close
FOLLOW US ON 

ทริปเที่ยวมันส์มาเล่าแบ่งปัน

เที่ยวสวนสามพรานสำราญใจ อาหารปลอดภัยต้องตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

รายการ “เรียกที่นี่ ว่าที่รัก” โดยหนุ่ม-สุทน สุขสันต์วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562  วันนี้จะพาไปรู้จักโรงแรมสวนสามพรานและตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐมครับ หนุ่ม-สุทน ขอเริ่มต้นเล่าเรื่องราวความเป็นมาของพื้นดินในเนื้อที่ 130 ไร่ ติดแม่น้ำท่าจีนหรือแม่นครชัยศรีเจ้าค่ะ พื้นดินแห่งนี้จุดมุ่งหมายคือการปลูกต้นพิกุลและดูแลให้งดงาม ส่วนเหตุผลเพราะว่าต้นพิกุลสมัยโบราณเชื่อถือว่าต้นพิกุลเป็นไม้มงคลมีอายุยืนยาว ส่วนดอกพิกุลมีกลิ่นหอมกรุ่นและเชื่อว่าเป็นดอกไม้สวรรค์ใช้ประกอบพระราชพิธีมงคลต่างๆ มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีครับ  ต่อมาในปี พ.ศ. 2505  พื้นที่แห่งนี้จึงได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจโรงแรมสวนสามพรานหรือrose garden ครับ รวมทั้งเป็นสวนพันธุ์ไม้นานาชนิด แต่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรู้จักความสวยงาม จนยากจะมาชมมากๆ คือดอกกุหลาบครับ นี่คือจุดเริ่มต้นที่กล่าวถึงสวนสามพรานและบ้านเรือนไทยย้อนยุคแบบไทยโบราณสร้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้าพักผ่อนคล้ายๆ บ้านตัวเองเจ้าค่ะ ต่อมาเมื่อ Rose garden ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนภายในสวนสามพราน จึงได้จัดสร้างหมู่บ้านไทยและโรงละครจัดแสดงทั้งสี่ภาคปรากฏว่าประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง มีบริษัทนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงร้องรำทำเพลง การชกมวยเป็นต้น รวมทั้งมีอาหารกลางวันไว้บริการด้วย โดยเฉพาะผัดไท ซึ่งอร่อยถูกใจนะจ๊ะต้องไปชิมครับ

ต่อมาเมื่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเข้ามามีถนนเพิ่มขึ้นการเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงน้อยลง ด้วยเหตุผลนี้หรือป่าว? ทำให้ผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นที่ 3  คิดใหม่ ทำใหม่หรือเรียกว่าสไตล์คนรุ่นใหม่ฮ่าๆ พี่หนุ่ม-สุทน ขอปรบมือดังๆ แสดงความยินดีและชื่นชมกับก้าวใหม่สู่พื้นดินที่สร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเรียนรู้และก้าวไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงเจ้าค่ะ

 

โดยในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารรุ่นใหม่ก็ออกพื้นที่พูดคุยกับชาวเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ทราบถึงวิธีการและแนวคิดของคนในพื้นที่ เพื่อหาวิธีการที่จะเปลี่ยนแปลงและหันมาร่วมกันปลูกผักปลอดภัยหรือที่เรียกผักเกษตรอินทรีย์ แรกๆ ชาวบ้านชาวสวนเกษตรยังไม่เข้าใจครับ ต้องไปพูดไปคุยกัน 3-4 ครั้ง โดยทางโรงแรมสวนสามพรานมีผู้รู้เรื่องเกษตรเดินทางไปให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องเกษตรอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ ได้ผลผลิตจากการปลูกผักปลอดสารพิษเป็นที่น่าพอใจ จึงได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในเขต จ.นครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง จนสามารถนำผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์มาจำหน่ายในตลาดสุขใจ สุขใจจริงๆ ครับ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์ได้อย่างจุใจเจ้าค่ะไม่ต้องกังวลเรื่องของสารพิษใดพี่หนุ่ม-สุทน ขอบอกรับรองได้ครับ

ส่วนโรงแรมสามพราน 4 ดาวนะจ๊ะ แต่การบริการยอดเยี่ยมของพนักงานในสวนสามพรานมีการอบรมมารยาทและรอยยิ้มเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนเจ้าค่ะ และถ้าหากพักแรมเค้ามีห้องพักมากถึง 160 ห้อง พักผ่อนแบบสบายใจและเดินชมพันธุ์ไม้นานาชนิดมีลมพัดผ่านเย็นๆ ริมแม่น้ำท่าจีน ยามเย็นนั่งดูแสงตะวันลับยอดต้นไม้ เห็นแสงตะวันอ่อนๆ นั่งริมน้ำ

สำหรับผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นใหม่ ซึ่งมีแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในแบบเกื้อหนุนสังคม ย่อมได้รับการแนะนำและส่งต่อธุรกิจจากรุ่นที่ 2 คือคุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหารสวนสามพรานเป็นอย่างดีด้วย ส่วนผู้บริหารสวนสามพรานรุ่นที่ 3 หรือรุ่นใหม่ 1.คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ 2.คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ และ 3.คุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไปครับ ทั้ง 3 ท่านร่วมกันเพื่อนำพาสวนสามพรานก้าวไปสู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแบบสไตล์คนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมทั้งภาครัฐและเอกชนภายใต้ “สามพรานโมเดล” และแบรนด์ “ปฐม” อย่างมุ่งมั่นต่อไป

โรงแรมสวนสามพรานมีห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ร้านอาหาร ไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีร้านกาแฟสดสไตล์สวนสามพรานชื่อปฐมเจ้าค่ะและมีลานกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เช่นดำนาข้าว และทอผ้าย้อมเส้นใยผ้า ปั้นตุ๊กตา ร้อยมาลัยเป็นต้น ส่วนพื้นที่โอโซนและปลูกผักปลอดสารพิษตรงข้ามโรงแรมสวนสามพรานเนื้อที่ 30 ไร่ เป็นพื้นดินเพื่อการเรียนรู้เรื่องเกษตรครับ

สำหรับท่านที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยว ศึกษาแหล่งเรียนรู้ หรือจัดประชุมสัมมนาที่โรงแรมสวนสามพรานสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034-322 588-93 หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com  ได้ทุกวันครับ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย

#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ

#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel

#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife

#STNewsThailand

อ่านต่อ

วัดพระนั่งดิน อ.เชียงคำ จ.พะเยา

พี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินทางไปเที่ยว อ.เชี่ยงคำ จ.พะเยา เข้าไปวัดพระนั่งดินเพราะวัดนี้น่าสนใจมากๆ ครับ โดยเฉพาะองค์พระพุทธรูปนั่งประดิษฐานที่พื้นดินแปลกมากครับ

องค์พระนั่งดินหรือพระเจ้านั่งดินมีตำนานเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้นพี่หนุ่ม-สุทน ได้เก็บเรื่องราวมาเล่าให้แฟนๆ ฟังนะจ๊ะ โดยเริ่มต้นสมัยพุทธกาลกล่าวกันว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่บนดอยในเขตเมืองเชียงชะราวหรือเมืองพุทธรส ครั้งนั้นเจ้าเมืองพุทธสรคือพญาคำแดงเห็นว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นมงคลยิ่งของชาวบ้านและชาวเมืองพุทธรสและพญาคำแดงเห็นว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาน่าจะทำสิ่งที่เป็นมงคลแก่เมืองพุทธสร จึงได้ร่วมกับพระอรหันต์และท่านฤาษี ประกอบพิธีขอเหล่าเทวดาและเจ้าป่าเจ้าเขาเพื่อช่วยกันปั้นรูปเหมือนพระพุทธเจ้าด้วยดินอันเป็นมงคลฤกษ์ ตามตำนานกล่าวว่า

นำดินมาจากเมืองศรีลังกาเพื่อนำมาปั้นรูปเหมือนพระพุทธเจ้า พอปั้นแล้วเสร็จพระพุทธเจ้าทรงทอดพระเนตรและทรงตรัสว่าไม่ค่อยเหมือนและทรงโปรดให้เอาดินเติมแต่งเพื่อให้เหมือนกับพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนี้องค์รูปเหมือนก็เคลื่อนลงมานั่งอยู่กับพื้นดิน จึงเป็นที่มาของคำว่าพระเจ้านั่งดิน และพระพุทธเจ้าทรงทำนายไว้ว่าองค์รูปเหมือนหรือพระเจ้านั่งดินจะอยู่คู่กับศาสนาพุทธนานถึง 5,000ปี และทรงทำนายอีกว่าเมืองนี้จะรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สิน ต่อมาเมืองพุทธรสได้จัดสร้างองค์พระธาตุเพื่อล้างบาป(สมัยนั้นยังไม่ใช้คำว่าบุญกุศล)และกล่าวกันว่าพบแร่ทองคำไหลมาตามลำน้ำด้านหลังองค์พระธาตุล้างบาปจึงเปลี่ยนชื่อเมืองว่าเชียงคำครับ สำหรับวัดพระเจ้านั่งดินและองค์พระเจ้านั่งดินประดิษฐานในวิหารสร้างได้สวยงามมากๆ

ส่วนเรื่องราวขององค์พระเจ้านั่งดินยังมีเรื่องราวเล่าต่อครับ ขอย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 40-50ปี ที่ผ่านมามีญาติโยมเดินทางมาขอพรพระเจ้านั่งก็เห็นว่าพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่กับพื้นดินดูไม่เหมาะสม จึงได้ดำเนินการจัดสร้างฐานรองรับและอัญเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประดิษฐาน ปรากฎว่ารุ่งเช้าเมื่อเจ้าหน้าที่วัดพระนั่งดินเปิดวิหารตามปกติก็พบองค์พระเจ้านั่งดินก็ลงมานั่งพื้นดินเช่นเดิมครับแปลกแต่จริงครับและยังคงเล่าขานกันถึงทุกวันนี้นะเจ้าค่ะ และต่อมาทางวัดพระนั่งดินได้จัดสร้างตู้กระจกใสๆ ครอบให้เห็นองค์พระเจ้านั่งดินถึงทุกวันนี้แหละครับ ทุกวันนี้คำว่าพระเจ้านั่งดินก็หายไปเหลือแต่พระนั่งดิน ส่วนชื่อวัดก็เรียกวัดพระนั่งดินเจ้าค่ะ

วัดพระนั่งดินทุกวันนี้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันมากก็ทำให้วัดพระนั่งดินเจริญรุ่งเรืองตามกาลเวลา โดยเฉพาะบริเวณวัดดูสะอาดดี และมีองค์พระมหาธาตุเจดีย์จัดสร้างได้สวยงามดูเด่นชัดและสง่างามครับ รักนะเมืองเชียงคำหรือ อ.เชียงคำ มีวัฒนธรรมของการแต่งกายชาวไตหรือชาวไทลื้อดูได้จากร้านค้าเสื้อผ้าสวยๆ งามๆ ในบริเวณลานวัดพระนั่งดินเจ้าค่ะ พี่หนุ่ม-สุทนขอจบเรื่องเล่าขานตามตำนานของวัดพระนั่งดินเด้อ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย
#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#STNewsThailand

อ่านต่อ

“แม่ฮ่องสอน” ยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม “ปางมะผ้า ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน” การท่องเที่ยวแบบครบวงจร

เริ่มต้อนฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะปีใหม่แล้วเวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ว่าไหมคะท่านผู้อ่าน ห่างหายกันไปนานไม่ได้มาทักทายกันเลย ครั้งนี้มาก็ขอหอบเอาบรรยากาศดีช่วงหน้าหนาวมาฝากสักหน่อยนะ ทางผู้เขียนได้มีโอกาสไปสัมผัสลมหนาวที่เมืองสามหมอก เมื่อวันที่ 7,8และวันที่ 9 ที่ผ่านมา เป็น งานกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน   “แม่ฮ่องสอน” ยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม ใน 3 อำเภอแห่งประวัติศาสตร์ “ปางมะผ้า ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน” จัดกิจกรรมให้ชุมชนช่วยการท่องเที่ยวแบบครบวงจร

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ และธรรมชาติในแถบเทือกเขารอยต่ออำเภอปางมะผ้า ปาย และเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีสภาพป่าเขา ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สวยงาม มีถ้ำอยู่จำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีมนุษย์ถ้ำโบราณอาศัยอยู่เป็นเวลานานมาแล้ว นอกจากนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลมาตั้งฐานทัพบริเวณอำเภอขุนยวม ทำให้เกิดประวัติและเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับชาวญี่ปุ่น

 

ประวัติศาสตร์ทั้งสองด้านของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการบอกเล่าเรื่องราว ถ่ายทอด โดยผู้ที่อยู่ในชุมชน เองบอกเลยคะว่าไม่เสียเที่ยวในการมาเที่ยวจริงๆ ประจวบเหมาะกับช่วงนี้กระแสและความนิยม การท่องเที่ยวโดยชุมชน “Community Based Tourism” ก็ได้รับความนิยมและได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ เป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนับสนุเพราะเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นถิ่น ทำให้ผู้ที่มาเยือนได้ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ของชุมชน รวมถึง กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้เกิดประโยชน์แก่คนในท้องถิ่น ในมิติที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของ เป็นผู้รับผิดชอบ และทำหน้าที่จัดการการท่องเที่ยวได้ด้วยชุมชนเอง รวมถึงเป็นการยกย่อง เชิดชูภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกิดจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุมชน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562
เริ่มต้นการเดินทางเดินครั้งนี้ ด้วยเครื่องบิน ที่สนามบินดอนเมือง ด้วยเที่ยวบินประมาณตี 5 ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชม. เห็นจะได้ค่ะ ก็ถึงสนามบินเชียงใหม่เช้าพอดีเลย อากาศสดชื่นสุดๆเลยค่ะ มองซ้ายมองขวา เห็นน้องทีมงานยื่นรอรับอยู่ ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม จะรออะไรละคะ ก็รีบขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันเลย
จากเครื่องบิน ก็มาต่อกันด้วย รถตู้จาก เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน รถตู้มารับออกจากสนามบินเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างเดินทางก็ได้ชมข้างทาง ช่างสวยงามจริงๆค่ะ หลายๆท่านที่เคยมา คงนึกออกว่าความสวยงามจะมากขนาดไหน ใช่ไหมละคะ แต่หากท่านใดยังไม่เคยมา วันนี้ก็มีภาพมาฝากให้ชมกันเล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ ครั้งนี้ชมรูปไปก่อน แต่อย่าลืมหาโอกาสเพื่อไปเที่ยวชมให้ได้นะคะ เดินทางมาสักพัก ก็ถึงเริ่มหิวแล้ว ก่อนเข้าไปชมธรรมชาติ ในถ้ำลอด ก็หยุดแวะรับประทานอาหารกลาง ที่ ร้านครัวนอร์ทเทอร์นฮิลล์ ทางร้านได้จัดเมนูอาหารไว้ให้เรียบร้อย อิ่มหายหิว อยากหลับมากๆค่ะ แบบที่คำที่เคยได้ยินกันว่า หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ได้หมอนสักใบคงดี ก็อาหราอร่อยๆ แบบท้องถิ่น ชวนลิ้มลองจริงๆ เช่นเมนู ไก่อุบ ผัดเห็ดดินด้าน น้ำพริกหนุ่ม ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของที่นี่มีรสชาติอร่อยมากคะ

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทางไปที่ ถ้ำลอน อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฉ่องสอนเมื่อทางคณะก้าวเท้าแรกลงไปจากรถ ก็ได้ยินเสียงกล่าวคำว่า สวัสดีครับ/ค่ะ สวัสดีจ้าว น่ารักมากๆว่าไหมคะ หลังจากเสียงสวัสดีแล้ว ก็เริ่มได้ยินเสียงดนตรี หันไปดู เห็น ฆ้องราว (ฆ้องราว เป็นอัตลักษณ์ของชาวไทใหญ่) ชวนให้ ครึกครื้นมากๆเลยค่ะข้างหน้า เครื่องดนตรี ก็ได้พบกับ การแสดงโต ในการแสดงโต เป็นการแสดง โดยใช้ผู้ชาย ๒ คนเล่น คนหนึ่ง เชิดทางหัว ส่วนคนที่สอง เชิดทางหาง คล้ายๆ การเชิดสิงโตของจีนนั้นเอง ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงแล้ว ก็มานั้งฟังเรื่องราว เกี่ยวกับ ประวัติเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แหล่งธรรมชาติ และอื่นๆที่มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง ฟังเรื่องเล่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟังแล้วก็ต้องปฏิบัติจริงค่ะ ช้าทำไมละคะเข้าไปดูบรรยากาศใน ถ้ำลอดกันดีกว่า ก่อนเดินเข้าตรงบริเวณปากทาง ถ้ำลอดจะมีชาวบ้านยืนรอพร้อมถือตะเกียงเจ้าพายุ เพื่อนำทางนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาชมธรรมชาติ ภายในถ้ำ สวยงามมากๆ เดินไปตามสะพานไม้ไผ่ สักพัก ก็จะเจอกับหินรูปทรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ รูปหินที่สวยงามนี้บางรูป มีรูปแลดูก็เหมือนบล็อกโคลี่นะ ก็จินตนาการไปเลือนๆ เพราะหินแต่ละก้อน ความงดงามไม่เหมือนกัน รูปทรงก็แตกต่างกันด้วย

 


หลังจากที่เดินเข้าไปหินงอก หินย้อย รูปทรงต่างๆเสร็จแล้ว ก็ ต่อด้วย เดินขึ้นบันไดประมาณ 95 ขั้นนะคะ ความงดงามก็จะได้อีกบรรยากาศเลยค่ะ เมื่อขึ้นไปแล้วก้มลงมาจะเห็นหินเป็นเหมือนรูปตุ๊กตาสวยมากหลังจากชื่นชม (ถ้ำ2) โซน 2 เสร็จก็เดินลงจากบันไดเพื่อไปชม(ถ้ำ 3) โซน3 ด้วยการนั่งแพไม้ไผ่ ที่ชาวบ้านเตรียมไว้สำหรับ บริการนักท่องเที่ยว 1ลำ นั้งได้ 3 ท่านนะคะ นั่งชมความงามกันแบบสบายๆได้เห็นปลามากมายที่อยู่ในถ้ำ พากันว้ายมาหา เหมือนบอกว่า ยินดีตอนรับ เพลินไปอีกแบบ นั่งแพไปสักพัก จะเห็นจุดชมวิวที่สวยมาก ว่าแล้วก็ขอเก็บรูปมาฝากนะคะ ถ่ายออกมาอาจไม่สวย เท่ากับสถานที่จริง เพราะด้วยฝีมือยังไม่ถึงขั้นเท่าไหร่ อย่าว่ากันนะ รูปกับวิวสวยๆ นิดๆ หลังจากนั้นชาวบ้านที่ถือตะเกียงก็พาเดินเข้าถ้ำ ในถ้ำ นี้จะเห็นโรงศพของผีแมน หลังจากนั้น ก็ได้นั่งแพ ออกจากถ้ำกับบรรยากาศที่เงียบได้ยินเสียงหยดน้ำ จากบนถ้ำหยดลงน้ำ เสียงปลาไหว้น้ำเพื่อมาส่ง เมือแพถึงทางออกก็เดินไปขึ้นรถเพื่อออกเดินไปที่พัก เพื่อทานข้าวแล้วก็เข้านอนเตรียมตัวออกเดินทางพรุ่งนี้ กันต่อ
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562
ตื่นตี 5 ครึ่งออกเดิน ทาง 6 โมงเช้า เริ่มจากการ ไปหาอาหารเช้าแบบพื้นเมืองรับประทานที่ บ้านจ่าโบ่ เมนูที่บ้านจ่าโบ่ อำเภอปาย จ.แม่ฉ่องสอน ก็จะมี ข้าวต้ม ข้าวผัด น้ำพริกมูเซอ กินคู่กับผักหลากหลายชนิด อร่อยไปอีกแบบ ได้ท่านอาหารที่แสนอร่อยแล้ว ยังได้อิ่มเอมกับบรรยากาศ หมอกยามเช้า ภูเขาสวยๆ หลังจากนั้นก็ที่ขาดไม่ได้เลย ก็ต้อง เก็บภาพคู่กับวิวสวยๆ สักหน่อยนะคะ เดินออกไปเพื่อไปขึ้นรถก็อดที่จะแวะชมของฝากของชาวบ้านไม่ได้ ด้วยความสวยงามของสีสัน ที่ชวนให้หยุดแวะชม สอบถามดูแม่ค้าบอกว่า เสื้อที่เห็นนะเย็บเองนะจ๊ะ ฝีมือล้วนๆเลยละ ติดไม้ติดมือกันคนละชิ้นสองชิ้น เพื่ออุดหนุนการท่องเที่ยวแบบชุมชนสักหน่อย พอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ออกเดินทางไปชม ความงาม ที่ ทุ่งบัวตอง


เมือเดินทางมาถึง ทุ่งบัวตอง อำเภอขุนยวม แม่ฮ่องสอน ก็ตื่นเต้นมาๆ เพราะฝนตกพอดี แต่ด้วยความสวยงามของ ทุ่งบัวตอง ที่บานสะพรั่ง ชวนเหลือเกินให้ลงจากรถ ไปชมความงาม ไปเก็บภาพ มาฝาก ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ สมใจ สวยงามสุดๆ ใครยังไม่ได้มา ก็ต้องหาเวลามาให้ได้นะ ความสวยงามกับบรรยากาศสดชื่นชวนให้ถ่ายรูปสวยๆมาเยอะเลย หลังจากที่ชมความงามของทุ่งบัวตอง เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อ ไปรับประทานอาหาร เที่ยงกันที่ ร้านเฮินปิลันธน์ แม่ฮ่องสอน เมนูที่นี่จะมี แกงแค
ซ่าถั่วป๋อง (ถั่วพู)  ซ่า = ดิบ โก๋ = สุก ข้าวส้ม  จิ้นลุง ปลาจอ  หนังปอง(หนังควาย หรือ หนังวัว) อร่อยมากค่ะ นอกจากทานอาหารแล้ว ยังได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมพื้นเมือง ของชาวบ้านเมืองปอน ทานข้าวอิ่มก็ได้เวลา

เดินทางไปต่อ ที่วัดต่อแพ วัดต่อแพ ตั้งอยู่ที่ บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมน้ำ นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะเข้าชมให้ได้ สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ของแม่ฮ่องสอน ที่ยังมีความงดงามและยังคงรักษาบรรยากาศแบบไท ไทยใหญ่ ไว้อย่างน่าสนใจ มากๆ ด้วยประวัติที่ไม่ธรรมดาของวัดต่อแพ เล่ากันว่า วัดต่อแพ เดิมเป็นวัดร้าง มีเจดีย์เก่าๆ ที่เหลือเป็นซากอิฐจำนวนมาก ต่อมมามีพระพม่า มาจำวัดอยู่ ชาวบ้านจึงได้ตั้งที่นี่เป็นสำนักสงฆ์ในปี พ.ศ.2461 จากนั้นก็มีพ่อค้าจีนที่มาพักบริเวณนี้ เพื่อจะต่อแพ บรรทุกข้าวสารไปขายยัง แม่สะเรียง ได้รวบรวมปัจจัยทำนุบำรุงวัดให้ดีขึ้น
สิ่งน่าสนใจภายในวัดต่อแพ
1. เจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ วิหารแบบไทยใหญ่ ทั้งเจดีย์และวิหารตั้งเด่นอยู่กลางลานวัดโดยมีกำแพงแก้วล้อมรอบเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบมอญตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม ที่ส่วนยอดประดับฉัตรโลหะเจ็ดชั้น ตั้งอยู่คู่กับวิหารโถงซึ่งเป็นศิลปะไทยใหญ่ มีหลังคาซ้อนหลายชั้นอย่างวิจิตรพิสดาร แสดงให้เห็นฝีมืออันประณีตของช่างไทยใหญ่ในยุคนั้น
2. ศาลาการเปรียญ เป็นสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทยใหญ่ที่สวยงามมาก สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความกว้าง 30 ม. ยาว 25 ม. หลังคาแยกเป็นหลังๆ ซ้อนเป็นชั้นๆ มุงด้วยสังกะสี ประดับโลหะฉลุลายอย่างสวยงาม
3. ผ้าม่านโบราณ ชาวพม่านำมาถวายให้เป็นสมบัติของวัด ผ้าม่านผืนนี้มีอายุร้อยกว่าปี เป็นศิลปะแบบพม่า ปักดิ้นทองลานนูนประดับด้วยทับทิมกับอัญมณีที่มีค่าแสดงเรื่องราวพระเวสสันดรชาดก ปัจจุบันผ้าม่านโบราณผืนนี้จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์บนจอง 4. อาคารสถาปัตยกรรมไทยใหญ่ เป็นอาคารขนาดเล็กต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในวัด ได้แก่ ถาน(ส้วม) ศาลาสรงน้ำ ศาลาบ่อน้ำซึ่งล้วนมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น คือ มีหลังคาซ้อนเป็นชั้นๆ ประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม


จุดเด่นอีกอย่างคือ การขับรถ ATV ชมบรรยากาศ สนุก ได้ความรู้ ครบรูปแบบจริงๆกับกิจกรรม Fam Trip ครั้งนี้ ยังไม่อยากไปไหนเลย แต่ด้วยเวลา กำหนด ก็ต้องออกเดินทางไปชมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองปอนหมู่ที่ 1 อำเภอขุนยวม ที่นี่มีสวนสมุนไพร ให้ได้ศึกษามากมาย การนวดแบบไทยๆนอกจากจะมีการนวดแล้วยังมีมาร์คหน้าแบบไทยๆ ด้วยวิธีชาวบ้านนะคะ
หลังจากนั้นก็ได้ออกเดินไปชมพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 หรืออนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น เข้าชมวิดีทัศน์ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชุมชนและความสัมพันธ์กับกองทัพทหารญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่กับชุมชนบ้านขุนยวม พร้อมกับเยี่ยมชมอุปกรณ์เครื่องใช้และอาวุธของทหารญี่ปุ่นที่เก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ โดยมี การแนะนำประวัติความเป็นมา สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่ชมวิดีโอเสร็จวิทยากรประจำศูนย์ ก็พาไปชมอาวุธสงคราม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้าชุดทหารญี่ปุ่น หลังจากที่ชมสถานที่นี้เสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปเพื่อที่พัก เพื่อเก็บของ และเตรียมตัวแต่งชุดสวยๆ ไปร่วมงาน

เปิดตัวหมู่บ้านการจัดการท่องเที่ยวหมู่บ้านเชิงประวัติศาสตร์ ต้องมนต์เมืองสามหมอก เสน่ห์เมืองแห่งชาติพันธุ์
ประธานเปิดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติ จาก ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พร้อมด้วย นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน วัฒนธรรมจังหวัด และผู้แทนหอการค้าจังหวัด เข้าร่วมพูดคุยแรกเปลี่ยนพร้อมให้ข้อมูล แกผู้ร่วมงาน และสื่อมวลชน พร้อมชมการแสดง สวยงามมากๆค่ะ

9 พฤศจิกายน 2562
วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วนะคะ กับการท่องเที่ยวที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับ กิจกรรม Fam Trip แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เส้นทางเดินทัพทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ในวันนี้ ตื่นตั้งแต่ตี 5 เลยค่ะ เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปใส่บาตร ชมวิถีชาวเมือ ประมาณ 6 เช้า หลังจากที่ใส่บาตรเสร็จก็เดินเข้าไปชมในตลาดสักหน่อย ดูว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นก็ออกเดินทางต่อไปที่ วัดพระธาตุดอยกองมู เมืองสามหมอก จ.แม่ฮ่องสอน เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยกองมู วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมา จากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน คนแรก

อ่านต่อ

พี่หนุ่ม-สุทน พากราบพระธาติลำปางหลวง เมืองเขลางค์นคร

สบายๆ เช้าวันอาทิตย์ที่ 10พฤศจิกายน2562 ถ้าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวเมืองเขลางค์นครหรือนครลำปางหรือ จ.ลำปาง ต้องแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงสร้างขึ้นสมัยพระนางจามเทวีและตามความเชื่อของการจัดสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์ล้อมรอบด้วยมหานทีสีทันดรเป็นแม่น้ำกว้างใหญ่อยู่ระหว่างดินแดนตอนเหนือของชมพูทวีปและองค์พระมหาธาตุเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ดังนั้นสาธุชนชาวพุทธจึงไปเวียนเทียนรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์3รอบ เพื่อตั้งจิตภาวนาว่าพุทโธๆๆๆครับ


#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย
#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#STNewsThailand

อ่านต่อ

น้ำตกอุ่น อุทยานแห่งชาติภูซาง จ.พะเยา

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน พาไปรักทรัพยากรป่าไม้และน้ำตกอุ่นในเขตอุทยานแห่งชาติภูซาง จ.พะเยา

ทักทายเช้าวันจันทร์ที่ 4พฤศจิกายน2562 วันนี้พี่หนุ่ม-สุทน มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟังนะจ๊ะ เมื่อวันเสาร์ที่ 2พฤศจิกายน2562 ที่ผ่านมาพี่หนุ่ม-สุทน เดินทางไปพักแรมในอุทยานแห่งชาติภูซาง ด้านเขตบ้านธาตุภูซาง ต.ภูซาง อ.ภูซางจ.พะเยาและขอบอกว่าน่ารักมากครับ น่ารักไปพักผ่อนฮิๆ ใช้คำพูดใหม่ น่ารักจ้าน่าสัมผัสอากาศเย็นๆ นอนหลับสบายๆ และมีอาคารเป็นเรือนพักรวม พักได้เป็นหมู่คณะหรือบ้านพักก็มี ถ้าชอบพักผ่อนแบบกางเต้นท์ก็ได้ครับ สำหรับครั้งนี้พี่หนุ่ม-สุทนขอแนะนำเส้นทางรักษาธรรมชาติป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ก็น่ารักเช่นกันค่ะ ที่รักทรัพยากรป่าไม้

 

 

โดยเริ่มต้นจุดแรกก่อนเป็นสวนใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่ริมธาราและน้ำตกอุ่นไหลลงเป็นธาราแม่น้ำเปื่อยฮ่าๆ ชื่อแปลกนะ

 

ข้ามสะพานจุดชมวิวและถ่ายภาพความสวยของธรรมชาติ เสร็จแล้วก็เดินขึ้นไปตามชั้นบันไดว้าวว้าว ออกกำลังกายพอเหนื่อยๆ และหยุดดูต้นไม้สูงใหญ่อายุน่ารักเกิน100ปีจ้า แต่ตามภาษาชาวบ้าน ยืนมองแหงนคอตั้งบา เพราะต้นไม้ยืนต้นตระหง่านริมลำธาราเชิงเขาล้อมรอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด

แต่เมื่อเข้าฤดูหนาวจะมีผึ้งหลวงมาเกาะทำรังเต็มต้นไม้สูงเด่นชัดและรังผึ้งหลวงใหญ่ม๊ากมาก หาดูได้ยากต้องรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์และอากาศบริสุทธิ์ด้วยนะในเขตอุทยานแห่งชาติภูซาง ส่วนผึ้งหลวงที่ทำรังพอเข้าหน้าร้อนตัวผึ้งหลวงก็จะทิ้งรังผึ้งและบินหนีจากไปจ้า เมื่อยคอแล้วครับ

 

จากจุดนี้เดินขึ้นถึงด้านบนไปตามขั้นบันไดพอเหนื่อยอีกแล้วจ้า เมื่อถึงบนเขาศึกษาธรรมชาติป่าไม้เค้าทำเป็นสะพานเดินเป็นวงรอบไปถึงจุดที่ 2คือบ่อซับน้ำอุ่นและป่าพรุน้ำจืด สำหรับบ่อซับน้ำอุ่นเป็นบ่อน้ำร้อนธรรมชาติผุดขึ้นมาจากใต้บาดาลตลอดเวลาในอุณหภูมิประมาณ35องศาเซลเซียสและไหลเป็นลำธารตามธรรมชาติกลายเป็นน้ำตกอุ่น เป็นสายน้ำยาวลงแม่น้ำเปื่อยสวยงามมากและเป็นที่ชื่นชอบของนักเดินทางรักเธอนะน้ำตกอุ่น และสามารถลงไปถ่ายภาพโพสต์ท่าดูน่ารักคล้ายๆนางแบบกับธรรมชาติป่าไม้สายธารา

 

ส่วนน้ำตกอุ่นเล่นน้ำตกได้หนุกหนานอู้ฮู ต้องไปรักป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ และนอกจากเมื่อเพลิดเพลินกับการเดินศึกษาป่าไม้หรือลงเล่นน้ำตกอุ่น

ทางอุทยานแห่งชาติภูซางมีร้านค้าและร้านอาหารไว้บริการแบบตามใจชอบฮิๆถ้ามี(ร้านอาหารตามสั่งนะจ๊ะอร่อยถูกใจครับ)สุดท้ายคอกาแฟสดพลาดโอกาสไม่ได้พี่หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำร้านกาแฟสดริมธารา

ตะลอนชิมกาแฟทั่วไทย โดย หนุ่ม-สุทน วันนี้ผมพาไปชิมไกลถึงอุทยานแห่งชาติภูซาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา กาแฟสดออกรสชาดถูกใจมากครับ

โพสต์โดย เก็บเรื่องมาเล่า โดย หนุ่ม-สุทน เมื่อ วันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2019

สำหรับเมล็ดกาแฟคั่วมาจากเทือกเขาภูชี้ฟ้าเขต อ.เทิง จ.เชียงรายนะครับ ส่วนบรรยากาศร้านกาแฟสดควรจะนั่งจิบกาแฟยามเช้าๆ ครับ อากาศเย็นๆ มีลำธาราไหลผ่านและวิวทิวทัศน์สวยงามมาก และพี่หนุ่ม-สุทนขอบอกถ้ารักทรัพยากรป่าไม้ รักความสงบเงียบ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์และหนาวเย็นหรือรักการออกกำลังกายเช้าๆ เดินหรือวิ่งตามใจชอบหรือจะปั่นจักรยานดีมากๆ ณ อุทยานแห่งชาติภูซาง สำหรับอุทยานแห่งชาติภูซางมีพื้นที่เทือกเขาสลับซับซ้อนประมาณ178,049.62ไร่และเชื่อมติดต่อในเขต อ.เทิง จ.เชียงรายและ อ.เชียงคำ อ.ภูซาง จ.พะเยา สำหรับแนวเขากั้นเขตแดนไทยกับสปป.ลาว ยาวประมาณ30ก.ม และเส้นทางสายนี้สามารถเดินทางต่อไปถึงภูชี้ฟ้า อ.เทิง จ.เชียงรายได้ครับ ส่วนท่านที่สนใจจะเดินทางไปรักทรัพยากรป่าไม้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติภูซางโทรศัพท์ 093-2935099 วันและเวลาทำการ 08.30-16.00น.

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย
#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#STNewsThailand

อ่านต่อ

ชมวิถีชีวิตคนปากน้ำปราณ ที่ยังคมแบบเดิมๆ หอยนางรมธรรมชาติยังมีให้เก็บได้ คือความอุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ไปล่องเรื่อปากน้ำปราณบุรีสัมผัสสายน้ำและวิถีชาวเล  วันนี้วันพุธที่ 3 กรกฎาคม2562 พี่หนุ่ม-สุทนเดินทางไปล่องเรือปากน้ำปราณพร้อมกับคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ เพื่อเก็บเรื่องราวต่างๆ มาฝากทุกคนที่สนใจเดินทางไปเที่ยว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

พลาดไม่ได้ต้องล่องเรือที่ปากแม่น้ำปราณ เรือล่องเข้าไปในแม่น้ำปราณและ2ฝั่งแม่น้ำสายนี้ยังคึกคักด้วยวิถีชาวเลหรือชาวประมงมี 2ประเภท1.ชุมชนชาวเลปากน้ำปราณ มีเรือออกหาปลาในยามค่ำคืนเป็นเล็กๆ เรียกประมงพื้นบ้าน สำหรับเรือประมงขนาดใหญ่เรียกเรือประมงน้ำลึก เดินทางออกหาปลาโดยใช้อวนลากจับปลาในทะเลทั้งวันทั้งคืนหรือหนึ่งอาทิตย์ แล้วกลับมาเทียบท่าเรือ เรียกท่าปลามีกิจกรรมซื้อขายปลาให้กับพ่อค้า แม่ค้าแล้วเรือล่องผ่านท่าปลาแม่น้ำปราณไปและเข้าสู่อีกวิถีชาวเลอยู่ริมแม่น้ำปราณ  พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายน้ำซึ่งไม่ใกล้จากปากน้ำปราณมากนัก ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ อู้หู? รากไม้แนวทางยาวประมาณ1 ก.ม. มีหอยนางรมมาเกาะเองตามธรรมชาติมันว้าว ว้าว มากๆ มีหอยนางรมมากจัง?

บ่งบอกถึงระบบนิเวศน์ของป่าไม้และสายน้ำยังคงมีความสะอาดอยู่ หอยนางรมบริเวณริมฝั่งน้ำชาวบ้านมาแคะตัวหอยนางรมเอาไปขายได้เฉพาะหอยนางรมตัวใหญ่เท่านั้น นี้แหละอีกหนึ่งอาชีพใครๆ ก็มาแคะตัวหอยนางรมได้ เพราะริมป่าชายเลนในแม่น้ำปราณเป็นเขตสงวนห้ามตัดไม้ทำลายป่า ส่วนหอยนางรมชาวบ้านทุกคนมาแคะตัวหอยนางรมได้ค่ะ แต่ต้องช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติเอาไว้ให้นานแสนนานนะขอบอก เรือล่องผ่านไปมองธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ เห็นเรือนำเที่ยวที่พานักท่องเที่ยวเดินทางออกทะเลไปถึงเกาะนมสาวในทะเลเขต อ.สามร้อยยอด เรือลำนี้รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปจอดท่าเรือแล้วนักท่องเที่ยวขึ้นบนเกาะนมสาวมีกิจกรรมให้อาหารลิงและขอพรศาลเจ้าแม่นมสาว มีบริการอาหารกลางวันด้วย ส่วนเรือล่องที่นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์มองภูเขาเชื่อมติดทะเลด้านบนคือศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง ทุกคนยกมือไหว้ขอพรเพราะเป็นศาลเจ้าเก่าแก่มีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวของศาลเจ้าแม่ทับทิมทองบนเขาปากน้ำปราณแล้วจะเล่าเรื่องให้ฟังนะจ๊ะต้องติดตามตอนต่อไป มาล่องเรือกันต่อครับ เรือพาวนกลับมาทางปากอ่าวครับ

เริ่มมีคลื่นลมและได้ยินเสียงในคณะสื่อมวลชนตะโกนบอกพอแล้ว พอแล้ว กลับได้แล้วฮะฮ่าๆ เห็นทะเลใจหาย กลัวคลื่นลมแรง และแล้วเรือก็หันกลับมาจอเกยทรายทุกคนขึ้นจากเรือและถอดเสื้อชูชีพให้เจ้าของเรือแบบสบายใจพร้อมความสนุกสนาน การล่องเรือปากน้ำปราณตามชื่อชาวเลเรียก ถ้าหากทางราชการเรียกปากน้ำปราณบุรีครับ สำหรับนักท่องเที่ยวสนใจจะไปเที่ยว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 032-513885 หรือ032-513871 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. และขอบคุณ ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ที่นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ไปเก็บข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ครับ

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์  #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

อ่านต่อ

ทุเรียนเขาจ้าว พื้นดินเชิงเขาที่สะสมแร่ธาตุเอาไว้มากมายทำให้ทุเรียนอร่อยมาก ต้องลอง

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน พาไปรู้จักพื้นดินเชิงเขาปลูกทุเรียนในเขต ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ วันนี้วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562 (พี่หนุ่ม-สุทน เขียนเรื่องราวการเดินทางทริป ทุเรียนเขาจ้าว อ.ปราณบุรี 28-29 มิถุนายน 2562)

พี่หนุ่ม-สุทน เดินทางไปเก็บข้อมูลการปลูกทุเรียนในพื้นดินเชิงเขา ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาเล่าให้ฟัง  พี่หนุ่ม-สุทน ได้พูดคุยกับคุณชาตรี จาบกัน เจ้าของพื้นดินเชิงเขาตะนาวศรี ซึ่งปลูกต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทองมากถึง 12ไร่ ในพื้นดินเชิงเขา คุณชาตรีหรือพี่ต๋อย ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นสมาชิก อบต.เขาจ้าวหมู่ 6 บ้านแพรกตะลุย เล่าเรื่องให้พี่หนุ่ม-สุทนฟัง

ขอย้อนกลับไปประมาณ 35 ปีที่ผ่านมา แต่เดิมพี่ต๋อยเป็นคนเมืองเพชรบุรี มีอาชีพรับจ้างก่อสร้างและต่อมาได้รู้จักกับเพื่อนอยู่ ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนพี่ต๋อยชักชวนให้มาทำไร่เชิงเขาเพื่อปลูกมะนาว เหตุผลเพราะว่าเมืองเพชรบุรีปลูกมะนาวได้ผลผลิตดี และราคาสูงโดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง เมื่อคุณชาตรีหรือพี่ต๋อย เข้ามาทำไร่ปลูกมะนาวก็ได้ผลผลิตเป็นที่หน้าพอใจสามารถส่งขายตามตลาดนัดได้และมาในปี 2547 มีเกษตรกรเดินทางไปขอพันธุ์ทุเรียนมาจากชาวบ้านบนป่าละอู  ต.ห้วยสัตว์ใหญ่  อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นเทือกเขาเชื่อมติดต่อกัน พอเอากิ่งพันธุ์ทุเรียนหมอนทองมาปลูกช่วงแรกประมาณ 10 ต้นเวลาผ่านไป 6-7 ปี ก็ได้ผลผลิตทุเรียน ซึ่งเรียกชื่อเขาจ้าวตามชื่อ ต.เขาจ้าว

ได้ผลผลิตดีมากชาวเกษตรกรพอใจยิ่งนัก และเอาทุเรียนเขาจ้าวไปขายตามตลาดนัดเริ่มต้นราคา 25-35 บาทต่อกิโลกรัม? ปรากฎว่าขายได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะไม่มีคนรู้จักทุเรียนเขาจ้าว  แต่ถ้าหากบอกเป็นทุเรียนทาง จ.ระยองและ จ.จันทบุรี ผู้บริโภคทุเรียนรู้จักกันเป็นอย่างดี โอ้โฮน่าน้อยใจนิดนึงครับ และทำไมคนรู้จักทุเรียนเขาจ้าว? พี่หนุ่ม-สุทนจะเล่าให้ฟังต่อนะจ๊ะ  ต่อมาทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการ จัดตั้งสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยว จ.ประจวบคีรีขันธ์ คือททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์

ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางขึ้นไปบนป่าละอู เพราะป่าละอูมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจโดยเฉพาะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวเขาบนป่าละอูและสถานที่ท่องเที่ยวเช่นน้ำตกป่าละอูเป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีทุเรียนป่าละอูทุเรียนต้นแรกปลูกขึ้นมาในปี 2521 เมื่อสื่อมวลชนเก็บข้อมูลแล้วได้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นมาเที่ยวบนป่าละอูและกินทุเรียนด้วย ก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มรู้จักทุเรียนป่าละอูมากยิ่งขึ้น และต่อมาทาง อ.ปราณบุรี ก็นำสื่อมวลชนในท้องถิ่นเดินทางเข้าไปเก็บข้อมูลสวนทุเรียนในเขต ต.เขาจ้าวและมีการจัดงานส่งเสริมการขายทุเรียนเขาจ้าวขึ้นมาก็เริ่มเป็นที่รู้จักของนักกินทุเรียนในเขต อ.ปราณบุรี

ยังมีอีกนะ เมื่อทางร้านนู๋จวบเป็นร้านจำหน่ายสินค้าชุมชนใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วยกันส่งเสริมการขายอีกทางหนึ่ง คือได้จัดบุฟเฟต์กินทุเรียน 2 อำเภอ น่าสนใจมากครับ  มีทุเรียนป่าละอูและทุเรียนเขาจ้าว ถือว่าเป็นราชินีผลไม้แห่งขุนเขา โอ้โฮเป็นทุเรียนพี่กับน้องนะจ๊ะ ว้าวว้าวขอบอกรสชาติของทุเรียนป่าละอูและทุเรียนเขาจ้าว มันส์สุดยอดความอร่อยจริงๆ ครับ  เนื้อนุ่มๆ หอมหวานและกรอบนอกนุ่มในจ้า เนื้อสีเหลือง เห็นแล้วอยากกินมากๆ เหตุผลเพราะว่าทุเรียนเขาจ้าวปลูกในพื้นดินเชิงเขาตะนาวศรีและเป็นเทือกเขาเชื่อมกันเป็นเขตแดนไปถึงเมียร์ม่าร์

ดังนั้นเทือกเขาตะนาวศรี พอฝนตกหนักน้ำฝนที่ไหลจะนำพาแร่ธาตุลงมาทับถมและซึมลงใต้พื้นดินทำให้ดินดี น้ำดีและมีอากาศดีด้วย เหตุผลนี้จึงเชื่อว่าทำให้ทุเรียนเขาจ้าว รสชาติอร่อยเป็นที่นิยมชมชอบของคนชอบกินทุเรียนครับ พี่หนุ่ม-สุทนขอสารภาพ เป็นอีกคนที่ชอบกินทุเรียนมากๆ และครั้งนี้ได้กินทุเรียนเขาจ้าว วันที่ได้เดินทางไปเก็บข้อมูลเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมายืนกินทุเรียนใต้ต้นทุเรียนสวน ต.เจริญทรัพย์ กินไปแล้ว 7 เม็ดเนื้อทุเรียนนะจ๊ะ ขอบอกอร่อยจุงเบยว้าวๆ ต้องหาโอกาสเดินทางไปอีกสักครั้งหนึ่ง เพราะทุเรียนเขาจ้าวออกสู่ตลาดประมาณกลางเดือนกรกฎาคมและกลางเดือนสิงหาคม 2562  นี้เท่านั้น

สำหรับสวน ต.เจริญทรัพย์มีต้นทุเรียน 3 ต้น อายุกว่า 30 ปี ซึ่งให้ผลผลิตมากกว่า 100 ลูกน่าทึ่งมาก และต้นอื่นๆ ก็ให้ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจมาก นักท่องเที่ยวควรจะเดินทางเข้าไปศึกษา และปัจจุบันทุเรียน ต.เขาจ้าวมีทั้งหมดประมาณ 420 ไร่ พันธุ์ทุเรียนหมอนทองทางชาวเกษตรกรไปซื้อมาจาก จ.ระนองและ จ.ชุมพร

ส่วนทุเรียนพันธุ์หมอนทองเมื่อปลูกแล้วก็กลายพันธุ์เป็นทุเรียนเขาจ้าว ตามชื่อ ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  สำหรับถนนเดินทางเข้าและออกแสนลำบากมากเมื่อยิ่ง 35 ปีที่ผ่านมาชาวบ้านในหมู่ 6 เค้าจะเดินทางไปซื้ออาหารในตัว อ.ปราณบุรี ใช้เวลาไปและลับร่วม 3-4 ชั่วโมงเนื้อหมูเน่าเสีย? ไม่น่าเชื่อแต่ต้องเชื่อ

เพราะคุณชาตรีหรือพี่ต๋อย เล่าประสบการณ์ให้ฟังครับเดินทางด้วยรถจี๊ป(Jeep ) คันเล็กๆ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใช้เดินทางแบบวิบาก วิบากได้เป็นอย่างดีครับ และปัจจุบันไฟฟ้าไม่มีลงไปใน ต.เขาจ้าว ชาวบ้านใช้เป็นโซล่าเซลล์ สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี สำหรับถนนเป็นลูกรังเริ่มทำแล้วน่าจะแล้วเสร็จประมาณสิ้นปี 2562 ครับ

ส่วนคนชอบกินทุเรียนเขาจ้าวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณชาตรี จาบกัน โทรศัพท์ 090-4472336 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ที่ ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 032-513885 และ 032-513871 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.และขอบคุณนางสาวโศรยา หอมชื่น ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ที่ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์เป็นอย่างดีเยี่ยม

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#ทททสำนักงานสุรินทร์(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)

#จังหวัดสุรินทร์ #ศรีสะเกษ

#ท่องเที่ยวชุมชน

#tourismlocallife

 

อ่านต่อ

เที่ยวชม ชิม ช้อป สวนเรือนแก้ว พร้อมกาสดออกรสชาติกับ 246 Music & Coffee bar

ทักทายเช้าวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 กินทุเรียนก่อนใคร….ไประยอง ผอ.อุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการ ททท.สนง.ระยอง เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวจ.ระยอง เนื่องจากปีนี้ 2562 ผลไม้ จ.ระยอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม….คลิ๊กคลิ๊ก…

ได้ผลผลิตเต็มที่โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง ชะนี และก้านยาว ดังนั้นพี่หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำให้ไปเที่ยวสวนทุเรียน(สวนเรือนแก้ว)เป็นสวนเกษตรด้วยมีพืชผักสวนครัว เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวสวนเรือนแก้วจะได้เรียนรู้เรืองปลูกพืชผักสวนครัวตามที่เรากินในชีวิตประจำวัน  และก่อนเข้าสวนเรือนแก้ว

ขอแนะนำดื่มกาแฟสดที่ร้าน No.246 (music)Coffee bar (เจ้าของร้านกาแฟสวยนะจ๊ะ ถ้าหากได้เดินทางไปโอม..เพี้ยงขอให้ได้เจอกับสาวสวยเจ้าของร้านกาแฟสด No.246 เด้อ ฮ่าๆ) สำหรับทุเรียนที่สวนเรือนแก้วเค้าชั่งกิโลกรัม เพื่อให้นักท่องเที่ยวกินได้ตามความเหมาะสม สวนทุเรียนสวนเรือนแก้วอยู่ในเขต อ.เมือง จ.ระยองค่ะ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel

#เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

เที่ยวสวนสละลุงประสงค์ ชิมสละเลิศรส สละลอยแก้วเย็นชื่นใจ กับลุงประสงค์ใจดีพาเดินชมสวน

ทักทายเช้าวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 ททท.สนง ระยอง เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยว จ.ระยอง เพราะปี 2562 ผลไม้เมืองระยองได้ผลดีเนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศดี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม……คลิ๊ก

ก็เลยทำให้ชาวสวนผลไม้ยิ้มแฉ่งเบิกบานใจและมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกินทุเรียนตามสวนทุเรียนและผลไม้ที่จัดบุฟเฟ่ต์ วันเสาร์ อาทิตย์ ดังนั้นวันนี้ พี่หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำให้เดินทางไปเที่ยวและชิมสละสวนคุณประสงค์ เป็นสวนที่ปลูกต้นสละมากที่สุดในเขตเขายายดา อ.เมือง จ.ระยอง สวนสละคุณประสงค์ ปลูกต้นสละในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ และพื้นดินเป็นดินปรนทรายต้นสละชอบ พอผลผลิตออกมาแล้วรสชาติหวานอมเปรี้ยว อร่อยมากขอบอก

เมื่อได้กินแล้วจะติดใจว้าวว้าว สำหรับเนื้อสละแปรรูปเป็นสละลอยแก้วสวนคุณประสงค์ผลิตพันธุ์นี้ดีมากขอยกนิ้วให้ และเมื่อเอาสละลอยแก้วแช่ในตู้เย็นไว้ให้เย็นๆฮิฮิ ภาษาชาวย็องแล้วดื่มน้ำสละลอยแก้วก่อนอร่อยชื่นใจกินมาแล้วถึงบอกได้อื้อฮือ และที่น่าพอใจคือราคาไม่แพงฮิ พี่หนุ่ม-สุทนขอตอกย้ำอีกครั้ง ถ้าหากมีโอกาสเดินทางไปเที่ยว จ.ระยอง ต้องแวะไปเยี่ยมเยียนสวนสละคุณประสงค์

 

 

แล้วคุณประสงค์จะพาเดินชมสวนต้นสละร่มรื่นแดดไม่ร้อนพร้อมให้ความรู้เรื่องต้นสละด้วย ซึ่งแต่เดิมคุณประสงค์มีสวนปลูกทุเรียนฮิฮิ ว้าวว้าวน่าสนใจ ทำไมจึงหันมาปลูกต้นสละ ต้องเดินทางไปศึกษาด้วยตนเองนะจ๊ะหรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สวนสละคุณประสงค์เขต เขายายดา อ.เมือง จ.ระยอง โทร 086-8222039 และ 085-0906123 ครับ

อ่านต่อ

เชิญชม ชิม ทุเรียนป่าละอู-เขาจ้าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ สุดยอดทุเรียนอร่อยต้องยกให้เลย

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน พาไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยว อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และทุเรียนป่าละอู ทุเรียนเขาจ้าว อ.ปราณบุรี) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ได้นำคณะชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ เดินทางไปร่วมงานแถลงข่าวบนเขาหินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2562  การแถลงข่าวครั้งนี้ จะจัดกิจกรรม Hua Hin Chef’s Table 2019  จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2  โดยเริ่มเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤศจิกายน 2562  ประมาณ 6 เดือนและได้รับความร่วมมือจากเชฟผีมือดีการปรุงอาหาร ตามโรงแรมระดับ 5 ดาว รวม 8 โรงแรมและร้านอาหาร 4 ร้าน เป็นเชฟที่ปรุงอาหารได้รับความนิยมชมชอบของนักท่องเที่ยวในเขต อ.หัวหินร่วมด้วยอีก 1 ศูนย์การค้าเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้

ส่วนการแถลงข่าวอีกงานของวันที่ 22 พฤษภาคม 2562  เวลาบ่าย 2 โมง คือการจัดงานบุฟเฟ่ต์ทุเรียนป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่และทุเรียนเขาจ้าว ต.เขาจ้าว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำหรับบุฟเฟ่ต์ทุเรียนจะจัดขึ้นที่ร้านหนูจวบ ถนนเพชรเกษม อ.หัวหิน ระหว่างวันที่  8 – 9 มิถุนายน 2562 และอีกครั้งหนึ่งวันที่ 29 – 30 มิถุนายน 2562  คนละ 499 บาท ใช้เวลานั่งกิน เดินกินทุเรียน  1 ชั่วโมง อิ่มท้องค่ะ ไม่เชื่อขอเชิญชวนให้ไปเที่ยวร้านหนูจวบช่วงจัดบุฟเฟ่ต์ทุเรียน 2 อำเภอ

นักท่องเที่ยวสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานประจวบคีรีขันธ์ โทร 032 – 513885 หรือ 032 – 513871  ตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น. ได้ทุกวัน

สำหรับนักท่องเที่ยวชื่นชอบทุเรียนป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน เดินทางไปเที่ยวและศึกษาประวัติความเป็นมาของทุเรียนต้นแรกของป่าละอู ปลูกอยู่ในพื้นดินของคุณยายช้วน กลัดเงิน อายุ 70 ปี ขอย้อนกลับไปในปี 2521 คุณยายช้วน ได้รับพระราชทานต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี(สมเด็จย่า)แล้วนำมาปลูกในพื้นดินตนเอง ประมาณ 6-7 ปี ได้ผลิตดีจึงได้ขยายพันธุ์ปลูกเพิ่มเติมและต่อมาชาวบ้านชาวกะเหรี่ยงเขต ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ เดินทางไปเอาพันธุ์ทุเรียนหมอนทองมาจาก จ.ระยอง จ.จันทบุรีและจ.ชุมพรมาปลูกในพื้นดินของตนเองปรากฏว่าได้ผลเป็นทุเรียนกลายพันธุ์ในพื้นดินป่าละอูและต่อมา ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกินทุเรียนป่าละอู จนเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันนี้ และสถานที่ท่องเที่ยวเขตป่าละอูเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวควรแวะไปเที่ยวชม

1. ต้นทุเรียนต้นแรกอายุ 42 ปี

  1. พื้นดินปลูกผักปลอดสารพิษของพี่หลวง ผักสดๆ หลากหลายชนิด พี่หลวงเล่าให้ฟังว่าในยามค่ำคืนช้างป่าจะออกมากินพื้ชผัก ผลไม้ในพื้นดินที่ปลูกผัก ของพี่หลวง แต่เค้าใช้น้ำส้มกลิ่นแรงๆ ใส่ถุงแขวนไว้ เมื่อช้างป่ามาถึงได้กลิ่นน้ำส้มไม่กล้ากินผักกลับเข้าป่าเช่นเดิม



  2. น้ำตกป่าละอูมีทั้งหมด 15 ชั้นเป็นน้ำตกสวยงามอากาศเย็นสบายใต้ต้นไม้และพันธุ์ไม้นานาชนิดร่มรื่นน่านอนหลับพักผ่อนนะฟังเสียงน้ำตก การเดินทางสะดวกสบาย น้ำตกป่าละอูอยู่ในพื้นที่อุทานแห่งชาติแก่งกระจานเขตเชื่อมต่อ จ.เพชรบุรีและเป็นต้นน้ำ 2 แม่น้ำคือแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี


  3. ศูนย์อนุรักษ์ผ้าทอมือส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุมานั่งทอผ้า ดังนั้นนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวต.ห้วยสัตว์ใหญ่ ขอแนะนำแวะให้กำลังใจผู้สูงอายุในศูนย์อนุรักษ์ผ้าทอมือ และมีผ้าทอมือสีสันลวดลายสวยงาม


สำหรับทุเรียนอีกหนึ่งอำเภอของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ คือ อ.ปราณบุรี เป็นทุเรียนจาก ต.เขาจ้าว มีปลูกกันมากถึง 450 ไร่ เริ่มปลูกทุเรียนในปี 2537 โดยชาวเกษตรได้เอาพันธุ์ทุเรียนจากป่าละอูมาทดลองปลูกก่อนพอได้ผลผลิตดีจึงได้ไปซื้อพันธุ์ทุเรียนหมอนทองมา จ.ระยองและ จ.จันทบุรี ส่วนพื้นดินเขต ต.เขาจ้าว เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนทางด้านทิศเหนือเชื่อมติดเทือกเขาป่าละอู

ดังนั้นพื้นดินเขาจ้าวมีความอุดมสมบูรณ์จึงทำให้ทุเรียนเขาจ้าว รสชาติอร่อย เนื้อแห้งเป็นสีทอง เมล็ดเล็กลีบ หอมหวาน และดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเขาจ้าว

ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ นำคณะชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ไปเยี่ยมบ่อปลาคาเวียร์ เป็นของชาวต่างชาติเข้ามาสร้างอาคารและบ่อเลี้ยงปลาคาเวียร์ในเขต อ.หัวหิน เหตุผลเพราะปลาคาเวียร์พอผู้เชี่ยวชาญรีดไข่ปลาคาเวียร์ออกมาแล้วส่งขายให้ตามโรงแรมหรือร้านอาหาร ราคาสูงมาก  ส่วนไข่ปลาคาเวียร์เมื่อปรุงเป็นอาหารอยู่บนโต๊ะหรูหราแต่ราคาสูงนะจ๊ะขอบอกให้ แล้วเชื่อกันว่าเป็นอาหารอายุวัฒนะคล้ายยา ดังนั้นบุคคลชั้นสูงในหลายๆ ประเทศนิยมกินไข่ปลาคาเวียร์เมนูสุดยอดราคาแพงก็กิน สำหรับประเทศไทยรออีกประมาณ 2 ปีจะได้ชิมลิ้มรสชาติของไข่ปลาคาเวียร์ในร้านอาหารเขต อ.หัวหิน ปลาคาเวียร์ 1 ตัวมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ใช้เวลาเลี้ยง 5-6 ปีจึงรีดไข่ได้ และพอเลี้ยงในบ่อที่เป็นอาคารติดแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลา การเลี้ยงปลาคาเวียร์เมื่อโตได้ 3 ปี จะคัดแยกเอาตัวผู้ออกไป  ทำสเต็กปลาคาเวียร์ ส่วนตัวเมียรอครบอายุ 5-6 ปีจะมีไข่ปลาคาเวียร์เต็มท้องนะจ๊ะ ใครอยากจะกินรอก่อนพี่น้องฮ่าฮ่า

เสร็จแล้วเดินทางไปศาลท่านพ่อพระพรหมตั้งอยู่ใน ซอยเส้นทางถนนหัวหินไป อ.ปราณบุรี แวะเข้าไปขอพร ศาลท่านพ่อพระพรหมแห่งนี้ประดิษฐานบนเทวลัย 4 ทิศ 4 ทาง บอกถึงความหมายคือธาตุทั้ง 4 ของร่างกายมนุษย์ ดิน น้ำ ลม ฟ้า เรียกว่าอาการครบ 32  ศาลแห่งนี้ชาวบ้านเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ มาขอพรแล้วสุขกาย สบายใจ พี่หนุ่ม-สุทน เห็นรูปปั้นกระต่ายผู้คนนำมาแก้บนกันมากในพื้นที่รอบๆ เทวลัย เชื่อหรือไม่ ท่านต้องเดินทางไปขอพรด้วยตัวเองครับ

เสร็จแล้วเดินทางเข้าที่พักในตัวเมืองหัวหินและต้องขอบอกอีกหนึ่งสถานที่พลาดไม่ได้ต้องนั่งดื่มกาแฟสดร้านทองตาพันธุ์ตั้งอยู่ถนนเพชรเกษม เป็นร้านห้องแถวริมถนน ร้านทองพันธุ์ตานั่งดื่มกาแฟสดและขนมปังใส้สับปะรดของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ร้านทองพันธุ์ตาเค้ามีไร่สับปะรดเอง ดังนั้นนักท่องเที่ยวพอนั่งดื่มกาแฟสดบวกกับขนมปังใส้สับปะรดหรือสับปะรดฉีกตาเพชรบุรี 1 เป็นของขึ้นชื่อของร้านทองพันธุ์ตา ถ้าหากนักท่องเที่ยวชอบกินสับปะรดเมืองประจวบคีรีขันธ์ซื้อสับปะรดฉีกตาเพชรบุรี 1 กินแล้วจะชอบ  สำหรับสับปะรดฉีกตาเพชรบุรี 1 ต้นกำเนิดนำพันธุ์มาจากไต้หวันแล้วปลูกในเขต จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ผลดีและขยายพันธุ์ให้เป็นที่รู้จักของ

นักท่องเที่ยว และนอกจากนี้โรงแรมในเขต อ.หัวหินคือโรงแรมหัวหินไวท์วิลล่า ช่วงนี้ลดราคาจาก 1,500 บาทต่อห้อง 1 คืน พิเศษ 800 บาท พักได้ 2 ท่าน(ไม่รวมอาหารเช้า )ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม 2562 นี้เท่านั้นสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 032-511044 หรือ 032-532971  และขอขอบคุณ ผอ.โศรายา หอมชื่น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ ให้การต้อนรับคณะชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์เป็นอย่างดี

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าคุณผู้อ่านทุกท่านคงอยากจะได้ลองชิมทุเรียน และผลไม้อื่นๆ ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กันอย่างแน่นอนครับ เดินทางไปครับแล้วคุณจะไม่ผิดหวังกับการเดินทางแน่นอนครับพี่หนุ่มฟันธงครับ พบกันใหม่ทริปหน้าครับ

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

😍สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคลิ๊กได้ค่ะ
http://nav.cx/2GPKCCo

อ่านต่อ
1 2 3 4
Page 1 of 4