close
FOLLOW US ON 

ช้อปปิ้ง

ตลาดหัวปลี ยินดีต้อนรับ @สระบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้เราเจอกันวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม2563 เริ่มต้นวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ท่องเที่ยวดีมั้ยชาวแฟนเพจทุกท่าน ไปเที่ยวตลาดหัวปลีแยกพุแค ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี

สำหรับความเป็นมาของตลาดหัวปลีนั้น แต่เดิมเรียก “ตลาดต้นปี” ตามเหตุผลแรกเริ่มเขาจัดสร้างร้านค้าขึ้นมาแล้วเสร็จต้นปี ก็เลยชื่อว่าตลาดต้นปี เมื่อตลาดต้นปีได้ตกแต่งด้วยการปลูกต้นไม้ พันธุ์ไม้และต้นกล้วย ปรากฏว่าต้นกล้วยมันออกหัวปลี ทางเจ้าของร้านหรือเจ้าของตลาดก็คิดเปลี่ยนชื่อจากต้นปีมาชื่อ “ตลาดหัวปลี” แทน ดังที่หนุ่ม-สุทนเขียนเล่าเรื่องให้ฟังนี่แหละครับ

ตลาดหัวปลีคล้าย ๆ ตลาดนัดแบบชุมชนชาวเกษตรกรมากด้วยพืชผักผลไม้ ร้านอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ และร้านค้าของที่ระลึกให้ซื้อหลากหลายชนิด สำหรับภายในตลาดหัวปลีร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ และสระบัวมุมมองถ่ายภาพสวยงาม ถ้าไปเป็นครอบครัวมีสนามเล็ก ๆ สำหรับหนู ๆ น้อง ๆ ได้สนุกสนาน ส่วนผู้ใหญ่ช้อปปิ้งเลือกซื้อสินค้าตามใจชอบ ตลาดหัวปลีอยู่ขวามือแยกพุแค ถ้าหากเดินทางมาจากกรุงเทพฯ จะไปจังหวัดเพชรบูรณ์หรือไปจังหวัดลพบุรีแวะเยี่ยมชมตลาดหัวปลีหาของอร่อย ๆ รองท้องก่อนนะครับผมขอแนะนำไม่ต้องเร่งรีบสบาย ๆ ชิลล์ ๆ เพลิดเพลินเดินตลาดหัวปลี ตำบลพุแค อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรีครับ

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดสระบุรีหรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรีด้วย  โทรศัพท์ 035-246036-7 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

ช้อปปิ้ง กิน เที่ยว ทำบุญและทำทานที่เดียวจบครบรส “ตลาดน้ำลำพญา”

 “เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” สุขสันต์วันพฤหัสที่ 16 กรกฎาคม2563 วันเสาร์หรือวันอาทิตย์นี้ไปเที่ยวไหนดีครับ หนุ่ม-สุทนตอบให้ ฮ่า ๆท่องเที่ยว “ตลาดน้ำวัดลำพญา” เทศบาลตำบลลำพญา เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง กินเที่ยว ทำบุญและทำทานครบถ้วนต้องไปตลาดน้ำวัดลำพญา เปิดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. หากไปช้าเขาเรียกตลาดเริ่มวายเสียแล้วครับ

ตลาดน้ำวัดลำพญา ขอเขียนเล่าเรื่องราวย้อนความเป็นมาก่อนที่จะมาเป็นตลาดน้ำวัดลำพญา จุดเริ่มต้นมาจากองค์พระพุทธรูป หลวงพ่อมงคลมาลานิมิต พระพุทธรูปแกะสลักด้วยศิลาแลงปางมารวิชัยไม่ปรากฏหลักฐานผู้สร้าง แต่สันนิษฐานกันเองว่าน่าจะมีคนยกมาจากวัดใดวัดหนึ่งเพื่อหนีภัยสงครามเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาแล้วนำมาหลบซ่อนไว้ในทุ่งนา ต่อมาชาวบ้านหรือชาวนาได้พบแล้วช่วยกันอัญเชิญมาประดิษฐานด้านหน้าอุโบสถวัดลาดลุ่มตอนนั้น องค์พระพุทธรูปไม่ใหญ่มากหนักต่อมาทางวัดได้สร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่แล้วอัญเชิญองค์เล็กที่แกะสลักด้วยศิลาแลงเข้าประดิษฐานกลายเป็นองค์พระประธานพุทธลักษณะงดงามเพราะนักท่องเที่ยวปิดทองทุกวัน ๆ จนเต็มองค์ท่าน

องค์พระประธานในอุโบสถ 6 ประตู  สำหรับอุโบสถ 6ประตูก็แปลกแต่น่าชมการจัดสร้างให้เป็น 6 ประตูเพื่อการระบายอากาศให้ปลอดโปร่ง ด้วยวัดลำพญามีองค์หลวงพ่อมงคลมาลานิมิตประดิษฐานในอุโบสถ ชาวพุทธศาสนาจึงมานั่งสมาธิและกราบบูชากันทุกวัน โดยเฉพาะวันเสาร์วันอาทิตย์ ทำบุญแล้วต้องไปทำทานต่อ ทางวัดได้จัดสร้างแพหน้าวัดให้ญาติโยมทำทานให้อาหารปลา ชมวิวทิวทัศน์ 2 ฝั่งแม่น้ำท่าจีน ทำให้เริ่มมีผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทางคณะกรรมการก็เลยจัดให้เป็น “ตลาดน้ำวัดลำพญา” ตั้งปี พ.ศ. 2542 ถึงทุกวันนี้น่าจะประมาณ 24 ปี วัดลำพญาหรือวัดลาดลุ่ม เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นมาในปี พ.ศ. 2404 ตรงกับสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ส่วนคำเรียกขานว่า ลำพญาหรือลำพระยา นั้นชาวบ้านเล่าเรื่องสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนในปี พ.ศ. 2442 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ครั้งกระนั้นชาวมอญอพยพมาจากเมืองสามโคกเพื่อมาตั้งบ้านเรือนทำมาหากิน ส่วนริมแม่น้ำท่าจีนเป็นห้องแถวหรือย่านตลาดชาวจีนอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ มีทางรถไฟจากบางกอกน้อยไปเมืองเพชรบุรี มีพระยากรมท่าและพระยาอีกหลายท่านโดยสารรถไฟเพื่อปฏิบัติหน้าที่ทางราชการมาลงที่สถานีรถไฟงิ้วรายแล้วนั่งเรือแจวมากันเต็มลำเรือ ชาวบ้านเห็นกันทั่วชุมชนเลยเรียกว่าก๊กพระยา!!! ก๊กพระยามาทำไม คำตอบเพื่อควบคุมการขุดคลองแล้วจัดแบ่งปันพื้นที่ดินให้ชาวบ้านและชาวมอญทำมาหากิน แล้วจึงเรียก คลองลำพระยา ต่อมากลายเป็น ลำพญา ครั้งนั้นขึ้นอยู่กับอำเภอบางปลา เขตมณฑลนครชัยศรี ปัจจุบันเทศบาลตำบลลำพญา เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม

สำหรับวัดลำพญาแต่เดิมชื่อวัดลาดลุ่ม เมื่อจัดสร้างอุโบสถแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2494 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดลำพญา” น่าสนใจไปท่องเที่ยวมากครับควรจะเข้าอุโบสถก่อนทำบุญขอพรให้จิตใจสงบสบายใจ แล้วลงแพท่าน้ำไปทำทานให้อาหารปลา ล่องเรือ นั่งเรือแจว กินอาหารแล้วซื้อพืชผักผลไม้กลับบ้านครับ นี่แหละความเป็นมาเรื่องราวดี ๆ ของวัดลำพญา “ท่องเที่ยวเมืองไทย..ต้องไป…ถึงจะรู้” หรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานราชบุรี  โทรศัพท์ 032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. วันนี้ขอบคุณและสวัสดีครับ

 

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel

#Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

 

อ่านต่อ

เที่ยว 2 ตลาดสุขสำราญใจไป “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก – ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก”

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” สุขสันต์วันเสาร์ที่ 11 กรกฏาคม 2563ท่องเที่ยวที่ใด? คิดอะไรไม่ออกบอกหนุ่ม-สุทน วันนี้จะพาท่องเที่ยวตลาดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเขตอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ไปเที่ยว “ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก”

ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก แต่เดิมเคยมีตลาดลอยน้ำสมัยโบราณคึกคักด้วยชาวเรือพ่อค้า แม่ค้าและชาวประชาพายเรือ แจวเรือมาจับจ่ายตลาดซื้อพืชผักผลไม้ สำหรับคำว่าตลาดเหล่าตั๊กลักเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ขอแยกคำตามความหมายคำว่า “เหล่า” หมายถึง เก่า มีห้องแถวหรือตลาดเก่า ส่วนคำว่า “ตั๊กลัก” หมายถึง ตลาด รวมกันแล้วตลาดเหล่าตั๊กลักเก่าแก่ที่สุดมีอายุน่าจะประมาณ 150 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ชาวจีนแต้จิ๋ว ชาวจีนไหหลำอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนเป็นห้องแถวเพื่อทำการค้าย่านคลองดำเนินสะดวก ด้วยเหตุผลนี้บริเวณนี้จึงเคยเป็นตลาดลอยน้ำดั้งเดิมมาก่อน แล้วก็ขยายเข้ามาในคลองซอยที่นักท่องเที่ยวรู้จักคือตลาดน้ำดำเนินสะดวก!!!

ขอเล่าเรื่องย่อ ๆ ย้อนหลังกลับไปจุดเริ่มต้นของตลาดนัดที่เก่าแก่กันจริง ๆ อยู่ที่ตลาดไทยหลักห้าหรือตลาดนัดหลักห้า เขตอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ต่อมาเรือค้าขายเริ่มหันหัวเรือมาตลาดนัดในคลองเชื่อมคลองดำเนินสะดวกริมห้องแถวโค้งตามคลองเรียก ตลาดเหล่าตั๊กลัก เป็นย่านที่ชาวสวนในคลองซอยของคลองดำเนินสะดวกสัญจรมาซื้อข้าวปลาอาหารมากจนเต็มคลอง แล้วในปี พ.ศ. 2522 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) เมื่อโปรโมทโฆษณาใช้คำว่า “ตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวก” ยุคแรก ๆ เริ่มด้วยชาวยุโรปสนใจมากที่สุดและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ยอดนิยมของคนชอบเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ดังนั้นวันนี้หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำชาวแฟนเพจนักเดินทางทุกท่านถ้าหากได้มาเที่ยว “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” เมื่อจอดรถยนต์แล้วใจเย็น ๆ ครับ ผมขอแนะนำให้ไปตามเส้นทาง เที่ยว 2 ตลาด โดยเริ่มจุดที่ 1 ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเดินชมร้านค้าเสื้อผ้า เรือแม่ค้าต่าง ๆ จุดที่ 2 เดินข้ามสะพานมุมถ่ายภาพตลาดน้ำดำเนินสะดวก จุดที่ 3 ลงสะพานชมบรรยากาศหรือเก็บภาพส่งต่อให้เพื่อน ๆ อิจฉาเราเล่น ฮ่า ๆ เมื่อมาเที่ยวตลาดน้ำ จุดที่ 4 ท่าเรือบริการล่องเรือไป “ตลาดเหล่าตั๊กลัก” แบบสโลว์ไลฟ์(slow life ) อิงแอบสายน้ำและห้องแถวโบราณ(เลือกนั่งเรือหรือเดินต่อไปก็ได้ครับ) จุดที่ 5 เดินให้สุดทางคือคลองดำเนินสะดวกแวะศาลเทพเจ้ากวนอู แต่เดิมประดิษฐานในศาลไม้เก่าแก่อายุ 100 ปี ปัจจุบันเป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ นักท่องเที่ยวเข้าขอพรได้ เสร็จแล้วข้ามสะพานลอยเชื่อมสัมพันธ์ 2 ตลาด นั้นก็คือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก กับ ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก เจ้าค่ะ เดินชมห้องแถวไม้ 2 ชั้นบ้านเรือนเก่า ๆ ได้ตามความชอบแบบชิลล์ ๆ  แล้วเดินย้อนกลับไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกหรือนั่งเรือกลับก็ได้เช่นกันครับ

หนุ่ม-สุทน ขอใช้คำว่าเที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดราชบุรีและเขตจังหวัดนครปฐมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ขอขอบคุณ ผอ.สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรีที่ได้ให้การต้อนรับ วันนี้เขียนเล่าเรื่องท่องเที่ยวคลองดำเนินสะดวกให้ชาวแฟนเพจและนักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวกันเองนะครับ ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

ท่องเที่ยวแสนสุขใจต้องไป “ตลาดน้ำท่าคา” @สมุทรสงคราม

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 จะเที่ยวที่ไหนครับเป็นคำถาม? ส่วนคำตอบ เที่ยวตลาดน้ำท่าคาสิครับ “ตลาดน้ำท่าคา” อยู่ที่ตำบลท่าคา เขตอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

ตลาดน้ำท่าคา ยังคงเป็นตลาดน้ำแบบเดิมจริง ๆ ตามเหตุผลของหนุ่ม-สุทนที่ได้ไปเที่ยวตลาดน้ำมาทั่วไทยพูดได้เต็มปากเพราะว่าตลาดน้ำท่าคาแต่ดั้งแต่เดิมเมื่อโบราณกาลในคลองท่าคาหรือบ้านท่าคาชาวสวนมะพร้าว สวนผลไม้ สวนผักเรียกว่าข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์ ผมขอเล่าเรื่องราวถ้าย้อนหลังกลับไปประมาณ 60 – 70 ปีผ่านมาแล้วชาวสวนจะพายเรือ แจวเรือมาตามที่นัดหมายกันคือตลาดนัดเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันหรือจะใช้อัฐเป็นคำโบราณใช้เรียกขานตอนซื้อของต่าง ๆ และสตางค์ซื้อผักผลไม้เมื่อพายเรือมากล่าวกันว่า “ไปนัดจ้า” ยังเป็นคำสั้น ๆ ความหมายคือตลาดนัดวิถีชีวิตชาวสวน ทำไมจึงมีตลาดนัดเพราะชาวสวนในเมืองสมุทรสงครามหรือจังหวัดสมุทรสงคราม ส่วนใหญ่การสัญจรไปมาจะใช้เรือเป็นพาหนะ ดังนั้นจึงมีตลาดนัดยามเช้าพอสาย ๆ เรือพ่อค้าแม่ค้าจะพายขายของในลำปะโดง คลองเล็ก คลองน้อย ตามสวนมะพร้าวบ้านเรือนชาวสวนครับ

สำหรับตลาดนัดท่าคา แต่เดิมมีตลาดนัดวันข้างขึ้นหรือข้างแรม ยกตัวอย่างคือแรม 8 ค่ำ ขึ้น 15 ค่ำ เป็นต้น ต่อมาเมื่อภาครัฐได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวก็เลยทำให้ตลาดนัดท่าคากลายเป็นคำเรียก “ตลาดน้ำท่าคา” แล้วย้ายมาให้ตรงกับทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ตั้งแต่เวลา 06.00-13.00น.หนุ่ม-สุทนขอบอกชาวแฟนเพจนักท่องเที่ยวทุกท่าน ตลาดน้ำท่าคา น่าท่องเที่ยวจริง ๆ ยังคงความดั้งเดิมของวิถีชีวิตชาวสวนอยู่หรืออาจปรุงแต่งสถานที่บ้างเพื่อให้ดูสวยงามต้อนรับผู้มาเยือน ส่วนเรือค้าขายส่วนใหญ่มีผักผลไม้มาจากชาวสวนย่านนี้ โดยเฉพาะน้ำตาลปึก มะพร้าวอ่อน หัวหอมแดง พริกขี้หนูสวน กระเทียม สำหรับของกินก็หลากหลาย เช่น ส้มโอ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า มะม่วง มะนาว ก๋วยเตี๋ยวเรือและหอยแมลงภู่ทอดของคุณยายเขียวสูตรเฉพาะดั้งเดิมไม่เหมือนผู้ใด คิคิ ต้องชิมหอยทอดคุณยายเขียวขายหอยทอดมานานมาก ๆ ตอนนี้อายุ 84 ปี หนุ่ม-สุทนไปตลาดน้ำท่าคาทุกครั้งจะไม่พลาดหอยทอดคุณยายเขียว 2 จานแน่นอนไม่ผิดหวัง ภูมิใจนำเสนอไปเที่ยวตลาดน้ำท่าคาต้องกินหอยทอดคุณยายเขียว ต้นฉบับโบราณจริง ๆ ครับ ส่วนคำเรียกว่าท่าคาหรือบ้านท่าคาเป็นคำที่ชาวสวนเรียกกันเองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เพราะครั้งกระนั้น! มีการขุดคลองเพื่อการสัญจรไปมาปรากฏว่าขุดไม่แล้วเสร็จ คนโบราณใช้คำว่ามันท่าคาไว้ จึงได้เป็นคำเรียกกันต่อ ๆ มาท่าคา!!! ฮ่า ๆ อย่าคิดไปไกลครับ

หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำครับตลาดนัดหรือตลาดน้ำท่าคาวันเสาร์นักท่องเที่ยวจะมาก เนื่องจากวันศุกร์เย็น ๆ ส่วนใหญ่ผู้คนจะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มาเที่ยวตลาดน้ำยามเย็นสองฝั่งคลองอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม นั่งเล่น นั่งกินอาหารชานเรือน และพักผ่อนสัก 1 คืน พอรุ่งอรุณวันใหม่ เที่ยวต่อคือตลาดน้ำท่าคา อย่าลืมอุดหนุนพืชผักผลไม้ชาวสวนก่อนกลับกรุงเทพฯ กันเยอะ ๆ ครับ นักเดินทางที่ชอบท่องเที่ยวหาโอกาสเที่ยวตลาดน้ำท่าคาซื้อผักผลไม้ กินก๋วยเตี๋ยวเรือและหอยทอดคุณยายเขียวแล้วล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวสวนเท่านี้ก็สุขใจครับ วันนี้เขียนเล่าเรื่องตลาดน้ำท่าคาเขียนไปด้วยก็มีความสุขไปด้วยครับ อยากให้ชาวแฟนเพจได้เดินทางมาเที่ยวเก็บเกี่ยวความสุขด้วยกันครับ “ตลาดน้ำท่าคา” ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

ท่องเที่ยวแสนสุขใจต้องไปล่องเรือให้เพลิน ดำเนินสะดวกจ้า @ราชบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้ 30 มิถุนายน 2563 เย้เย้ สิ้นเดือนแล้วดีใจกับหลายคนที่ได้รับเงินเดือนกันอยู่ครับ เตรียมตัวไปเที่ยวกันต่อได้ วันนี้หนุ่ม-สุทนจะพาไปเที่ยวแบบเพลิน ๆ อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี  “ล่องเรือให้เพลิน ดำเนินสะดวกจ้า @ราชบุรี”

ตลาดน้ำดำเนินสะดวก แต่เดิมเรียกตลาดนัดคือเป็นตลาดที่ชาวบ้านนัดมาเจอกัน นัดกันเองอาจจะแรม 8 ค่ำหรือขึ้น 15 ค่ำ ก็ได้ให้เป็นที่รู้กันในชุมชนชาวย่านคลองดำเนินสะดวกและคลองซอยคือคลองเล็ก ๆ ที่แยกจากคลองสายตรง 8 หลัก เรียกชื่อคลองดำเนินสะดวก ส่วนคลองที่ขุดเข้าไปตามพื้นที่สวนเกษตรเขาเรียกคลองซอย สำหรับตลาดนัดคลองดำเนินสะดวก เป็นคลองซอยเล็ก ๆ แต่หนาแน่นด้วยเรือพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่แจวเรือเอาสินค้านานาชนิดมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน ต่อมาก็มีเรือเครื่องที่เอาสินค้ามาแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่าง เช่น คนที่เป็นเจ้าของสวนมะพร้าวก็จะแจวเรือเอาน้ำตาลปึกหรือมะพร้าวห้าวซึ่งเป็นผลมะพร้าวที่แก่เต็มที่ มาแลกเปลี่ยนเป็นผักหรือข้าวสารกับเรือขายผักตามที่ต้องการ (อ๊ะ! แต่ไม่ใช่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนเหมือนอย่างสำนวนไทยเรานั่นหรอกนะ)  สำหรับคำเรียกว่า “ตลาดลอยน้ำ” หรือ “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” มาจากชื่อเรียกจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อสท.) หรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในปัจจุบัน จากการที่ในปี พ.ศ. 2522 อสท. หรือ ททท. ได้โฆษณาประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวในเมืองไทยบ้านเรากันมากขึ้น จึงได้ถ่ายภาพทำเป็นโปสเตอร์ขนาดใหญ่ ถ่ายภาพตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวกแห่งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์ไปต่างประเทศ โดยใช้ชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า Floating Market คือ ตลาดน้ำ ซึ่งเป็นคำที่สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มาก เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวก็บอกต่อกันไปเรื่อย ๆ จนทำให้กลายเป็นตลาดน้ำยอดนิยมของคนต่างชาติแทบจะทั่วโลก แต่สมัยนั้นการเดินทางท่องเที่ยวก็ยังไม่สะดวกสบายเท่าปัจจุบันนี้ ยิ่งถ้าต้องออกไปเที่ยวไกล ๆ ในต่างจังหวัดสำหรับคนต่างถิ่นต่างชาติด้วยแล้ว ก็ต้องใช้เวลามากอยู่สักหน่อย ยิ่งเป็นการไปเที่ยวตลาดน้ำที่เปิดแต่เช้าตรู่แบบนี้ก็ยิ่งต้องตื่นแต่เช้ามืด ทำเวลาไปให้ทันก่อนที่ตลาดจะวายในช่วงสาย ๆ เรือพายเรือแจวต่างก็พากันพายหายกลับบ้านไปกันหมด เพราะทุกอย่างไม่มีการจัดฉาก ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าคนไหนจอดเรือเทียบท่ารอขายของให้นักท่องเที่ยว เรียกว่าไปเที่ยวตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวกยุคโน้น เป็นการไปเที่ยว ไปดู ไปสัมผัส ไปเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนในแบบที่เขาอยู่กันจริง ๆ กินกันจริง ทำกันจริง เป็น “ของจริง” ครับ

เพราะฉะนั้นตอนนั้นนักท่องเที่ยวก็จะพักแรมในกรุงเทพฯ เวลาตี 4.30 ออกเดินทางไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกก็ถึงรุ่งอรุณพอดี เป็นภาพที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจมากสำหรับฝรั่งมังค่าที่มาได้เห็นภาพเรือผัก เรือผลไม้ เรือก๋วยเตี๋ยว เรือบางลำก็มีมะพร้าวมาเต็มลำเรือ บางลำก็ขายขนมไทยอร่อย ๆ ใส่กระจาดเรียงรายในลำเรือ บางลำก็ขายข้าวสาร ขายพืชผักผลไม้จากสวน ชมพู ส้มโอ มะไฟ ไข่ไก่ไข่เป็ด ทั้งขายทั้งแลกเปลี่ยนกันตามประสาคนรู้จักมักคุ้น นับได้หลายสิบลำเรือท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ เป็นภาพที่ฝรั่งตาน้ำข้าวได้เห็นต่างก็พากันร้องบอก Very good หรือไม่ก็ตาโตอ้าปากร้อง Oh! WOW ประทับใจในแหล่งท่องเที่ยวตลาดลอยน้ำ Floating Market ดำเนินสะดวกกันสุดฤทธิ์ พากันตื่นเต้นมาก ๆ เมื่อมาเห็นเรือชาวบ้านลอยอยู่ในน้ำ!!! สมกับเป็นตลาดน้ำตามชื่อ

จากนั้นมาก็มีทั้งพี่ไทยพี่เทศพากันมาเที่ยวตลาดน้ำกันอย่างคึกคักเนืองแน่นในแต่ละสุดสัปดาห์ เลยทำให้ตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวกไม่เงียบเหงาซบเซา ชาวบ้านชาวช่องพากันพายเรือเอาพืชผักผลไม้ในสวนมาค้าขายให้นักท่องเที่ยวกันอย่างมีความสุข ได้ฝึกภาษากันทั้งไทยทั้งอังกฤษฟุดฟิดฟอไฟ ไทยไปอังกฤษมา ค้าขายได้เงินทองไปจับจ่ายใช้สอย เศรษฐกิจการท่องเที่ยวหมุนเวียนดีอย่างไม่น่าเชื่อ เมืองไทยมีชื่อเสียงโด่งดังมีสีสันจากตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวกนี้จนเป็นที่ที่ทัวร์ท่องเที่ยวพลาดไม่ได้  ในเวลาต่อมา แต่ก็อย่างว่านะครับเมื่อแหล่งท่องเที่ยวไหนบูมดังเป็นที่นิยม ก็มักจะมี Market Share หรือส่วนแบ่งทางการตลาดเกิดขึ้นตามมาหลัง ๆ มาก็มีตลาดน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อีกหลายแห่ง ทำให้คนที่ชอบการท่องเที่ยวแนววิถีวัฒนธรรมเที่ยวตลาดน้ำ ก็ต้องเดินทางแสวงหาตลาดน้ำที่ใหม่ ๆ ท่องเที่ยวกันเอง ทว่าปัจจุบันตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวกยังคงอยู่ได้เพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวเราคนไทยกันเองนี่ล่ะ มากกว่าชาวต่างชาตินะครับ หนุ่ม-สุทนขอบอก เรื่องนี้เรื่องจริงยิ่งตอนนี้พิษแพร่ระบาดโควิด 19 มา เราก็ยิ่งต้องเที่ยวกันเองในบ้านเราเมืองเรา เพื่อทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวของเราหมุนเวียนเข้มแข็งได้

นี่ก็เป็นเรื่องราวความคึกคัก สีสันของตลาดนัดดำเนินสะดวกแล้วก็มาเป็น “ตลาดน้ำหรือตลาดลอยน้ำ” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 จนถึงทุกวันนี้ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ เมืองไทยน่าเที่ยวให้โด่งดังไปทั่วโลกด้วยภาพโปสเตอร์ตลาดน้ำเพียงภาพนั้นภาพเดียว วันนี้หนุ่ม-สุทน คนเดินทางท่องเที่ยวตัวจริงก็ขอย้ำยืนยันว่า “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ยังน่าไปเที่ยวได้เหมือนเดิมนะครับ” เสาร์อาทิตย์นี้มีเวลาว่างก็ไปพิสูจน์กันได้ครับ  ขอขอบคุณ ผอ.สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี ที่ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชน สอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 032-919 176 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. บริการข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดราชบุรีและนครปฐม

 

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

เที่ยวสวนสามพรานสำราญใจ อาหารปลอดภัยต้องตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

รายการ “เรียกที่นี่ ว่าที่รัก” โดยหนุ่ม-สุทน สุขสันต์วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562  วันนี้จะพาไปรู้จักโรงแรมสวนสามพรานและตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐมครับ หนุ่ม-สุทน ขอเริ่มต้นเล่าเรื่องราวความเป็นมาของพื้นดินในเนื้อที่ 130 ไร่ ติดแม่น้ำท่าจีนหรือแม่นครชัยศรีเจ้าค่ะ พื้นดินแห่งนี้จุดมุ่งหมายคือการปลูกต้นพิกุลและดูแลให้งดงาม ส่วนเหตุผลเพราะว่าต้นพิกุลสมัยโบราณเชื่อถือว่าต้นพิกุลเป็นไม้มงคลมีอายุยืนยาว ส่วนดอกพิกุลมีกลิ่นหอมกรุ่นและเชื่อว่าเป็นดอกไม้สวรรค์ใช้ประกอบพระราชพิธีมงคลต่างๆ มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีครับ  ต่อมาในปี พ.ศ. 2505  พื้นที่แห่งนี้จึงได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจโรงแรมสวนสามพรานหรือrose garden ครับ รวมทั้งเป็นสวนพันธุ์ไม้นานาชนิด แต่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรู้จักความสวยงาม จนยากจะมาชมมากๆ คือดอกกุหลาบครับ นี่คือจุดเริ่มต้นที่กล่าวถึงสวนสามพรานและบ้านเรือนไทยย้อนยุคแบบไทยโบราณสร้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้าพักผ่อนคล้ายๆ บ้านตัวเองเจ้าค่ะ ต่อมาเมื่อ Rose garden ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนภายในสวนสามพราน จึงได้จัดสร้างหมู่บ้านไทยและโรงละครจัดแสดงทั้งสี่ภาคปรากฏว่าประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง มีบริษัทนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงร้องรำทำเพลง การชกมวยเป็นต้น รวมทั้งมีอาหารกลางวันไว้บริการด้วย โดยเฉพาะผัดไท ซึ่งอร่อยถูกใจนะจ๊ะต้องไปชิมครับ

ต่อมาเมื่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเข้ามามีถนนเพิ่มขึ้นการเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงน้อยลง ด้วยเหตุผลนี้หรือป่าว? ทำให้ผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นที่ 3  คิดใหม่ ทำใหม่หรือเรียกว่าสไตล์คนรุ่นใหม่ฮ่าๆ พี่หนุ่ม-สุทน ขอปรบมือดังๆ แสดงความยินดีและชื่นชมกับก้าวใหม่สู่พื้นดินที่สร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเรียนรู้และก้าวไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงเจ้าค่ะ

 

โดยในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารรุ่นใหม่ก็ออกพื้นที่พูดคุยกับชาวเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ทราบถึงวิธีการและแนวคิดของคนในพื้นที่ เพื่อหาวิธีการที่จะเปลี่ยนแปลงและหันมาร่วมกันปลูกผักปลอดภัยหรือที่เรียกผักเกษตรอินทรีย์ แรกๆ ชาวบ้านชาวสวนเกษตรยังไม่เข้าใจครับ ต้องไปพูดไปคุยกัน 3-4 ครั้ง โดยทางโรงแรมสวนสามพรานมีผู้รู้เรื่องเกษตรเดินทางไปให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องเกษตรอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ ได้ผลผลิตจากการปลูกผักปลอดสารพิษเป็นที่น่าพอใจ จึงได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในเขต จ.นครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง จนสามารถนำผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์มาจำหน่ายในตลาดสุขใจ สุขใจจริงๆ ครับ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์ได้อย่างจุใจเจ้าค่ะไม่ต้องกังวลเรื่องของสารพิษใดพี่หนุ่ม-สุทน ขอบอกรับรองได้ครับ

ส่วนโรงแรมสามพราน 4 ดาวนะจ๊ะ แต่การบริการยอดเยี่ยมของพนักงานในสวนสามพรานมีการอบรมมารยาทและรอยยิ้มเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนเจ้าค่ะ และถ้าหากพักแรมเค้ามีห้องพักมากถึง 160 ห้อง พักผ่อนแบบสบายใจและเดินชมพันธุ์ไม้นานาชนิดมีลมพัดผ่านเย็นๆ ริมแม่น้ำท่าจีน ยามเย็นนั่งดูแสงตะวันลับยอดต้นไม้ เห็นแสงตะวันอ่อนๆ นั่งริมน้ำ

สำหรับผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นใหม่ ซึ่งมีแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในแบบเกื้อหนุนสังคม ย่อมได้รับการแนะนำและส่งต่อธุรกิจจากรุ่นที่ 2 คือคุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหารสวนสามพรานเป็นอย่างดีด้วย ส่วนผู้บริหารสวนสามพรานรุ่นที่ 3 หรือรุ่นใหม่ 1.คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ 2.คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ และ 3.คุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไปครับ ทั้ง 3 ท่านร่วมกันเพื่อนำพาสวนสามพรานก้าวไปสู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแบบสไตล์คนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมทั้งภาครัฐและเอกชนภายใต้ “สามพรานโมเดล” และแบรนด์ “ปฐม” อย่างมุ่งมั่นต่อไป

โรงแรมสวนสามพรานมีห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ร้านอาหาร ไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีร้านกาแฟสดสไตล์สวนสามพรานชื่อปฐมเจ้าค่ะและมีลานกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เช่นดำนาข้าว และทอผ้าย้อมเส้นใยผ้า ปั้นตุ๊กตา ร้อยมาลัยเป็นต้น ส่วนพื้นที่โอโซนและปลูกผักปลอดสารพิษตรงข้ามโรงแรมสวนสามพรานเนื้อที่ 30 ไร่ เป็นพื้นดินเพื่อการเรียนรู้เรื่องเกษตรครับ

สำหรับท่านที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยว ศึกษาแหล่งเรียนรู้ หรือจัดประชุมสัมมนาที่โรงแรมสวนสามพรานสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034-322 588-93 หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com  ได้ทุกวันครับ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย

#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ

#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel

#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife

#STNewsThailand

อ่านต่อ

เชิญเที่ยวชมชิมช้อปเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ระหว่างวันที่  20-30 มิถุนายน  2562

คณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ลงพื้นที่ทำข่าวเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 ททท.สนง.สุรินทร์ (สุรินทร์-ศรีสะเกษ) ได้นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวสื่อออนไลน์ เดินทางไปทำข่าวเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จัดขึ้นหน้าศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่  20-30 มิถุนายน  2562  ครั้งนี้ทางคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ ได้รับการต้อนรับจาก ผอ.สมชาย ชมพูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)และนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สนง.(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)เป็นอย่างดี

ดังนั้นคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ ได้ทำข่าวในพิธีเปิดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษอย่างกว้างขวาง

และคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ได้เดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต จ.ศรีสะเกษและ จ.สุริทร์เพื่อนำมาประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวทั้งสองจังหวัดนี้ เช่นปราสาทสระกำแพงใหญ่ตั้งอยู่ในวัดสระกำแพงใหญ่เป็นโบราณสถานน่าสนใจเดินทางไปเที่ยวชมในเขต อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ส่วน จ.สุรินทร์ต้องไปเที่ยวชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่แบบโบราณสวยงามมากๆ ครับตามแบบชาวบ้านที่มีเชื้อสายชาวเขมร ดังชื่อบ้านโชคเป็นภาษาเขมรแปรว่าดอกบัว

          

         

เสร็จแล้วเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์เครื่องเงินลุงป่วนบ้านโชคการผลิตเครื่องเงินมีลวดลายทั้งหมด24ลวดลายให้ได้ชมอีกด้วยนะจ๊ะสุดยอดฝีมือ ทั้งนี่อยู่ ต.เขวาสินรินทร์ในเขต อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์เป็นต้น

และขอบคุณนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สนง.(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)ที่ได้เชิญคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ เดินทางไปทำข่าวและเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัดโดยมี รองอิสระ สาตรา รองผู้อำนวยการ ททท.สนง.สุรินทร์(สุรินทร์-ศรีสะเกษ) ดูแลและประสานงานสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยมและคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ขอบคุณมากๆครับ

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#ทททสำนักงานสุรินทร์(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)

#จังหวัดสุรินทร์ #ศรีสะเกษ

#ท่องเที่ยวชุมชน

#tourismlocallife

อ่านต่อ

เส้นทางท่องเที่ยวเมืองแพร่ สำหรับกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะ

เส้นทางท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มผู้หญิง

วันที่ 1
– ร้านจินเจอร์เบรคเฮ้าส์ แกลลอรี่ (Gingerbread House Gallery) ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ และโรงแรมที่พักเล็กๆ แบบอบอุ่นเป็นกันเองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแพร่ รับฟังการบรรยายเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดแพร่ โดยคุณธีรวุธ กล่อมแล้ว และร่วมกิจกรรมทำ Work Shop คุ๊กกี้ขนมปังขิง พร้อม packaging ดีไซน์น่ารัก ๆ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน
– ร้านแฮปปี้ เฮลท์ตี้ สปา (Happy Healthy Spa) ร่วมทดสอบกิจกรรม สปามือ จากผลิตภัณฑ์น้ำห้อมจากธรรมชาติ ที่มีเอกลักษณ์ประจำแพร่ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน
– โรงแรม Homely Nest โรงแรมเปิดใหม่ น่ารัก ๆ ตกแต่งด้วยงานผ้าและงานศิลปะผสมผสานความเป็นลอฟท์ล้านนาที่ลงตัว ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยว FIT มีร้านกาแฟ และร้านช้อปปิ้งเสื้อผ้าพื้นเมืองโม เดริน์ เจ้าของเป็นเด็กรุ่นใหม่ ที่กลับมาทำโรงแรมเล็ก ๆ ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสมัยใหม่
– บ้านวงศ์บุรี ชมเรือนไม้สักทองสีชมพู ขนาดใหญ่ 2 ชั้นทรงไทยบ้านนาผสมยุโรป ประดับตกแต่งลวดลายด้วยไม้ฉลุที่เรียกว่า ลาย ขนมปังขิง พร้อมพาคณะทดสอบการรับประทานอาหารขันโตกแบบล้านนา บรรยายกาศบ้านไม้โบราณ 100 กว่าปี
– วัดพงษ์สุนันท์ กราบขอพร “พระเจ้าแสนสุข” เป็นวัดในเขตกำแพงเมือง ชื่อเดิมว่าวัดปงสนุก ภายในบริเวณวัดมีพระนอนองค์ใหญ่สีทองอร่าม ลอดซุ้มประตูมงคล 19 ยอด มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธรูปเก่าแก่สวยงามมีวิหารแก้วองค์พระธาตุเจดีย์ 108 ยอด สีขาวทั้งหลัง มีความหมายทางพุทธศาสนา คือ บูชาพระพุทธคุณ
– ร้านกาแฟบ้านเบ้ว หรือกาแฟบ้านเบี้ยว ด้วยลักษณะเป็นบ้านไม้เก่าๆ และพื้นร้านและหลังคาของร้านเอียงลาดลง ทำให้มันกลายเป็นจุดขายของร้านที่ใครผ่านไปผ่านมาจะต้องแวะเข้ามาชิมกาแฟ จุดเช็คอินของวัยรุ่น!


วันที่ 2
– วัดสูงเม่น วัดที่มีคัมภีร์ใบลานภาษาล้านนา เก็บในหอพระคัมภีร์มากกว่า 2,000 ฉบับ ร่วมทำกิจกรรมห่อผ้าคัมภีร์ ตามธัมม์ วันเกิด เวียนธัมม์ เชื่อกันว่าผู้หญิงถ้าได้ห่อผ้าพระคัมภีร์ถือเป็นกุศลใหญ่ ได้สืบทอดพระพุทธศาสนา
– บ้านมัดใจ Homemade @ Cafe คาเฟ่เล็กๆ ที่เปิดพื้นที่ Work Shop งานศิลปะในบ้านท่ามกลางความร่มรื่นและสวยงาม ให้บุคคลที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม และทำกิจกรรมผ้ามัดย้อม ปั้น เพ้นท์เซรามิค และเป็นแหล่ง Shopping เสื้อผ้ามัดย้อมฮ่อม ผ้าลินินปักลาย เก๋ ๆ สำหรับสาวๆ
-ร่วมทำกิจกรรม Work Shop DIY ผ้ามัดย้อม / เพ้นท์เซรามิค สไตส์คุณ ชิ้นเดียวในโลก
– นั่งรถรางชมบรรยากาศเมืองแพร่ยามเย็น ในธีมเก๋ ๆ ผ่อบ้านแอ่วเวียง ชมเมืองแพร่ (Pharae Sight-seeing Night Tour) เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของเมืองแพร่
– เดินชมกาดกองเก่า (มีเฉพาะวันเสาร์) เป็นถนนคนเดิน ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรม บรรยากาศตลาดแบบพื้นบ้าน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดแพร่ ที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเมืองแพร่


วันที่ 3
– ร้านบายศรีครีเอชั่น แหล่งผลิตผ้า/จำหน่ายที่มีเอกลักษณ์ เจ้าของเป็นนักออกแบบที่จะ
คิดค้นลวดลายและสไตล์สอดรับกับเทรนด์ในแต่ละปีก่อนสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานศิลปะบนพื้นผ้า
ทั้งการสร้างแพตเทริ์น การพิมพ์ การย้อม การเพ้นท์
-ร่วมทำกิจกรรมออกแบบดีไซน์ของใช้จากผ้า เช่น เครื่องประดับ ตุ้มหู สร้อย กำไล ฯลฯ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน
– คำมีสตูดิโอ สตูดิโอที่รวบรวมผลงานการปั้นเซรามิคแนว Gen Y ในสโลแกนที่ว่า ปั้นดินกินพิซซ่าเสพงานศิลป์
– ร่วมทำกิจกรรมจัดสวนสวยในเซรามิค / ศิลปะเพ้นท์เซรามิค ฯลฯ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน

 

อ่านต่อ

ภูเขาสู่ทะเล และประวัติศาสตร์ พี่หนุ่ม-สุทน พาเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมไปจ.ระยอง ฮิฮิ

(เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน เดินทางไปเที่ยวเมืองระยอง จากภูเขาสู่ทะเลและประวัติศาสตร์เมืองระยอง) วันนี้พี่หนุ่ม-สุทน พาเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมไป จ.ระยอง พี่หนุ่ม-สุทน ขอเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร

โดยเริ่มต้นออกเดินทาง 08.00 น. คณะของพี่หนุ่ม-สุทน ครั้งนี้ไม่ธรรมดาครับต้องติดตาม  ทั้งหมดมี 10ชีวิต วัยสูงอายุนิดๆฮ่าๆ และวัยรองมา 40 ปีขึ้น และวัย30 ปี ส่วนวัยรุ่น 25 ค่า เงียบบ้างฮ่าๆ บ้างมีทุกรสอยู่ในทริปนี้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องขำขำเห่ฮาเล่าขานกันเองนะในคณะของเรา  รถตู้ปรับอากาศแอร์เย็นสบาย แล้วแวะระหว่างทางคือมอเตอร์เวย์

                    

เดินทางต่อ จุดหมายคือประวัติศาสตร์ในวัดลุ่มมหาชัยชุมพลตัวเมืองระยอง บริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพลมีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและต้นสะตืออายุ 300กว่าปี ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเมื่อปี2309 สมัยนั้นพระยาตากสินหรือพระยาวชิรปราการ ได้รวบรวมผู้กล้าหาญประมาณ 500 ชีวิต ตีฝ่าวงล้อมของทัพพม่า ออกจากกรุงศรีอยุธยาไปรวบรวมเสบียงอาหารที่ชุมชนบ้านโพธิ์สาวหาร แล้วเดินทัพไปบางคล้าฉะเชิงเทรา ไปเมืองบางละมุงแล้วเข้าเมืองราย็องหรือ จ.ระยอง เจ้าเมืองให้การต้อนรับอย่างดี แล้วพักทัพและผูกช้างไว้ต้นสะตือ มีฝึกเหล่าทหารเพื่อกลับไปกอบกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาให้ได้และบริเวณนี้เหล่าทหารได้พร้อมใจกันสถาปนาให้พระยาตากสินขึ้นเป็นพระเจ้าตากสินแม่ทัพใหญ่แล้วนำทัพไปเมืองจันท์หรือเมืองจันทบุรี (เรื่องราวเมืองจันทร์มีอีกมากพี่หนุ่ม-สุทนขออนุญาตไว้แค่เมืองระยอง)

                   

และจุดที่2 ไปถนนยมจินดา พี่หนุ่ม-สุทนพาเดินข้ามสะพานแม่น้ำระยองเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่าริมแม่ระยอง คณะเราแวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านบ้านไม้เก่าแก่คู่กับเมืองเก่าระยองหัวมุมถนนยมจินดา แล้วเดินทางไปเที่ยวชมตึกโบราณย่านถนนยมจินดา มีบ้านเจ้าเมืองและตรงข้ามร้านกาแฟโบราณแต่ไม่โบราณเพราะบรรดาวัยรุ่นมานั่งร้านนี้กันมากขอบอก  ราย็องมีกาแฟโบราณและอาหารหลากหลายอย่างตามเมนู พอแล้วเสร็จเดินทางต่อจุดหมายคือร้านกาแฟสด รถตู้วนเวียนอยู่ในตัวเมืองระยอง ได้ยินเสียงบอกจากน้องดาวหน้าตาอิ่มเอิบว่า ร้านกาแฟเปิดบ่าย 3โมง คอกาแฟสดผิดหวังฮิ ฮะฮะ เดินทางต่อเพิ่มความหวังจะได้ดื่มกาแฟสดกับน้องวิสาวชาวเมืองน่านและพี่หนุ่ม-สุทนตั้งใจเต็มที่ ณ ตลาดบ้านเพ บอกรถตู้จอดๆ หน้าร้าน แป่ว?ใจหายแวบๆ (ร้านปิดค่า )

                       

             

             

เริ่มต้นกันใหม่เดินทางต่อเข้าที่พักนะทุกคนบอก “ได้ค่า”  พี่หนุ่ม-สุทนพาหลงทางฮ่าๆ ไม่เป็นไรใช้บริการ GPS ผู้นำทางโดยน้องดาวบอกเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาถึงนะจ๊ะ ว้าวที่พักติดชายหาด ต.ชากพง อ.แกลงระยอง ทุกคนเลือกห้องพักจนพอใจ จุดหมายที่3 ซื้ออาหารทะเลสดๆ ตลาดบ้านเพ ผ่านหาดแม่พิมพ์นักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเล่นน้ำทะเลกันมากช่วงนี้อากาศร้อนคณะเรามองวิวทิวทัศน์สวยงามอยากลงไปเล่นน้ำทะเล แต่ต้องไปถึงตลาดบ้านเพ น้องดาวแม่บ้านใหญ่ จ่ายสตางค์แล้ว สั่งการ แยกกันไปซื้ออาหารสดนะ กุ้ง ปูและปลา ขอบอกว่าตลาดบ้านเพอาหารทะเลสดๆ ราคาไม่แพง นักท่องเที่ยวมาซื้อกันมากมาย ส่วนน้องอ้อม สาวเมืองเชียงใหม่พี่ใหญ่ของคณะ ต้องมีเครื่องดื่มเบียร์ 6 กระป๋องใหญ่555 ดื่มผู้เดียวถึงเที่ยงคืนครับ และทุกวัย ทุกคน ร่วมกันปิ้งๆย่างๆ ส่วนพี่หนุ่ม-สุทนมีหน้าที่กินครับ

              

              

               

 

               

รุ่งขึ้นวันใหม่ ทุกวัยตามสะดวกใครชอบแบบไหนจะเดินเล่นหาดทราย จะลงน้ำทะเล ถ่ายภาพสวยงามชายหาดทะเลเงียบสงบน่าลงเล่นน้ำคล้ายๆ เป็นหาดส่วนตัวแต่ไม่ใช่ นักท่องเที่ยวมาลงเล่นน้ำได้และ11โมง คณะเราออกเดินทางไปกินอาหารเที่ยงร้านผัดไทครูไกร เสร็จแล้วเดินทางกลับแวะซื้อของฝากตลาดบ้านเพ สำหรับจุดหมายปลายทางยังอยู่ในใจ เส้นทางกลับกรุงเทพฯ ผ่านทางเข้าตัวเมืองระยอง และแล้วสายตาพี่หนุ่ม-สุทน มองเห็นร้านกาแฟสดเก๋ๆ บอกรถตู้จอดแวะทันที ร้านกาแฟสด ทุกคนแยกกลุ่มตามอายุโดยมิได้นัดหมายฮ่าๆ เป็นตามนี่จริงๆนะ พี่หนุ่มเลยต้องนั่งคนเดียวซะงั้นครับ ได้เวลาแล้วคณะเราเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยความปลอดภัยถึงประมาณ 17.40 น. ความสุขเล็กๆ ของคณะทั้ง 10ชีวิตแสวงหาความสุขสนุกสนาม สมความตั้งใจของพี่ใหญ่ของคณะคือน้องอ้อมยุดากรและน้องๆ ร่วมทริป การเดินทางครั้งนี้ และขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยองได้มอบเสื้อเก๋ๆ ของททท.ให้ทุกคนในคณะ ด้วยความประทับใจ

               

แถมท้ายพี่หนุ่ม-สุทน ขอเล่าอีกนิด ตอนเย็นระหว่างรอน้องๆ ทำอาหารทะเลสดๆกันอยู่นั่น พี่หนุ่ม-สุทน ได้ออกมาวัดพลงไสวเพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าเรื่องราวให้ฟัง วัดพลงไสว ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง ขอย้อนกลับไปสมัยร.5 ปี2436 ครั้งนั้นมีพระภิกษุสงฆ์นามว่าหลวงพ่อวาด อินทโชติ ท่านเดินทางโดยทางเรือมาจากเมืองตราด เพราะสมัยนั้นทหารฝรั่งเศสยึดอำนาจเมืองตราดอยู่ หลวงพ่อวาดเป็นพระวิปัสสนา นั่งสมาธิแล้วไม่สงบนิ่ง ท่านจึงได้พาญาติโยมเดินทางมาเพื่อแสวงหาสถานที่สงบสุขจนกระทั่งมาถึงอ่าวชากพง สมัยนั้นเป็นป่า ไม่มีผู้คนอาศัย ญาติโยมจับจองที่ดินทำมาหากิน สำหรับหลวงพ่อวาด ท่านหาสถานที่สงบนิ่งแล้วนั่งสมาธิ ปรากฎว่ามีพายุพัดมา ชาวบ้านช่วยกันสร้างกุฏิเล็กๆ พออาศัยอยู่นั่งสมาธิ และต่อมาร่วมกันสร้างวัดขึ้นมาในปี 2448 หลวงพ่อวาด อินทโชติเป็นเจ้าวาส ท่านนั่งสมาธิกรรมฐานจนได้ชื่อว่ามีเมตตาธรรมสูงและวิทยาคมแก่กล้า พูดน้อยมีบารมีมาก นักเลงโตกลัวอำนาจบารมีท่าน และท่านรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านในละแวกนี้ เมื่อชาวบ้านมาขอพรและถามไถ่สิ่งใดก็ตาม หลวงพ่อวาด ถ้าพูดออกไปจะเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านเรียกหลวงพ่อวาดวาจาสิทธิ์ หลวงพ่อวาดท่านมรณภาพด้วยวัยชราในปี2487 สำหรับภายในวัดพลงไสว มีรูปหล่อหลวงพ่อวาด และประดิษฐานพระพุทธขัดสมาธิเพชร(พระพุทธสิหิงค์) มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระอุโบสถสีขาวสวยงาม

                         

เดินทางไปเที่ยวกันครับ ระยองยังมีเรื่องราวน่าสนใจให้ค้นหาอีกมากมายครับ

 

อ่านต่อ

นครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ

นครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560  เวลา 11.00 ณ.วิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนหอยทาก อาช่า จังหวัดนครนายก  ดร.ประดิษฐ์ ยมานันท์. ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก. เป็นประธานเปิดโครงการนครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ  โดยนายนฤพล สังเกตุ ผอ.ทกจ.นครนายก กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางไพรวัลย์ ศรีเทพ ผช.ทกจ.นครนายก จ.ส.ต.สกล ทองคำผอ.ททท.นครนายก และ ดร.สว่าง ทองไพ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว นำคณะสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวเข้าศึกษาโครงการเกษตรยั่งยืน”นครนายก”

จากความอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้และสภาพอากาศของจังหวัดนครนายก ทำให้มีหอยทากยักษ์ (Achatina fulica)แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว และกัดกินพืชผลทางการเกษตร สร้างความเสียหายให้วงกว้าง ดังนั้นเพื่อควบคุมจำนวนหอยทาก และใช้ประโยชน์จากการเก็บเมือก(Snail Filtrate) ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นต่อการบำรุงผิวพรรณ ซึ่งเป็นการแสวงหาโอกาสอย่างชาญฉลาด ในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงหอยทากอาช่า โดยการสนับสนุนของคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ซึ่งเป็นองค์กรรัฐ ที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือ ในการวิจัยและพัฒนาเซรั่มเมือกหอยทาก (Snail Filtrate Serum)  ร่วมกับบริษัท เอเดนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย เพื่อความกินดีอยู่ดี โดยดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ได้จัดตั้งเป็นศูนย์เกษตรยั่งยืนที่จังหวัดนครนายกเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงหอยทากยักษ์เนื่องจากเขตจังหวัดนครนายกพื้นที่เป็นเทือกเขามีป่าชุ่มชื่นและพื้นที่ราบทำนา ทำสวน ทำไร่ก็เลยทำให้หอยทากจะออกมาในยามค่ำคืนแล้วกินพืชผักและต้นข้าวตามนาข้าว พอชาวบ้านพบเห็นหอยทากก็รังเกียจ เอาไปทำลายให้มันตายไป แต่ปัจจุบันเมื่อมีโครงการเกษตรยั่งยืนเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนให้เลี้ยงหอยทากยักษ์ในเขตจังหวัดนครนายก  เกษตรเห็นคุณค่าของหอยทากทำเป็นฟาร์มเลี้ยงหอยทากและมีผู้เลี้ยงฟาร์มเล็กหรือฟาร์มใหญ่ 70 รายจะมีการส่งให้มีผู้เลี้ยงหอยทาก 100 รายในเขตจังหวัดนครนายก  ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวนครนายกไปพักที่ศูนย์โครงการเกษตรยั่งยืนนครนายก  ช่วงเวลา 09.00น.ทุกวันจะมีเกษตรกร  นำเมือกหอยทากที่เก็บได้แล้วมาส่งภายในศูนย์  นักท่องเที่ยวสามารถชมการตรวจสอบความเข้มข้นของเมือกหอยทากได้  ถ้านักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวชมหรือพักแรมภายในศูนย์โครงการเกษตรยั่งยืนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวรนัน ภัทรธุวานัน โทรศัพท์ 081-7336430 หรือท่านใดสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเซรั่มอาช่า  “ขวดเดียวจบทุกปัญหาผิว”  ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์  0-2587-4607 08-1375-0342 หรือ เฟสบุ๊ค achathai

 

อ่านต่อ
1 2
Page 1 of 2
error: Content is protected !!