close
FOLLOW US ON 

ช้อปปิ้ง

ตลาดรันเวย์3119 ถ.ร่มเกล้า

ยามเย็นแบบนี้ ลมพัดเย็นไปเดินเล่นกับพี่ไหมน้อง เดี่ยวพี่เลี้ยงของอร่อยเอง ตอนเย็นของทุกวันหากใครอยู่แถวนี้ หรือใกล้เคียง #ถนนร่มเกล้า จะชวนไปเดินชิวด้วยกันจ้า #ตลาดนัดยิปซีฟลามิงโก้เลค

เดินเข้าตลาดมาใครกันนะเอาเครื่องบินมาจอดไว้ที่นี่ เพราะเดิมทีคือตลาดรันเวย์ 3119 แต่ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น #ตลาดนัดยิปซีฟลามิงโก้เลค ซึ่งที่นี่มีมุมถ่ายรูปเช็คอิน

 

 

ใครชอบดื่มก็มีร้านเครื่องดื่มนั่งชิวไปกับเพื่อนๆ รวมทั้งร้านอาหารมีให้เลือกละลานตาไปหมดเลือกไม่ถูกกันเลยว่าจะกินอะไรกันดี น่ากินไปหมดทุกอย่างเลยจ้า

 

 

อิ่มกันแล้วก็ไปเดินเล่นกันต่อเลยค้า มีร้านค้าที่พ่อค้าแม่ค้ามีสไตล์ออกแนวเฉพาะตัวที่เรียกกันว่ากลุ่มยิปซี ใครชอบงานอาร์ต งานศิลป์ บวกกับดนตรีแนวๆ กับบรรยากาศโล่งโปร่งสบาย มีหลายโซนให้เดินช็อปเดินชิมหลากหลายร้านเลยทีเดียว

 

หรือแถมด้วยบรรยากาศย้อนยุค หนังกลางแปลง หนังตะลุงที่หาดูได้ยากเต็มทีในสมัยนี้ กลุ่มคนรักรถโบราณ รวมทั้งของเก่า ของเก็บก็ลองมาเดินชมกันได้

อาจจะได้ของถูกใจ นอกจากนี้ ที่นี้ยังมีจิตอาสา สอนอาชีพให้แบบฟรี ๆ ด้วยนะคะ เช่น สอนดนตรี สอนศิลปะ สอนทำผม โดยเฉพาะสอนตัดผมนะค่ะ มีครบสูตรทั้งชายหญิง สามารถเข้ามาสอบถามรายละเอียดกันได้เลย ที่นี่ตลาดยิปซีฟลามิงโก้เลคแห่งนี้ อยู่บนถนนร่มเกล้า ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook “ตลาดยิปซีฟลามิงโก้เลค” หรือ ตลาดรันเวย์3119

อ่านต่อ

เชิญเที่ยวชมชิมช้อปเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ระหว่างวันที่  20-30 มิถุนายน  2562

คณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ลงพื้นที่ทำข่าวเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 ททท.สนง.สุรินทร์ (สุรินทร์-ศรีสะเกษ) ได้นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวสื่อออนไลน์ เดินทางไปทำข่าวเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จัดขึ้นหน้าศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่  20-30 มิถุนายน  2562  ครั้งนี้ทางคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ ได้รับการต้อนรับจาก ผอ.สมชาย ชมพูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)และนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สนง.(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)เป็นอย่างดี

ดังนั้นคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ ได้ทำข่าวในพิธีเปิดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษอย่างกว้างขวาง

และคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ได้เดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต จ.ศรีสะเกษและ จ.สุริทร์เพื่อนำมาประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวทั้งสองจังหวัดนี้ เช่นปราสาทสระกำแพงใหญ่ตั้งอยู่ในวัดสระกำแพงใหญ่เป็นโบราณสถานน่าสนใจเดินทางไปเที่ยวชมในเขต อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ส่วน จ.สุรินทร์ต้องไปเที่ยวชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่แบบโบราณสวยงามมากๆ ครับตามแบบชาวบ้านที่มีเชื้อสายชาวเขมร ดังชื่อบ้านโชคเป็นภาษาเขมรแปรว่าดอกบัว

          

         

เสร็จแล้วเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์เครื่องเงินลุงป่วนบ้านโชคการผลิตเครื่องเงินมีลวดลายทั้งหมด24ลวดลายให้ได้ชมอีกด้วยนะจ๊ะสุดยอดฝีมือ ทั้งนี่อยู่ ต.เขวาสินรินทร์ในเขต อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์เป็นต้น

และขอบคุณนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สนง.(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)ที่ได้เชิญคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ เดินทางไปทำข่าวและเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัดโดยมี รองอิสระ สาตรา รองผู้อำนวยการ ททท.สนง.สุรินทร์(สุรินทร์-ศรีสะเกษ) ดูแลและประสานงานสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยมและคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ขอบคุณมากๆครับ

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#ทททสำนักงานสุรินทร์(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)

#จังหวัดสุรินทร์ #ศรีสะเกษ

#ท่องเที่ยวชุมชน

#tourismlocallife

อ่านต่อ

เส้นทางท่องเที่ยวเมืองแพร่ สำหรับกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะ

เส้นทางท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มผู้หญิง

วันที่ 1
– ร้านจินเจอร์เบรคเฮ้าส์ แกลลอรี่ (Gingerbread House Gallery) ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะ และโรงแรมที่พักเล็กๆ แบบอบอุ่นเป็นกันเองที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแพร่ รับฟังการบรรยายเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดแพร่ โดยคุณธีรวุธ กล่อมแล้ว และร่วมกิจกรรมทำ Work Shop คุ๊กกี้ขนมปังขิง พร้อม packaging ดีไซน์น่ารัก ๆ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน
– ร้านแฮปปี้ เฮลท์ตี้ สปา (Happy Healthy Spa) ร่วมทดสอบกิจกรรม สปามือ จากผลิตภัณฑ์น้ำห้อมจากธรรมชาติ ที่มีเอกลักษณ์ประจำแพร่ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน
– โรงแรม Homely Nest โรงแรมเปิดใหม่ น่ารัก ๆ ตกแต่งด้วยงานผ้าและงานศิลปะผสมผสานความเป็นลอฟท์ล้านนาที่ลงตัว ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยว FIT มีร้านกาแฟ และร้านช้อปปิ้งเสื้อผ้าพื้นเมืองโม เดริน์ เจ้าของเป็นเด็กรุ่นใหม่ ที่กลับมาทำโรงแรมเล็ก ๆ ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสมัยใหม่
– บ้านวงศ์บุรี ชมเรือนไม้สักทองสีชมพู ขนาดใหญ่ 2 ชั้นทรงไทยบ้านนาผสมยุโรป ประดับตกแต่งลวดลายด้วยไม้ฉลุที่เรียกว่า ลาย ขนมปังขิง พร้อมพาคณะทดสอบการรับประทานอาหารขันโตกแบบล้านนา บรรยายกาศบ้านไม้โบราณ 100 กว่าปี
– วัดพงษ์สุนันท์ กราบขอพร “พระเจ้าแสนสุข” เป็นวัดในเขตกำแพงเมือง ชื่อเดิมว่าวัดปงสนุก ภายในบริเวณวัดมีพระนอนองค์ใหญ่สีทองอร่าม ลอดซุ้มประตูมงคล 19 ยอด มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระพุทธรูปเก่าแก่สวยงามมีวิหารแก้วองค์พระธาตุเจดีย์ 108 ยอด สีขาวทั้งหลัง มีความหมายทางพุทธศาสนา คือ บูชาพระพุทธคุณ
– ร้านกาแฟบ้านเบ้ว หรือกาแฟบ้านเบี้ยว ด้วยลักษณะเป็นบ้านไม้เก่าๆ และพื้นร้านและหลังคาของร้านเอียงลาดลง ทำให้มันกลายเป็นจุดขายของร้านที่ใครผ่านไปผ่านมาจะต้องแวะเข้ามาชิมกาแฟ จุดเช็คอินของวัยรุ่น!


วันที่ 2
– วัดสูงเม่น วัดที่มีคัมภีร์ใบลานภาษาล้านนา เก็บในหอพระคัมภีร์มากกว่า 2,000 ฉบับ ร่วมทำกิจกรรมห่อผ้าคัมภีร์ ตามธัมม์ วันเกิด เวียนธัมม์ เชื่อกันว่าผู้หญิงถ้าได้ห่อผ้าพระคัมภีร์ถือเป็นกุศลใหญ่ ได้สืบทอดพระพุทธศาสนา
– บ้านมัดใจ Homemade @ Cafe คาเฟ่เล็กๆ ที่เปิดพื้นที่ Work Shop งานศิลปะในบ้านท่ามกลางความร่มรื่นและสวยงาม ให้บุคคลที่สนใจได้เข้ามาเยี่ยมชม และทำกิจกรรมผ้ามัดย้อม ปั้น เพ้นท์เซรามิค และเป็นแหล่ง Shopping เสื้อผ้ามัดย้อมฮ่อม ผ้าลินินปักลาย เก๋ ๆ สำหรับสาวๆ
-ร่วมทำกิจกรรม Work Shop DIY ผ้ามัดย้อม / เพ้นท์เซรามิค สไตส์คุณ ชิ้นเดียวในโลก
– นั่งรถรางชมบรรยากาศเมืองแพร่ยามเย็น ในธีมเก๋ ๆ ผ่อบ้านแอ่วเวียง ชมเมืองแพร่ (Pharae Sight-seeing Night Tour) เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของเมืองแพร่
– เดินชมกาดกองเก่า (มีเฉพาะวันเสาร์) เป็นถนนคนเดิน ซึ่งเต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรม บรรยากาศตลาดแบบพื้นบ้าน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดแพร่ ที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาเยือนเมืองแพร่


วันที่ 3
– ร้านบายศรีครีเอชั่น แหล่งผลิตผ้า/จำหน่ายที่มีเอกลักษณ์ เจ้าของเป็นนักออกแบบที่จะ
คิดค้นลวดลายและสไตล์สอดรับกับเทรนด์ในแต่ละปีก่อนสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานศิลปะบนพื้นผ้า
ทั้งการสร้างแพตเทริ์น การพิมพ์ การย้อม การเพ้นท์
-ร่วมทำกิจกรรมออกแบบดีไซน์ของใช้จากผ้า เช่น เครื่องประดับ ตุ้มหู สร้อย กำไล ฯลฯ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน
– คำมีสตูดิโอ สตูดิโอที่รวบรวมผลงานการปั้นเซรามิคแนว Gen Y ในสโลแกนที่ว่า ปั้นดินกินพิซซ่าเสพงานศิลป์
– ร่วมทำกิจกรรมจัดสวนสวยในเซรามิค / ศิลปะเพ้นท์เซรามิค ฯลฯ เป็นกิจกรรมใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอให้กับคณะไหนมาก่อน

 

อ่านต่อ

ภูเขาสู่ทะเล และประวัติศาสตร์ พี่หนุ่ม-สุทน พาเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมไปจ.ระยอง ฮิฮิ

(เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน เดินทางไปเที่ยวเมืองระยอง จากภูเขาสู่ทะเลและประวัติศาสตร์เมืองระยอง) วันนี้พี่หนุ่ม-สุทน พาเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมไป จ.ระยอง พี่หนุ่ม-สุทน ขอเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร

โดยเริ่มต้นออกเดินทาง 08.00 น. คณะของพี่หนุ่ม-สุทน ครั้งนี้ไม่ธรรมดาครับต้องติดตาม  ทั้งหมดมี 10ชีวิต วัยสูงอายุนิดๆฮ่าๆ และวัยรองมา 40 ปีขึ้น และวัย30 ปี ส่วนวัยรุ่น 25 ค่า เงียบบ้างฮ่าๆ บ้างมีทุกรสอยู่ในทริปนี้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องขำขำเห่ฮาเล่าขานกันเองนะในคณะของเรา  รถตู้ปรับอากาศแอร์เย็นสบาย แล้วแวะระหว่างทางคือมอเตอร์เวย์

                    

เดินทางต่อ จุดหมายคือประวัติศาสตร์ในวัดลุ่มมหาชัยชุมพลตัวเมืองระยอง บริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพลมีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและต้นสะตืออายุ 300กว่าปี ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเมื่อปี2309 สมัยนั้นพระยาตากสินหรือพระยาวชิรปราการ ได้รวบรวมผู้กล้าหาญประมาณ 500 ชีวิต ตีฝ่าวงล้อมของทัพพม่า ออกจากกรุงศรีอยุธยาไปรวบรวมเสบียงอาหารที่ชุมชนบ้านโพธิ์สาวหาร แล้วเดินทัพไปบางคล้าฉะเชิงเทรา ไปเมืองบางละมุงแล้วเข้าเมืองราย็องหรือ จ.ระยอง เจ้าเมืองให้การต้อนรับอย่างดี แล้วพักทัพและผูกช้างไว้ต้นสะตือ มีฝึกเหล่าทหารเพื่อกลับไปกอบกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาให้ได้และบริเวณนี้เหล่าทหารได้พร้อมใจกันสถาปนาให้พระยาตากสินขึ้นเป็นพระเจ้าตากสินแม่ทัพใหญ่แล้วนำทัพไปเมืองจันท์หรือเมืองจันทบุรี (เรื่องราวเมืองจันทร์มีอีกมากพี่หนุ่ม-สุทนขออนุญาตไว้แค่เมืองระยอง)

                   

และจุดที่2 ไปถนนยมจินดา พี่หนุ่ม-สุทนพาเดินข้ามสะพานแม่น้ำระยองเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่าริมแม่ระยอง คณะเราแวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านบ้านไม้เก่าแก่คู่กับเมืองเก่าระยองหัวมุมถนนยมจินดา แล้วเดินทางไปเที่ยวชมตึกโบราณย่านถนนยมจินดา มีบ้านเจ้าเมืองและตรงข้ามร้านกาแฟโบราณแต่ไม่โบราณเพราะบรรดาวัยรุ่นมานั่งร้านนี้กันมากขอบอก  ราย็องมีกาแฟโบราณและอาหารหลากหลายอย่างตามเมนู พอแล้วเสร็จเดินทางต่อจุดหมายคือร้านกาแฟสด รถตู้วนเวียนอยู่ในตัวเมืองระยอง ได้ยินเสียงบอกจากน้องดาวหน้าตาอิ่มเอิบว่า ร้านกาแฟเปิดบ่าย 3โมง คอกาแฟสดผิดหวังฮิ ฮะฮะ เดินทางต่อเพิ่มความหวังจะได้ดื่มกาแฟสดกับน้องวิสาวชาวเมืองน่านและพี่หนุ่ม-สุทนตั้งใจเต็มที่ ณ ตลาดบ้านเพ บอกรถตู้จอดๆ หน้าร้าน แป่ว?ใจหายแวบๆ (ร้านปิดค่า )

                       

             

             

เริ่มต้นกันใหม่เดินทางต่อเข้าที่พักนะทุกคนบอก “ได้ค่า”  พี่หนุ่ม-สุทนพาหลงทางฮ่าๆ ไม่เป็นไรใช้บริการ GPS ผู้นำทางโดยน้องดาวบอกเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาถึงนะจ๊ะ ว้าวที่พักติดชายหาด ต.ชากพง อ.แกลงระยอง ทุกคนเลือกห้องพักจนพอใจ จุดหมายที่3 ซื้ออาหารทะเลสดๆ ตลาดบ้านเพ ผ่านหาดแม่พิมพ์นักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเล่นน้ำทะเลกันมากช่วงนี้อากาศร้อนคณะเรามองวิวทิวทัศน์สวยงามอยากลงไปเล่นน้ำทะเล แต่ต้องไปถึงตลาดบ้านเพ น้องดาวแม่บ้านใหญ่ จ่ายสตางค์แล้ว สั่งการ แยกกันไปซื้ออาหารสดนะ กุ้ง ปูและปลา ขอบอกว่าตลาดบ้านเพอาหารทะเลสดๆ ราคาไม่แพง นักท่องเที่ยวมาซื้อกันมากมาย ส่วนน้องอ้อม สาวเมืองเชียงใหม่พี่ใหญ่ของคณะ ต้องมีเครื่องดื่มเบียร์ 6 กระป๋องใหญ่555 ดื่มผู้เดียวถึงเที่ยงคืนครับ และทุกวัย ทุกคน ร่วมกันปิ้งๆย่างๆ ส่วนพี่หนุ่ม-สุทนมีหน้าที่กินครับ

              

              

               

 

               

รุ่งขึ้นวันใหม่ ทุกวัยตามสะดวกใครชอบแบบไหนจะเดินเล่นหาดทราย จะลงน้ำทะเล ถ่ายภาพสวยงามชายหาดทะเลเงียบสงบน่าลงเล่นน้ำคล้ายๆ เป็นหาดส่วนตัวแต่ไม่ใช่ นักท่องเที่ยวมาลงเล่นน้ำได้และ11โมง คณะเราออกเดินทางไปกินอาหารเที่ยงร้านผัดไทครูไกร เสร็จแล้วเดินทางกลับแวะซื้อของฝากตลาดบ้านเพ สำหรับจุดหมายปลายทางยังอยู่ในใจ เส้นทางกลับกรุงเทพฯ ผ่านทางเข้าตัวเมืองระยอง และแล้วสายตาพี่หนุ่ม-สุทน มองเห็นร้านกาแฟสดเก๋ๆ บอกรถตู้จอดแวะทันที ร้านกาแฟสด ทุกคนแยกกลุ่มตามอายุโดยมิได้นัดหมายฮ่าๆ เป็นตามนี่จริงๆนะ พี่หนุ่มเลยต้องนั่งคนเดียวซะงั้นครับ ได้เวลาแล้วคณะเราเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยความปลอดภัยถึงประมาณ 17.40 น. ความสุขเล็กๆ ของคณะทั้ง 10ชีวิตแสวงหาความสุขสนุกสนาม สมความตั้งใจของพี่ใหญ่ของคณะคือน้องอ้อมยุดากรและน้องๆ ร่วมทริป การเดินทางครั้งนี้ และขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยองได้มอบเสื้อเก๋ๆ ของททท.ให้ทุกคนในคณะ ด้วยความประทับใจ

               

แถมท้ายพี่หนุ่ม-สุทน ขอเล่าอีกนิด ตอนเย็นระหว่างรอน้องๆ ทำอาหารทะเลสดๆกันอยู่นั่น พี่หนุ่ม-สุทน ได้ออกมาวัดพลงไสวเพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าเรื่องราวให้ฟัง วัดพลงไสว ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง ขอย้อนกลับไปสมัยร.5 ปี2436 ครั้งนั้นมีพระภิกษุสงฆ์นามว่าหลวงพ่อวาด อินทโชติ ท่านเดินทางโดยทางเรือมาจากเมืองตราด เพราะสมัยนั้นทหารฝรั่งเศสยึดอำนาจเมืองตราดอยู่ หลวงพ่อวาดเป็นพระวิปัสสนา นั่งสมาธิแล้วไม่สงบนิ่ง ท่านจึงได้พาญาติโยมเดินทางมาเพื่อแสวงหาสถานที่สงบสุขจนกระทั่งมาถึงอ่าวชากพง สมัยนั้นเป็นป่า ไม่มีผู้คนอาศัย ญาติโยมจับจองที่ดินทำมาหากิน สำหรับหลวงพ่อวาด ท่านหาสถานที่สงบนิ่งแล้วนั่งสมาธิ ปรากฎว่ามีพายุพัดมา ชาวบ้านช่วยกันสร้างกุฏิเล็กๆ พออาศัยอยู่นั่งสมาธิ และต่อมาร่วมกันสร้างวัดขึ้นมาในปี 2448 หลวงพ่อวาด อินทโชติเป็นเจ้าวาส ท่านนั่งสมาธิกรรมฐานจนได้ชื่อว่ามีเมตตาธรรมสูงและวิทยาคมแก่กล้า พูดน้อยมีบารมีมาก นักเลงโตกลัวอำนาจบารมีท่าน และท่านรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านในละแวกนี้ เมื่อชาวบ้านมาขอพรและถามไถ่สิ่งใดก็ตาม หลวงพ่อวาด ถ้าพูดออกไปจะเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านเรียกหลวงพ่อวาดวาจาสิทธิ์ หลวงพ่อวาดท่านมรณภาพด้วยวัยชราในปี2487 สำหรับภายในวัดพลงไสว มีรูปหล่อหลวงพ่อวาด และประดิษฐานพระพุทธขัดสมาธิเพชร(พระพุทธสิหิงค์) มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระอุโบสถสีขาวสวยงาม

                         

เดินทางไปเที่ยวกันครับ ระยองยังมีเรื่องราวน่าสนใจให้ค้นหาอีกมากมายครับ

 

อ่านต่อ

นครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ

นครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560  เวลา 11.00 ณ.วิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนหอยทาก อาช่า จังหวัดนครนายก  ดร.ประดิษฐ์ ยมานันท์. ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก. เป็นประธานเปิดโครงการนครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ  โดยนายนฤพล สังเกตุ ผอ.ทกจ.นครนายก กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางไพรวัลย์ ศรีเทพ ผช.ทกจ.นครนายก จ.ส.ต.สกล ทองคำผอ.ททท.นครนายก และ ดร.สว่าง ทองไพ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว นำคณะสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวเข้าศึกษาโครงการเกษตรยั่งยืน”นครนายก”

จากความอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้และสภาพอากาศของจังหวัดนครนายก ทำให้มีหอยทากยักษ์ (Achatina fulica)แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว และกัดกินพืชผลทางการเกษตร สร้างความเสียหายให้วงกว้าง ดังนั้นเพื่อควบคุมจำนวนหอยทาก และใช้ประโยชน์จากการเก็บเมือก(Snail Filtrate) ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นต่อการบำรุงผิวพรรณ ซึ่งเป็นการแสวงหาโอกาสอย่างชาญฉลาด ในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงหอยทากอาช่า โดยการสนับสนุนของคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ซึ่งเป็นองค์กรรัฐ ที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือ ในการวิจัยและพัฒนาเซรั่มเมือกหอยทาก (Snail Filtrate Serum)  ร่วมกับบริษัท เอเดนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย เพื่อความกินดีอยู่ดี โดยดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ได้จัดตั้งเป็นศูนย์เกษตรยั่งยืนที่จังหวัดนครนายกเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงหอยทากยักษ์เนื่องจากเขตจังหวัดนครนายกพื้นที่เป็นเทือกเขามีป่าชุ่มชื่นและพื้นที่ราบทำนา ทำสวน ทำไร่ก็เลยทำให้หอยทากจะออกมาในยามค่ำคืนแล้วกินพืชผักและต้นข้าวตามนาข้าว พอชาวบ้านพบเห็นหอยทากก็รังเกียจ เอาไปทำลายให้มันตายไป แต่ปัจจุบันเมื่อมีโครงการเกษตรยั่งยืนเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนให้เลี้ยงหอยทากยักษ์ในเขตจังหวัดนครนายก  เกษตรเห็นคุณค่าของหอยทากทำเป็นฟาร์มเลี้ยงหอยทากและมีผู้เลี้ยงฟาร์มเล็กหรือฟาร์มใหญ่ 70 รายจะมีการส่งให้มีผู้เลี้ยงหอยทาก 100 รายในเขตจังหวัดนครนายก  ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวนครนายกไปพักที่ศูนย์โครงการเกษตรยั่งยืนนครนายก  ช่วงเวลา 09.00น.ทุกวันจะมีเกษตรกร  นำเมือกหอยทากที่เก็บได้แล้วมาส่งภายในศูนย์  นักท่องเที่ยวสามารถชมการตรวจสอบความเข้มข้นของเมือกหอยทากได้  ถ้านักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวชมหรือพักแรมภายในศูนย์โครงการเกษตรยั่งยืนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวรนัน ภัทรธุวานัน โทรศัพท์ 081-7336430 หรือท่านใดสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเซรั่มอาช่า  “ขวดเดียวจบทุกปัญหาผิว”  ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์  0-2587-4607 08-1375-0342 หรือ เฟสบุ๊ค achathai

 

อ่านต่อ

นครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่

                    นครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2560  เวลา 11.00 ณ.วิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนหอยทาก อาช่า จังหวัดนครนายก  ดร.ประดิษฐ์ ยมานันท์. ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก. เป็นประธานเปิดโครงการนครนายกน่ายลท่องเที่ยววิถีชุมชนเมืองน่าอยู่ สู่เส้นทางธรรมชาติ  โดยนายนฤพล สังเกตุ ผอ.ทกจ.นครนายก กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนางไพรวัลย์ ศรีเทพ ผช.ทกจ.นครนายก จ.ส.ต.สกล ทองคำผอ.ททท.นครนายก และ ดร.สว่าง ทองไพ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว นำคณะสมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยวเข้าศึกษาโครงการเกษตรยั่งยืน”นครนายก”

จากความอุดมสมบูรณ์ ป่าไม้และสภาพอากาศของจังหวัดนครนายก ทำให้มีหอยทากยักษ์ (Achatina fulica)แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว และกัดกินพืชผลทางการเกษตร สร้างความเสียหายให้วงกว้าง ดังนั้นเพื่อควบคุมจำนวนหอยทาก และใช้ประโยชน์จากการเก็บเมือก(Snail Filtrate) ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นต่อการบำรุงผิวพรรณ ซึ่งเป็นการแสวงหาโอกาสอย่างชาญฉลาด ในการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงหอยทากอาช่า โดยการสนับสนุนของคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันวิจัย วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ซึ่งเป็นองค์กรรัฐ ที่มีความเชี่ยวชาญและเครื่องมือ ในการวิจัยและพัฒนาเซรั่มเมือกหอยทาก (Snail Filtrate Serum)  ร่วมกับบริษัท เอเดนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

 

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพชุมชน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย เพื่อความกินดีอยู่ดี โดยดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  ได้จัดตั้งเป็นศูนย์เกษตรยั่งยืนที่จังหวัดนครนายกเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาเลี้ยงหอยทากยักษ์เนื่องจากเขตจังหวัดนครนายกพื้นที่เป็นเทือกเขามีป่าชุ่มชื่นและพื้นที่ราบทำนา ทำสวน ทำไร่ก็เลยทำให้หอยทากจะออกมาในยามค่ำคืนแล้วกินพืชผักและต้นข้าวตามนาข้าว พอชาวบ้านพบเห็นหอยทากก็รังเกียจ เอาไปทำลายให้มันตายไป แต่ปัจจุบันเมื่อมีโครงการเกษตรยั่งยืนเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนให้เลี้ยงหอยทากยักษ์ในเขตจังหวัดนครนายก  เกษตรเห็นคุณค่าของหอยทากทำเป็นฟาร์มเลี้ยงหอยทากและมีผู้เลี้ยงฟาร์มเล็กหรือฟาร์มใหญ่ 70 รายจะมีการส่งให้มีผู้เลี้ยงหอยทาก 100 รายในเขตจังหวัดนครนายก  ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวนครนายกไปพักที่ศูนย์โครงการเกษตรยั่งยืนนครนายก  ช่วงเวลา 09.00น.ทุกวันจะมีเกษตรกร  นำเมือกหอยทากที่เก็บได้แล้วมาส่งภายในศูนย์  นักท่องเที่ยวสามารถชมการตรวจสอบความเข้มข้นของเมือกหอยทากได้  ถ้านักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวชมหรือพักแรมภายในศูนย์โครงการเกษตรยั่งยืนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวรนัน ภัทรธุวานัน โทรศัพท์ 081-7336430 หรือท่านใดสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเซรั่มอาช่า  “ขวดเดียวจบทุกปัญหาผิว”  ติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์  0-2587-4607 08-1375-0342 หรือ เฟสบุ๊ค achathai

 

อ่านต่อ

อยุธยาไนท์พลาซ่า แหล่งรวมสินค้า ของฝาก ของที่ระลึก ของเก่าสะสม

market07

แหล่งรวมสินค้า ของฝาก ของที่ระลึก ของเก่าสะสม หัตถกรรมพื้นเมืองต่างๆ สินค้า OTOP 5 ดาว วิสาหกิจชุมชน เสื้อผ้าแฟร์ชั่น กระเป๋า รองเท้า เครี่องสำอาง เครื่องประดับ ของใช้จุกจิกมากมาย พักผ่อนทานอาหารกับบรรยากาศแบบไทยๆ

อ่านต่อ

ตลาดโก้งโค้ง ลักษณะบ้านเรือนไทย คงสถาปัตยกรรมและบรรยากาศเก่าๆ

market05

ลักษณะบ้านเรือนไทย คงสถาปัตยกรรมและบรรยากาศเก่าๆ เหมือนให้คุณได้ย้อนกลับไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ก่อนคนจะนั่งขายสินค้าบนพื้น เวลาเลือกซื้อของจะต้องโก้งโค้งเพื่อเลือกและของอร่อยทั่วทุกมุมในตลาด

อ่านต่อ

ตลาดนานาชาติอโยเดีย ร้านค้าสีสันฉูดฉาด เอาใจวัยรุ่นโดยเฉพาะ มุมถ่ายรูปน่ารักๆ

market06

ตลาดที่เต็มไปด้วยสีสัน อาคารร้านค้าตกแต่งสไตล์นานาชาติคล้ายบ้านการ์ตูน เดิมคือตลาดเศียรช้าง ฮิปมาร์เก็ต จุดเด่นของที่นี่คือพรอพให้ถ่ายรูปเก๋ๆมากมาย เหมาะกับการมาเป็นครอบครัว หรือแม้คู่รักก็มาเดินสวีทกันได้สบายๆ ไม่ร้อน

อ่านต่อ

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร แหล่งเรียนรู้ทางภูมิปัญญาทางด้านศิลปหัตถกรรมของไทย

craft

ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางภูมิปัญญาทางด้านศิลปหัตถกรรมของไทย โดยมุ่งเน้นการฝึกอาชีพให้แก่เกษตรกร เพื่อเป็นรายได้พิเศษจากช่วงที่ว่างจากงานเกษตรกรรม

อ่านต่อ