัดราษฏร์เจริญธรรม อยู่เส้นทางเดียวกันกับที่พักผ่อนคุ้มดำเนินรีสอร์ท ตำบลดำเนินสะดวก อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

หากแฟนเพจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คุ้มดำเนิน รีสอร์ท สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ 032-241 444 เชื่อว่าเมื่อได้พักผ่อนแล้วจะสุขภาพกายสบายใจจริง ๆ ครับ  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครปฐมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 032-176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ขอขอบคุณ ผอ.สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี ที่ได้ดูแลเรื่องที่พักและข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี วันนี้ขอบคุณและสวัสดี

 

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

ไปแม่กลอง “เที่ยวดอนหอยลอด – อัมพวา” พักบ้านสวนอัมพวัน รีสอร์ท

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563 วันศุกร์แล้วครับหาสถานที่ท่องเที่ยวกันมั้ย หนุ่ม-สุทน มีเส้นทางนำเสนอไปเที่ยวแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ตามโปรแกรมนี้แหละ “ไปแม่กลอง เที่ยวดอนหอยลอด – อัมพวา พักบ้านสวนอัมพวัน รีสอร์ท”

ขอเริ่มต้นออกจากเมืองหลวงฮ่า ๆ ดูเท่มากจริง ๆ ค่ะ คือกรุงเทพฯ แบบสบาย ๆ ไม่ต้องรีบเร่งเวลา 08.30น. ไปตามเส้นทางสายพระราม 2 จุดหมายปักมุดเลยครับ ดอนหอยหลอด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เข้าเส้นทางบางจะเกร็งต้องแวะที่นี่ก่อนครับ วัดศรัทธาธรรม วิถีชุมชนชาวมอญเยี่ยมชมอุโบสถไม้สักสวยงามวิจิตรศิลป์กราบบูชาองค์พระประธานในอุโบสถ เสร็จแล้วออกเดินทางผ่าน ชุมชนคลองฉู่ฉี่ เก็บภาพถ่ายบรรยากาศชาวประมงวิถีชีวิตดั้งเดิมหรือซื้อปูม้านึ่งพร้อมน้ำจิ้มอู้ฮู น้ำลายไหล!! ลูกจากเชื้อมน้ำตาลก็มีค่ะ

แล้วไปต่อถึงปลายแหลมบริเวณ ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บูชาด้วยดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ธูป 9 ดอก สำหรับภายในศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์มีรูปหล่อหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าประดิษฐานด้วยครับ

เสร็จแล้วเดินตลาดด้านหน้าติดถนนเลือกซื้ออาหารทะเลมีทั้งสด ทั้งแห้ง ปรุงสุก หนุ่ม-สุทนขอแนะนำให้ซื้อห่อหมกปิ้งของคุณยายต่าย 2 พี่น้องอายุท่านประมาณ 80 ปีแต่ห่อหมกปิ้งย่างมีกลิ่นหอมรสชาติอร่อยค่ะ

แล้วไปกราบขอพร องค์หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดบริเวณที่พักสงฆ์สุขอารีย์ธรรมดอนหอยหลอด เสร็จแล้วออกมาเป็นเส้นทางวงรอบผ่านชุมชนชาวประมงคลองบางแก้วมาเชื่อมถนนสายพระราม 2

ได้เวลาเข้าที่พัก บ้านสวนอัมพวันรีสอรท์ บ้านพักริมคลองร่มรื่นด้วยเงาต้นมะพร้าวและต้นลำพูพักผ่อนสบาย ๆ สไตล์บ้านสวน ที่นี่มีกิจกรรมล่องเรือไปดูการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวของชาวสวนแท้จริง พาไปเที่ยวตลาดน้ำยามค่ำ ๆคลองอัมพวา แล้วกลับมาพักผ่อนในบรรยากาศอบอุ่นที่คุณจะสุขใจและประทับใจไปอีกนาน รุ่งอรุณวันใหม่อาหารเช้าข้าวต้มปลาทู กาแฟสดดอยช้าง ขนมปังและปาท่องโก๋!!!

 

ช่วงสาย ๆ ออกเดินทางไป วัดสวนหลวง ขอพรกุมารทองเรียกขานว่าพี่จุก วัดสวนหลวงอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองอากาศดีวิวทิวทัศน์สวยงามมองเห็นองค์หลวงพ่อคงวัดบางกะพ้อมประดิษฐานตรงข้ามแม่น้ำแม่กลอง

เสร็จแล้วออกมาเลยหน้าวัดสวนหลวงมาประมาณ 15 เมตรด้านขวามือมีร้านขายส้มโอติด ๆ กับร้านตัดผมต้องแวะค่ะ ซื้อส้มโอขาวใหญ่เมืองแม่กลองรับรองความอร่อยโดย คุณป้าทองดี ปลูกเอง ขายเองครับ

สุขกาย สุขใจ ทุกครั้งที่ได้ไปเมืองแม่กลอง โดยเฉพาะโปรแกรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงครามที่หนุ่ม-สุทน ได้แนะนำให้ชาวแฟนเพจได้เดินทางไปท่องเที่ยวกันเองได้นะเจ้าค่ะ โปรแกรมท่องเที่ยวพอสังเขปวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์หาโอกาสเดินทางท่องเที่ยวนะจ๊ะ ขอบคุณและสวัสดี

 

ติดต่อที่พัก บ้านสวนอัมพวัน รีสอร์ท โทรศัพท์ 081 961 6665

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

ท่องเที่ยวแบบเพลิน ๆ ได้ทั้งครอบครัว “ตลาดรังนก” บางเลน จ.นครปฐม

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” สุขสันต์วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2563 วันเสาร์อาทิตย์คิดอะไรไม่ออกบอกหนุ่ม-สุทน ฮ่า ๆ ขอแนะนำให้ไปเที่ยว     “บ้านรังนกหรือตลาดบ้านรังนก”  ตำบลคลองนกกระทุง เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

ตลาดบ้านรังนก จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและธรรมชาติเจ้าค่ะ  เมื่อนักท่องเที่ยวไปเที่ยวภายในตลาดบ้านรังนกเขาจัดแบ่งเป็นโซน ๆ เพื่อความสะดวกสำหรับผู้ที่เข้าไปท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ที่สนใจในการเลือกซื้อสินค้าของทางร้าน ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายประเภทสามารถเดินเล่น เลือกชมได้ตามโซนต่าง ๆ ครับ เช่น

  1. ผักปลอดภัยหรือผักอินทรีย์สด ๆ น่าซื้อกลับมาบ้าน

2. เสื้อผ้าบุรุษและสตรี ผ้าย้อมสีครามมาจากจังหวัดสกลนคร สุดยอดฝีมือของเสื้อผ้าย้อมครามบอกตรง ๆ สวยงามมาก ๆ เจ้าค่ะ

3. มุมของน้อง ๆ ปั้นตุ๊กตาสนุกสนานแล้วก็เพ้นท์สีตุ๊กตาเพ้นท์ลายด้วยพู่กันหนู ๆ น้อง ๆ จะชอบนั่งเล่นเพ้นท์สีเพลิน ๆ

    4. ด้านหน้าติดแม่น้ำท่าจีนนั่งเล่นพักผ่อนมีลมพัดผ่านเบ่า ๆ ถ่ายแบบถ่ายภาพเพลิน ๆ ตามใจชอบ

5. บ้านนกคอฟฟี่พลาดไม่ได้เจ้าค่ะ หนุ่ม-สุทนชอบ ๆ นั่งจิบกาแฟสดชิลล์ ๆในร้านกาแฟดูเก๋ ๆ สั่งได้ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม แต่ผมนั่งค่อนข้างจะนานก็เลยต้องสั่งกาแฟสดแก้วใหญ่อเมริกาโนและอาหารกินเล่นของชอบ คือ เฟรนช์ฟรายด์หรือมันส์ฝรั่ง จิบกาแฟสดกินมันฝรั่ง คิคิ ชั่งแสนสุขใจเจ้าค่ะ

ไม่ต้องเชื่อผม!!! ไปสัมผัสด้วยตัวเองที่ ร้านบ้านนกคอฟฟี่ ริมแม่น้ำท่าจีนอยู่ภายในตลาดบ้านรังนก ตำบลคลองนกกระทุง เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ตลาดบ้านรังนก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเริ่มต้นธุรกิจในปี พ.ศ. 2562 ถึงทุกวันนี้ประมาณ 1 ปี เขาเปิดทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. หนุ่ม-สุทนท่องเที่ยวมาแล้วครับ จึงได้เขียนเล่าเรื่องให้แฟนเพจทุกท่านที่เป็นนักอ่านแล้วชอบเดินทางท่องเที่ยว ควรจะหาโอกาสไปพักผ่อนแบบสบาย ๆ ที่ตลาดบ้านรังนก ดังคำกล่าวว่า “บ้านรังนกสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อชาวประชาครับ” ส่วนนักท่องเที่ยวสนใจจะท่องเที่ยวในเขตจังหวัดนครปฐมหรือจะต่อไปถึงจังหวัดราชบุรีสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

ติดตามข้อมูลการเดินทางได้ทางเว็บไซด์

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

หนุ่ม-สุทน ชวนคุณมาพบรัก แอร์ออร์คิดส์.แลบ รักกล้วยไม้ & Coffee Love

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” เย้ ๆ ถึงวันศุกร์อีกแล้ววันนี้วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563 หนุ่ม-สุทน ก็ต้องแสวงหาสถานที่ที่จะทำให้มีความสุขครับ นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวสายอำเภอพุทธมณฑลไปคลองโยง-ตลาดน้ำวัดลำพญา ในเขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม แล้วได้พบรักที่นี่ครับ “แอร์ออร์คิดส์.แลบ” ส่วนจะพบรักแบบไหนตามผมไปเลยครับ

เส้นทางสายนี้เมื่อข้ามสะพานคลองโยงไปประมาณ 1 ก.ม. ด้านซ้ายคือแอร์ออร์คิดส์.แลบหรือซุปเปอร์กล้วยไม้หลากหลายสกุล ขอกระซิบเบา ๆ ดอกกล้วยไม้บานสะพรั่งงดงามเหลือเกินมองซ้ายแลขวาใจคิดรักพี่เสียดายน้องหวังจะได้เจ้าทั้งสองไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน ฮ่า ๆ ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบปลูกกล้วยไม้แต่ต้องมีเวลาให้สำหรับการดูแลพันธุ์กล้วยไม้ เพราะต้องดูแลใส่ใจเมื่อมันออกดอกบานสะพรั่งเราจะสุขใจและชื่นชมดอกกล้วยไม้ เริ่มจะยาวไกลอีกแล้วครับ ผมเองเดินชมความงดงามของกล้วยไม้แล้วเก็บบรรยากาศด้วยภาพสวย ๆ งาม ๆ มาฝากชาวแฟนเพจทุกท่านเพื่อการท่องเที่ยว พันธุ์กล้วยไม้หลาย ๆ ชนิดต้องบอกเลยราคายุติธรรมคือไม่แพงมาก ดอกกล้วยไม้ พันธุ์ไม้ต่าง ๆ เพลิดเพลินตาแล้วก็สุขใจเหมือนได้อยู่ในอุทยานกล้วยไม้

เดินชมไปเรื่อย ๆ แล้วสายตามองเห็นถ้วยกาแฟ มุมโต๊ะนั่งจิบกาแฟสดคิคิ!!! คิดในใจมุมของเราอยู่ตรงไหน สำรวจดูร้านกาแฟสดมีเก้าอี้นั่งเล่นจิบกาแฟสดแบบสบาย ๆ ปลอดโป่ง คลาสสิคมาก ผมสั่งกาแฟสดเอสเพรสโซ่ร้อน 1 ถ้วยและสลัดผักสด ๆ มีปูอัดและน้ำสลัดกลิ่นหอมน่ากินเจ้าค่ะ สลัดผักกับกาแฟสดเข้ากันได้อย่างดี อิ่มท้อง อิ่มใจแล้วหาข้อมูลทันที กาแฟพันธุ์อะไรจ๊ะ น้อง ๆ ในร้านกาแฟตอบพันธุ์อาราบิก้าสั่งซื้อมาจากภาคเหนือค่ะ ส่วนรสชาติของกาแฟสดอาราบิก้าเอสเพรสโซ่จะออกเปรี้ยวนิด ๆ มีกลิ่นหอมกรุ่น

สำหรับคอกาแฟสดเข้มเท่จริงใจสไตล์หนุ่ม-สุทนชอบใจครับ ผมใช้เวลานั่งมุมนอกร้านกาแฟมองวิวดอกไม้ มีผู้ที่ชื่นชอบกำลังชอปปิ้งพันธุ์กล้วยไม้ก็เลือกซื้อตามใจชอบ ผมนั่งอยู่ประมาณ 40 นาทีแล้วออกเดินทางต่อครับ ส่วนแอร์ออร์คิดส์.แลบ ริมถนนสายพุทธมณฑลไปตลาดน้ำวัดลำพญาเทศบาลตำบลนราภิรมย์ เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ที่นี่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชอบกล้วยไม้หรือกาแฟสดออกรสชาติเข้มข้น 1 ช็อด นั่งจิบกาแฟสดชิลล์ ๆ ท้ามกลางสวนกล้วยไม้ ผมพบรักที่นี่เลยครับ รักดอกกล้วยไม้ รักกาแฟสด ฮ่า ๆ

ไปได้ครับสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบดอกไม้คือแอร์ออร์คิดส์.แลบหรือซุปเปอร์กล้วยไม้ในเส้นทางจากอำเภอพุทธมณฑลมาคลองโยง-ตลาดน้ำวัดลำพญาจะเห็นป้ายชื่อแอร์ออร์คิดส์.แลบหรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ขอให้มีความสุขกับการท่องเที่ยว วันนี้ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

การเคหะฯ เดินหน้ามอบสัญญาเช่าบ้านราคาพิเศษ พร้อมกันทั่วประเทศ ในงาน “บ้านของเรา ก้าวไปด้วยกัน” 23-25 ก.พ.นี้

การเคหะฯ เดินหน้ามอบสัญญาเช่าบ้านราคาพิเศษ เริ่มเดือนละ 999 บาท
พร้อมกันทั่วประเทศ ในงาน “บ้านของเรา ก้าวไปด้วยกัน” 23-25 ก.พ.นี้

การเคหะแห่งชาติ สานต่อนโยบายของขวัญปีใหม่ พม. ปี 63 เดินหน้าจัดงาน “บ้านของเรา ก้าวไปด้วยกัน” มอบสัญญาเช่าบ้านราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 999 บาทต่อเดือนเท่านั้น พร้อมกันทั่วประเทศ ราว 10,000 หน่วย แถมนำโครงการพร้อมอยู่ 35 โครงการ มาจัดราคาสุดพิเศษเริ่มต้นเพียง 250,000 บาท จองแค่ 1,000 บาท ก็มีสิทธิ์เป็นเจ้าของบ้านในฝัน พร้อมลุ้นรับรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติ (กคช.) มีภารกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของ ผู้อยู่อาศัย ทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมมากว่า 47 ปี และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายภารกิจที่ตั้งไว้ ในปี 2563 ทาง การเคหะแห่งชาติ จึงได้ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มอบของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนภายใต้แคมเปญ “บ้านถูกทั่วไทย”

ล่าสุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นประธานมอบสัญญาเช่าบ้านราคาพิเศษ ชุดแรก จำนวน 50 ราย จากโครงการร่มเกล้า 2 และโครงการลาดกระบัง 2 เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 และในวันนี้ กคช. ได้เร่งเดินหน้ามอบสัญญาเช่าบ้านราคาพิเศษ พร้อมกันทั่วประเทศ ในงาน “บ้านของเรา ก้าวไปด้วยกัน” ในวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30-18.00 น. ณ.สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ, สำนักงานเคหะนครหลวง และสำนักงานเคหะจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศที่มีโครงการเปิดให้เช่า ในราคาเริ่มต้นที่ 999 บาทต่อเดือน จำนวน 10,000 หน่วยทั่วประเทศ แบ่งเป็น โครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 6,500 หน่วย ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และโครงการในเขตภูมิภาค จำนวน 3,500 หน่วย อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง ภูเก็ต หาดใหญ่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา บุรีรัมย์ หนองคาย อยุธยา สระบุรี เป็นต้น โครงการบ้านเช่าราคาพิเศษนี้ เพื่อประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถซื้อบ้านเป็นของตนเองได้ และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนได้เป็นอย่างมาก โดยเปิดให้จองสิทธิ ผ่านระบบออนไลน์ http://999.nha.co.th ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้สนใจจองสิทธิเช่า ผ่านระบบออนไลน์แล้วกว่า 17,000 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563)

สำหรับโครงการ “เช่าทั่วไทย” มีกรอบระยะเวลาการทำสัญญาเช่ากับการเคหะแห่งชาติเป็นระยะเวลา 1 ปี และต่อสัญญาเช่าทุกปี โดยผู้ลงทะเบียนจองสิทธิ “บ้านเช่า” จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ 1.เป็นผู้มีสัญชาติไทย และบรรลุนิติภาวะแล้ว 2.มีรายได้ครัวเรือนไม่เกิน 40,000 บาทต่อเดือน 3.ไม่เป็นคู่สัญญาเช่ากับการเคหะแห่งชาติ และไม่มี

หนี้ค้างชำระ ทั้งนี้หากผู้เช่ามีความประสงค์จะซื้อในภายหลัง สามารถเปลี่ยนมาเป็นซื้อได้ตามเงื่อนไขที่ การเคหะแห่งชาติกำหนด

ในงานยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Shock Price” ลดราคาบ้านจำนวน 35 โครงการ ให้กับผู้ที่สนใจซื้อเป็นของตนเอง โดยราคาเริ่มต้นแค่เพียง 250,000 บาท สูงสุดที่ราคา 420,000 บาท โดยผู้สนใจวางเงินจองเพียง 1,000 บาท กู้ได้สูงสุด 100% หรือผ่อนบ้านกับการเคหะแห่งชาติในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ และ ฟรีมุ้งลวด-เหล็กดัด (เฉพาะโครงการอาคารชุดชั้น 4 – 5) สำหรับประชาชนที่โอนกรรมสิทธิ์และจดจำนอง บ้านการเคหะฯ ตามมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนฯ ของรัฐบาล ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลต่างๆ มากมาย

“ทั้งนี้ ภายในงานยังได้มีการทำพิธีมอบสัญญาเช่าโครงการบ้านเช่าราคาพิเศษให้แก่ผู้ได้สิทธิ์ จำนวน 10 ราย โดยมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งมอบสัญญาเช่าดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง ด้วยการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มีรายได้น้อย”

การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ในฐานะรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีภารกิจหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและรายได้ปานกลางควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ทั้งด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ เป็นองค์กรหลักด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย ชุมชนและเมือง เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคมไทย ซึ่งได้พัฒนาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศแล้วกว่า 7 แสนหน่วย พร้อมทั้งขับเคลื่อนภารกิจการพัฒนาที่อยู่อาศัยในโครงการเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579) โดยมีเป้าหมายที่จะดูแลประชาชนที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยประมาณ 2.27 ล้านครัวเรือน พร้อมดำเนินการควบคู่ไปกับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ปี (พ.ศ.2559-2568)

 

 

อ่านต่อ

การลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด

บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


นายอัษฎา เทพยศ ประธานบริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ กรรมการผู้จัดการ นายวุฒิพงษ์ ผาณิตเศรษฐกร บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดร่วมพิธีลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด ณ วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ซึ่งสัญญาการใช้สิทธิผลงานวิจัยนั้นเกิดจากความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยรองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายอัษฎา เทพยศ ประธานบริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นผู้ลงนามในสัญญาการใช้สิทธิผลงานวิจัยระหว่างสองสถาบัน ภายในงานพิธีลงนามสัญญาการใช้สิทธิในผลงานวิจัยนั้นได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. อาณัติ ลีมัคเดช ผู้อำนวยการศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและบ่มเพาะวิสาหกิจ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงศ์ในพิธีลงนามสัญญาการใช้สิทธิงานวิจัยครั้งนี้


การร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดเป็นการนำผลงานวิจัยจากภาคการศึกษาไปสู่การต่อยอดในอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ นับว่าเป็นการพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีทางชีวภาพในเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ ซึ่งผลงานวิจัยเรื่อง สูตรนาโนอีมัลชั่นที่บรรจุแอลฟาแมงโกสตินจากเปลือกมังคุด เป็นการต่อยอดนวัตกรรมสารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ในงาน Silicon Valley International Invention Festival 2018 รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาภายใต้แบรนด์แอคนอค (Acnoc) หลังจากที่สารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) ได้รับรางวัลดังกล่าวในปี พ.ศ. 2561 บริษัท ควอลิตี้พลัส เอสเทติค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการพัฒนาสารสกัดนี้ ด้วยเทคโนโลยีนาโนอีมัลชั่น จนได้พัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ แอคนอค ออลไฮบริด เอสเซนส์ (Acnoc All Hybrid Essence) ภายใต้แบรนด์แอคนอค (Acnoc)
ผลิตภัณฑ์ แอคนอค ออลไฮบริด เอสเซนส์ (Acnoc All Hybrid Essence) จึงเป็นต้นแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำผลงานวิจัยของประเทศไทยมาพัฒนาต่อยอดในอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ได้สำเร็จ ผลิตภัณฑ์นี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยจาก 2 สถาบันการศึกษาของประเทศไทย จากการพัฒนาสารสกัดหยาบจากมังคุดด้วยเทคโนโลยีการสกัดสารบริสุทธิ์ที่เป็นผลงานวิจัยของ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จนได้เป็นสารสกัดที่เรียกว่าสารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) และนำมาวิจัยพัฒนาต่อด้วยเทคโนโลยีนาโนอีมัลชั่นได้สำเร็จจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลายเป็นสารสำคัญแซนโทนบริสุทธิ์ในรูปแบบนาโนอีมัลชั่น (Purified Xanthone Nano Emulsion) ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุในการเกิดสิว ลดเลือนอาการอักเสบและระคายเคืองของผิว ยับยั้งไทโรซิเนส และต่อต้านอนุมูลอิสระ และด้วยรูปแบบนาโนอีมัลชั่นทำให้การออกฤทธิ์ต่อผิวของสารแซนโทนบริสุทธิ์ (Purified Xanthone) มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นสารสำคัญที่ได้รับรองจากการผลงานวิจัย อีกทั้งยังได้รับความพึงพอใจอย่างดีเยี่ยมจากผู้บริโภคจริงจากการใช้ผลิตภัณฑ์ แอคนอค ออลไฮบริด เอสเซนส์ (Acnoc All Hybrid Essence) ที่พัฒนามาจากงานวิจัยชิ้นนี้


โดยการลงนามข้อตกลงครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับและการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของประเทศไทยที่สามารถพัฒนาสารสกัดสำคัญจากผลผลิตทางการเกษตรในประเทศให้มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับระดับสากลได้ เป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรให้สูงขึ้นด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีภายในประเทศ และยังทำให้อุตสาหกรรมเครื่องสำอางลดการนำเข้าสารสกัดสำคัญจากต่างประเทศในการบริโภคในอุตสาหกรรมนี้ อีกทั้งยังสามารถส่งออกสารสกัดสำคัญนี้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในระดับนานาชาติได้เช่นกัน

อ่านต่อ

ชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม ได้เข้าวางพวงมาลาเนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2562 เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อาคารประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์การทหาร (อนุสรณ์สถานแห่งชาติิ) ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ได้จัดให้มีพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

โดยมีพลโทขจรฤทธิ์ นิลกำแหง รองผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นประธานในพิธี วางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ในครั้งนี้ ทาง ชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม นำโดย พันเอกเขษมวิศว์ (ประกาศิต) สาคุณ ฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา สำนักปฏิบัติภารกิจ รักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ประธานชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม นำคณะกรรมการพร้อมด้วยสมาชิกของชมรมไทยสร้างสรรค์พัฒนาสังคม เข้าร่วมในพิธี ในงานยังมีหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและระลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และในตอนค่ำก็มีพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

อ่านต่อ
1 2 3
Page 1 of 3
error: Content is protected !!