close
FOLLOW US ON 

ทริปเที่ยวมันส์มาเล่าแบ่งปัน

ท่องเที่ยวย้อนรอยประวัติศาสตร์ กราบหลวงพ่อลา วัดแก่งคอย @สระบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2563 วันหยุดอีกหนึ่งวัน ชิลล์ ๆ สบาย ๆ ยามเช้านั่งเขียนเล่าเรื่องให้ชาวแฟนเพจนักเดินทางท่องเที่ยวฟังแล้วไปเที่ยวกันนะครับ “สระบุรี”

เริ่มต้นที่ วัดแก่งคอยหรือวัดแร้งคอย อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ขอเล่าประวัติวัดแก่งคอยให้ฟังก่อนครับ วัดแก่งคอยเป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2330 ถ้าหากดูตามปีพุทธศักราชนั้นก็คือต้นกรุงรัตนโกสินทร์ วัดแก่งคอยมีอยู่คู่กับตลาดเก่าแก่งคอยมานานแล้ว เนื่องจากมีผู้คนอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนริมแม่น้ำป่าสักเพื่อการสันจรไปมาติดต่อค้าขาย ส่วนคำว่าแก่งคอยมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ขอเล่าเรื่องย้อนอดีตกาลเมื่อครั้งโบราณกาลบริเวณนี้เป็นป่าไม้หนาทึบพอชาวบ้านจะเดินทางเข้าเมืองหลวงคือกรุงรัตนโกสินทร์จะต้องมารวมกันที่โขดหินหรือแก่งในแม่น้ำป่าสัก ด้วยเหตุผลนี้จึงเรียกขานว่าแก่งคอย แต่ถึงอย่างไรก็ตามคำเรียกแก่งสันนิษฐานอีกเรื่องหนึ่ง น่าจะมาเรียกว่าแก่งคอยหรือไม่? บริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำป่าสักมีต้นไม้ใหญ่ 4-5 ต้นโดยเฉพาะต้นยางสูงเด่นชัดมากด้วยนกอีกาและนกอีแร้งเกาะกิ่งไม้รอคอยกินซากสัตว์ป่าหรือคนเป็นไข้ป่าเสียชีวิตไม่มีใครรู้!!!จึงเป็นคำเรียกว่า แร้งคอย แล้วก็เป็นชื่อ วัดแร้งคอย ต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนชื่อวัดจมูกสโมสรและเมื่อความเจริญเข้ามาในย่านชุมชนแก่งคอยทางคณะกรรมการวัดและคณะสงฆ์ลงความเห็นตรงกันจึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดแก่งคอย ตลาดแก่งคอย  ชุมชนแก่งคอย

ส่วนวัดแก่งคอยมีความสำคัญและโดดเด่นมาก ๆ เริ่มในปี พ.ศ. 2476 เมื่อหลวงพ่อลา ชัยมงคลหรือท่านพระครูสุนทรสังฆกิจอดีตเจ้าอาวาสวัดแก่งคอย ตามประวัติท่านอุปสมบทที่วัดคล้อทองอำเภอเขื่อง ในจังหวัดอุบลราชธานี แล้วออกธุดงค์เพื่อแสวงหาวิชากรรมฐานในป่าเขาเข้าในเขตสปป.ลาว-ป่าโขงเจียมและพบกันกับผู้มีวิชาอาคมเรียกว่าพ่อเฒ่าหลวงพ่อลาศึกษาวิชาอาคมพลังจิตนาน 5 ปี เสร็จแล้วธุดงค์ต่อมาชุมชนแก่งคอยได้พักอาศัยในโบสถ์เล็ก ๆ เก่าแก่มุงสังกะสีต่อมาชาวบ้านเกิดศรัทธาก็ได้จัดสร้างกุฏิพระให้จำพรรษาและมารับเป็นเจ้าอาวาสวัดแก่งคอยจนกระทั่งมรณภาพในวันที่ 4 พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2497 สิริอายุ 70 ปี 50 พรรษา

สำหรับเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับปาฏิหาริย์และความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อลา ชัยมงคลนั้น

เรื่องที่ 1 ทุกวันญาติโยมจะเข้ามาขอความเมตตาจากการให้ดูฤกษ์งามยามดีในพิธีมงคล ขึ้นบ้านใหม่ หลวงพ่อลาจะนั่งสมาธิด้วยพลังจิตในขันน้ำมนต์เรียกว่าน้ำมนต์ไร้น้ำตาเทียนครับ

เรื่องที่ 2 หลวงพ่อลาท่านชอบฉันขนมครกมากดังนั้นทุกวันยามเช้า ๆ ญาติโยมจะนำขนมครกมาถวายประจำวัน

ส่วนเรื่องที่ 3 ปาฏิหาริย์เป็นความเชื่อที่เล่าสืบต่อกันมาถึงทุกวันนี้ในปี พ.ศ. 2488 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังทหารญี่ปุ่นได้ขนอาวุธและเสบียงอาหารมากับรถไฟถึงชุมทางแก่งคอยแล้วยึดอำนาจไว้นานถึง 4 ปี เมื่อเป็นเช่นนี้ฝ่ายตรงข้ามคือทหารพันธมิตรได้นำเครื่องบินมาทิ้งระเบิดในวันที่ 2 เมษายน ปี พ.ศ. 2488 พอชาวบ้านย่านตลาดแก่งคอยได้ยินเสียงระเบิดต่างพากันหนีเอาชีวิตรอด!!! สถานที่ที่น่าจะปลอดภัยที่สุดในวัดแก่งคอยขอบารมีหลวงพ่อลา ได้ผลสำเร็จหลวงพ่อลาท่านใช้พลังจิตปัดเป่าและแล้วมีระเบิดลูก 1 ทิ้งลงพื้นดินภายในวัดแต่เงียบกริบไม่ระเบิดครับ ปัจจุบันทางวัดได้จัดสร้างคล้าย ๆ พิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนภัยเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2

ไปท่องเที่ยวกันนะครับภายในวัดแก่งคอย

จุดที่ 1. วิหารหลวงพ่อลามากด้วยพวงมาลัยและขนมครก

จุดที่ 2. พิพิธภัณฑ์เตือนภัย

จุดที่ 3 องค์พระธาตุเจดีย์ศรีป่าสักประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุริมแม่น้ำป่าสักวิวทิวทัศน์สวยงาม

จุดที่ 4. ติดหน้าวัดตลาดเก่าโบราณเดินชมตลาดเก่าและ

จุดที่ 5. ควรจะพักแรม 1 คืน ที่ศุภาลัยป่าสัก รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นที่พักผ่อนเงียบสงบอยู่ริมแม่น้ำป่าสักล้อมรอบด้วยป่าไม้และขุนเขามีทั้งบ้านพักและตัวตึกโรงแรม ส่วนกิจกรรมปั่นจักรยานออกกำลังกาย วิ่งเล่นเดินเล่นออกกำลังกาย ลงสระน้ำว่ายน้ำสบาย ๆ หรือจะเยี่ยมชมสวนเกษตรก็ได้ครับ สำหรับอาหารเช้ามีให้เลือกทานแบบชาวไทยและต่างชาติ น่าเที่ยว น่าพักผ่อนศุภาลัยป่าสักรีสอร์ทแอนด์สปา อำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรีถ้าหากสะดวกวันไหนสอบถามได้ครับโทรศัพท์ 036-200 630  วันนี้หนุ่ม-สุทนเขียนเล่าเรื่องหลวงพ่อลาวัดแก่งคอยให้นักอ่านนักท่องเที่ยวฟังแล้วก็ไปเที่ยวกันนะครับ ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

ทริปท่องเที่ยวแสนสุขใจต้องไป “ดำเนินสะดวก” @ราชบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” สุขสันต์วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2563  หนุ่ม-สุทน มาทักทายกันวันอังคารเนื่องด้วยพึ่งเดินทางกลับมาจากอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี  เพราะอย่างนี้วันนี้จึงต้องพาทุกท่านไปเที่ยวด้วยกันครับ “อำเภอดำเนินสะดวก” จัดว่าเป็นสถานที่น่าเที่ยวและพักผ่อนชิลล์ ๆ ตามสไตล์หนุ่ม-สุทนครับ

ผมขอเล่าเรื่องท่องเที่ยวในเขตอำเภอดำเนินสะดวกให้ชาวแฟนเพจนักอ่านนักเดินทางทุกท่านฟังแล้วไปตามเส้นทางที่ผมจะนำเสนอครับ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2563 ผมจัดรายการ เที่ยวทั่วไทยคลื่นข่าว fm 100.5 MHz ตั้งแต่เวลา 10.10-11.00 น. แล้วเสร็จก็ออกเดินทางจากกรุงเทพฯตามเส้นทางถนนบรมราชชนนีเชื่อมถนนเพชรเกษมแวะวัดธรรมศาลาริมถนนสายเพชรเกษมก่อนกราบบูชารูปหล่อหลวงพ่อน้อย อินทสโร ท่านเป็นพระวิปัสสนากรรมฐานท่านมรณภาพไปแล้วเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2513 แต่ชาวประชายังคงศรัทธาเลื่อมใสมากถึงทุกวันนี้

เสร็จแล้วก็เดินทางต่อมานั่งจิบกาแฟสดใต้ร่มไม้มีลมพัดผ่านเบา ๆ ร้านกาแฟสด COFFEE TREE ริมทางถนนนครปฐม-บ้านแพ้ว เสร็จแล้วต่อไปถึงตลาดเก่า 100 ปีหลักห้าเขตอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เดินชมตลาดเก่าติดคลองดำเนินสะดวกนั่งลิ้มชิมรสก๋วยเตี๋ยวหมูบนคานเรือฮ่า ๆ กินได้ไม่ขึ้นคานทองแน่นอนและมามณฑปไหว้บูชาองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อไตรรัตน์โรจน์ฤทธิ์ หน้าวัดปราสาทสิทธิ์ ริมคลองดำเนินสะดวกซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่กับชาวตลาดหลักห้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ครั้งนั้นได้อัญเชิญมาจากวัดเชิงเลนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

เสร็จแล้วก็เดินทางต่อเข้าพักผ่อนในโรงแรมชื่อ ไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท ตั้งอยู่ริมถนนทางเข้าตลาดน้ำดำเนินสะดวกเห็นป้ายชื่อชัดเจน ไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท เป็นที่พักผ่อนได้มาตรฐานครับ ห้องพักเรียบหรู บรรยากาศร่มรื่น มีสระว่ายน้ำ อาหารเช้าบริการแบบวิถีปกติใหม่ พนักงานต้อนรับมารยาทดีมาก ๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส่จะนำเมนูให้ผู้เข้าพักได้สั่งแล้วบอกเวลาจะลงมากินอาหารกี่โมง แต่ต้องไม่เกิน 10.30 น. ครับ ส่วนห้องพักนักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ เช่น ตัวโรงแรมหรือบ้านพักผ่อนแบบสไตล์ของไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท

สำหรับห้องสัมมนาก็มีครับตั้งแต่  60 – 120 คน แล้วยังมีเรือนรับรองสำหรับแขกผู้มีเกียรติหรือแขกผู้ใหญ่เป็นเรือนรับรองคล้าย ๆ บ้านพักสะดวกสบายก่อนเข้าห้องสัมมนา ส่วนกิจกรรมก็น่าสนใจเลือกได้ครับ เช่น เดินเล่นรอบ ๆ รีสอร์ท ใต้ร่มไม้ ลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำก็ดีครับหรือนั่งจิบกาแฟสดพูดคุยกับเพื่อน ๆ หรือคนในครอบครัว สำคัญอีกหนึ่งกิจกรรมหนุ่ม-สุทน ชอบปั่นจักรยานออกกำลังกายไปท่องเที่ยวตลาดน้ำคลองซอยหรือที่เรารู้จักตลาดน้ำดำเนินสะดวก

เข้ามาสุดริมคลองดำเนินสะดวกแวะศาลเจ้าขอพรองค์เจ้าพ่อกวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์หรือจะข้ามสะพานไปเที่ยวชมหัองแถวโบราณเรียก ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก ก็ได้ครับ สุดท้ายปั่นจักรยานไปถึง วัดโชติทายการาม ริมคลองดำเนินสะดวกเข้าอุโบสถปิดทองบูชาองค์พระพุทธรูปสร้างด้วยศิลาแลงคือหลวงพ่อลพบุรีราเมศร์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่อำเภอดำเนินสะดวก เสร็จแล้วกลับเข้าพักผ่อนแบบสบาย ๆ ที่ ไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท ฟูกบนเตียงนอนนุ่ม ๆ พร้อมหมอน 4 ใบ เหมือนชวนให้นอนหลับแบบสบายตัวแสนสุขสมภิรมย์หมายหลับฝันดีตลอดคืนนี้!!! ตื่น ๆ ได้เวลาอาหารเช้า 08.30 น. แล้วครับ

ไปครับ ไปเที่ยวกันขอบอกชาวแฟนเพจทุกท่านควรจะหาโอกาสไปเที่ยวอำเภอดำเนินสะดวกสักครั้งหนึ่ง ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ล่องเรือไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และนั่งจิบกาแฟสดเพลิน ๆ เข้มเท่จริงใจสไตล์หนุ่ม-สุทน สำหรับเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครปฐมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ขอขอบคุณ ผอ.สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี ที่ให้ข้อมูลและที่พักผ่อนไม้แก้วดำเนิน รีสอร์ท สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอำเภอดำเนินสะดวกจังหวัดราชบุรียังไม่หมดขอให้ติดตามกันต่อนะจ๊ะ ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

ไปแม่กลอง “เที่ยวดอนหอยลอด – อัมพวา” พักบ้านสวนอัมพวัน รีสอร์ท

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563 วันศุกร์แล้วครับหาสถานที่ท่องเที่ยวกันมั้ย หนุ่ม-สุทน มีเส้นทางนำเสนอไปเที่ยวแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ตามโปรแกรมนี้แหละ “ไปแม่กลอง เที่ยวดอนหอยลอด – อัมพวา พักบ้านสวนอัมพวัน รีสอร์ท”

ขอเริ่มต้นออกจากเมืองหลวงฮ่า ๆ ดูเท่มากจริง ๆ ค่ะ คือกรุงเทพฯ แบบสบาย ๆ ไม่ต้องรีบเร่งเวลา 08.30น. ไปตามเส้นทางสายพระราม 2 จุดหมายปักมุดเลยครับ ดอนหอยหลอด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เข้าเส้นทางบางจะเกร็งต้องแวะที่นี่ก่อนครับ วัดศรัทธาธรรม วิถีชุมชนชาวมอญเยี่ยมชมอุโบสถไม้สักสวยงามวิจิตรศิลป์กราบบูชาองค์พระประธานในอุโบสถ เสร็จแล้วออกเดินทางผ่าน ชุมชนคลองฉู่ฉี่ เก็บภาพถ่ายบรรยากาศชาวประมงวิถีชีวิตดั้งเดิมหรือซื้อปูม้านึ่งพร้อมน้ำจิ้มอู้ฮู น้ำลายไหล!! ลูกจากเชื้อมน้ำตาลก็มีค่ะ

แล้วไปต่อถึงปลายแหลมบริเวณ ศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ บูชาด้วยดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ธูป 9 ดอก สำหรับภายในศาลเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์มีรูปหล่อหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าประดิษฐานด้วยครับ

เสร็จแล้วเดินตลาดด้านหน้าติดถนนเลือกซื้ออาหารทะเลมีทั้งสด ทั้งแห้ง ปรุงสุก หนุ่ม-สุทนขอแนะนำให้ซื้อห่อหมกปิ้งของคุณยายต่าย 2 พี่น้องอายุท่านประมาณ 80 ปีแต่ห่อหมกปิ้งย่างมีกลิ่นหอมรสชาติอร่อยค่ะ

แล้วไปกราบขอพร องค์หลวงปู่ทวด เหยียบน้ำทะเลจืดบริเวณที่พักสงฆ์สุขอารีย์ธรรมดอนหอยหลอด เสร็จแล้วออกมาเป็นเส้นทางวงรอบผ่านชุมชนชาวประมงคลองบางแก้วมาเชื่อมถนนสายพระราม 2

ได้เวลาเข้าที่พัก บ้านสวนอัมพวันรีสอรท์ บ้านพักริมคลองร่มรื่นด้วยเงาต้นมะพร้าวและต้นลำพูพักผ่อนสบาย ๆ สไตล์บ้านสวน ที่นี่มีกิจกรรมล่องเรือไปดูการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวของชาวสวนแท้จริง พาไปเที่ยวตลาดน้ำยามค่ำ ๆคลองอัมพวา แล้วกลับมาพักผ่อนในบรรยากาศอบอุ่นที่คุณจะสุขใจและประทับใจไปอีกนาน รุ่งอรุณวันใหม่อาหารเช้าข้าวต้มปลาทู กาแฟสดดอยช้าง ขนมปังและปาท่องโก๋!!!

 

ช่วงสาย ๆ ออกเดินทางไป วัดสวนหลวง ขอพรกุมารทองเรียกขานว่าพี่จุก วัดสวนหลวงอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองอากาศดีวิวทิวทัศน์สวยงามมองเห็นองค์หลวงพ่อคงวัดบางกะพ้อมประดิษฐานตรงข้ามแม่น้ำแม่กลอง

เสร็จแล้วออกมาเลยหน้าวัดสวนหลวงมาประมาณ 15 เมตรด้านขวามือมีร้านขายส้มโอติด ๆ กับร้านตัดผมต้องแวะค่ะ ซื้อส้มโอขาวใหญ่เมืองแม่กลองรับรองความอร่อยโดย คุณป้าทองดี ปลูกเอง ขายเองครับ

สุขกาย สุขใจ ทุกครั้งที่ได้ไปเมืองแม่กลอง โดยเฉพาะโปรแกรมท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรสงครามที่หนุ่ม-สุทน ได้แนะนำให้ชาวแฟนเพจได้เดินทางไปท่องเที่ยวกันเองได้นะเจ้าค่ะ โปรแกรมท่องเที่ยวพอสังเขปวันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์หาโอกาสเดินทางท่องเที่ยวนะจ๊ะ ขอบคุณและสวัสดี

 

ติดต่อที่พัก บ้านสวนอัมพวัน รีสอร์ท โทรศัพท์ 081 961 6665

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

ท่องเที่ยว “เส้นทางสะสมบุญ หนุนนำชีวิต” @ราชบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563 หนุ่ม-สุทน วันนี้มาแนะนำเส้นทางไหว้พระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วงเข้าพรรษาตามความเชื่อ ความเคารพนับถือองค์พระพุทธรูปของชาวศาสนาพุทธ ในเส้นทางอำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี

ผมขอเริ่มต้นที่กรุงเทพมหานครครับ ออกเดินทางประมาณ 08.30 น.เส้นทางถนนบรมราชชนนีแล้วไปเชื่อมถนนเพชรเกษมผ่านองค์พระปฐมเจดีย์ขับรถตรงไปจนข้ามสะพานแม่น้ำแม่กลองจังหวัดราชบุรีพอลงสะพานเลี้ยวซ้ายเข้า วัดมหาธาตุวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงเมืองราชบุรี เข้าไปในวิหารหลวงกราบบูชาองค์พระพุทธรูปประทับนั่งหันหลังชนกันคือ องค์หลวงพ่อมงคลบุรีและองค์หลวงพ่อพระศรีนัคร์ พระพุทธรูปที่สันนิษฐานว่าสร้างครอบบนศาลาแลงที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์ เมื่อครั้งขอมเรืองอำนาจ

เสร็จแล้วออกมา วัดช่องลม พระอารามหลวงติดแม่น้ำแม่กลอง วัดช่องลมเป็นวัดเก่าแก่ของเมืองท่าราชบุรีและถือเป็นวัดสำคัญด้วยภายในวิหารประดิษฐาน องค์หลวงพ่อแก่นจันทน์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองราชบุรี สำหรับองค์หลวงพ่อแก่นจันทน์พระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้จันทน์หอมพุทธลักษณะงดงามปางอุ้มบาตรหรือสะพายบาตรเพื่อเสด็จออกบิณฑบาตเมื่อครั้งสมัยพุทธกาล

เสร็จแล้วเข้าเยี่ยม ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองราชบุรี เป็นอาคารเก่าแก่สร้างขึ้นมาสมัยรัชกาลที่ 6 และเคยเป็นศาลากลางจังหวัดราชบุรีมาก่อน ปัจจุบันได้จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเพื่อรวบรวมหรือจัดแสดงศิลปะวัฒนธรรมของชาวเมืองราชบุรีควรจะเข้าชมเพื่อการเรียนรู้

เสร็จแล้วเดินออกมาด้านหน้าเก็บภาพถ่ายบรรยากาศริมน้ำแม่กลอง วิวทิวทัศน์สวยงามโดยเฉพาะช่วงแสงตะวันอ่อน ๆ เริ่มลับขอบฟ้าถ่ายแบบถ่ายภาพได้ตามชอบ ตามสไตล์ของแต่ละท่านได้ที่ริมเขื่อนรัฐประชารูปตัวโค้งเห็นสะพานรถไฟมุมมองของคนชอบถ่ายภาพ จัดว่าสวยเลยทีเดียวครับ

น่าท่องเที่ยวครับในตัวเมืองราชบุรีแต่สิ่งสำคัญควรจะพักแรมสัก 1 คืน จะได้ไม่ต้องเร่งรีบท่องเที่ยวแบบชิลล์ ๆ สบาย ๆ ค่ำ ๆ มาที่ตลาดหอนาฬิกาเมืองราชบุรีตลาดยอดนิยมของนักเดินทางมาพักผ่อนในตัวเมืองราชบุรีจะต้องแวะนั่งกินอาหารหลากหลายประเภท เช่น ผัดไทย หอยทอด หรือจะเป็นร้านบะหมี่ขึ้นชื่อยอดนิยมในตลาดหอนาฬิการิมเขื่อนรัฐประชาแม่น้ำแม่กลองจังหวัดราชบุรี อิ่มกายอิ่มใจพอสมควรแกการพักผ่อนครับ

ตื่นเช้าบรรยากาศสดชื่นมาเดินเล่นและรับประทานอาหารเช้าบริเวณริมเขื่อนรัฐประชาแม่น้ำแม่กลอง แล้วเดินทางกลับพลาดไม่ได้ต้องแวะศาลหลักเมืองหรือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองราชบุรี บูชาขอพรองค์เสาหลักเมือง องค์พระพิฆเนศเก่ามาก ๆ ประดิษฐานภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

ไปท่องเที่ยวกันเองนะครับ หนุ่ม-สุทนไปมาทุกที่ครับเก็บข้อมูลมาฝากแฟนเพจ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเขตจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครปฐม ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. จังหวัดราชบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากและส่วนเรื่องท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีต้องติดตามตอนต่อไป วันนี้ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

เที่ยว 2 ตลาดสุขสำราญใจไป “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก – ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก”

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” สุขสันต์วันเสาร์ที่ 11 กรกฏาคม 2563ท่องเที่ยวที่ใด? คิดอะไรไม่ออกบอกหนุ่ม-สุทน วันนี้จะพาท่องเที่ยวตลาดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเขตอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ไปเที่ยว “ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก”

ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก แต่เดิมเคยมีตลาดลอยน้ำสมัยโบราณคึกคักด้วยชาวเรือพ่อค้า แม่ค้าและชาวประชาพายเรือ แจวเรือมาจับจ่ายตลาดซื้อพืชผักผลไม้ สำหรับคำว่าตลาดเหล่าตั๊กลักเป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว ขอแยกคำตามความหมายคำว่า “เหล่า” หมายถึง เก่า มีห้องแถวหรือตลาดเก่า ส่วนคำว่า “ตั๊กลัก” หมายถึง ตลาด รวมกันแล้วตลาดเหล่าตั๊กลักเก่าแก่ที่สุดมีอายุน่าจะประมาณ 150 ปี ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ชาวจีนแต้จิ๋ว ชาวจีนไหหลำอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนเป็นห้องแถวเพื่อทำการค้าย่านคลองดำเนินสะดวก ด้วยเหตุผลนี้บริเวณนี้จึงเคยเป็นตลาดลอยน้ำดั้งเดิมมาก่อน แล้วก็ขยายเข้ามาในคลองซอยที่นักท่องเที่ยวรู้จักคือตลาดน้ำดำเนินสะดวก!!!

ขอเล่าเรื่องย่อ ๆ ย้อนหลังกลับไปจุดเริ่มต้นของตลาดนัดที่เก่าแก่กันจริง ๆ อยู่ที่ตลาดไทยหลักห้าหรือตลาดนัดหลักห้า เขตอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ต่อมาเรือค้าขายเริ่มหันหัวเรือมาตลาดนัดในคลองเชื่อมคลองดำเนินสะดวกริมห้องแถวโค้งตามคลองเรียก ตลาดเหล่าตั๊กลัก เป็นย่านที่ชาวสวนในคลองซอยของคลองดำเนินสะดวกสัญจรมาซื้อข้าวปลาอาหารมากจนเต็มคลอง แล้วในปี พ.ศ. 2522 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) เมื่อโปรโมทโฆษณาใช้คำว่า “ตลาดน้ำคลองดำเนินสะดวก” ยุคแรก ๆ เริ่มด้วยชาวยุโรปสนใจมากที่สุดและกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต ยอดนิยมของคนชอบเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ดังนั้นวันนี้หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำชาวแฟนเพจนักเดินทางทุกท่านถ้าหากได้มาเที่ยว “ตลาดน้ำดำเนินสะดวก” เมื่อจอดรถยนต์แล้วใจเย็น ๆ ครับ ผมขอแนะนำให้ไปตามเส้นทาง เที่ยว 2 ตลาด โดยเริ่มจุดที่ 1 ตลาดน้ำดำเนินสะดวกเดินชมร้านค้าเสื้อผ้า เรือแม่ค้าต่าง ๆ จุดที่ 2 เดินข้ามสะพานมุมถ่ายภาพตลาดน้ำดำเนินสะดวก จุดที่ 3 ลงสะพานชมบรรยากาศหรือเก็บภาพส่งต่อให้เพื่อน ๆ อิจฉาเราเล่น ฮ่า ๆ เมื่อมาเที่ยวตลาดน้ำ จุดที่ 4 ท่าเรือบริการล่องเรือไป “ตลาดเหล่าตั๊กลัก” แบบสโลว์ไลฟ์(slow life ) อิงแอบสายน้ำและห้องแถวโบราณ(เลือกนั่งเรือหรือเดินต่อไปก็ได้ครับ) จุดที่ 5 เดินให้สุดทางคือคลองดำเนินสะดวกแวะศาลเทพเจ้ากวนอู แต่เดิมประดิษฐานในศาลไม้เก่าแก่อายุ 100 ปี ปัจจุบันเป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ นักท่องเที่ยวเข้าขอพรได้ เสร็จแล้วข้ามสะพานลอยเชื่อมสัมพันธ์ 2 ตลาด นั้นก็คือ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก กับ ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก เจ้าค่ะ เดินชมห้องแถวไม้ 2 ชั้นบ้านเรือนเก่า ๆ ได้ตามความชอบแบบชิลล์ ๆ  แล้วเดินย้อนกลับไปตลาดน้ำดำเนินสะดวกหรือนั่งเรือกลับก็ได้เช่นกันครับ

หนุ่ม-สุทน ขอใช้คำว่าเที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในเขตจังหวัดราชบุรีและเขตจังหวัดนครปฐมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์032-919176-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ขอขอบคุณ ผอ.สรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานราชบุรีที่ได้ให้การต้อนรับ วันนี้เขียนเล่าเรื่องท่องเที่ยวคลองดำเนินสะดวกให้ชาวแฟนเพจและนักท่องเที่ยวที่สนใจไปเที่ยวกันเองนะครับ ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

เชิญท่องเที่ยว “ตลาดเก่าก๊กพระยา”ตลาดที่ซ่อนตัวเองอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” ทักทายวันพฤหัสที่ 9 กรกฎาคม 2563 วันนี้หนุ่ม-สุทน จะพาไปรู้จักตลาดซ่อนตัวเองอยู่ในพื้นดินริมแม่น้ำท่าจีน เทศบาลตำบลลำพญา เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม คือตลาดริมน้ำเรียก “ตลาดเก่าก๊กพระยา”

ตลาดเก่าก๊กพระยา ตามประวัติกล่าวเอาไว้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2411 ครั้งนั้นมีพระยานั่งเรือล่องมาจากเมืองหลวงคือกรุงรัตนโกสินทร์เต็มลำเรือเพื่อสังเกตการณ์การขุดคลองและแบ่งปันที่ดินให้กับชาวบ้านโดยเฉพาะชาวมอญอพยพมาจากเมืองสามโคกเมื่อขุดคลองแล้วเสร็จจึงเรียก บ้านลำพระยา ขึ้นกับอำเภอบางปลาของมณฑลนครชัยศรี ส่วนชาวจีนก็อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนเป็นห้องแถวริมแม่น้ำท่าจีนสมัยรัชกาลที่ 5 เช่นกัน ชาวจีนตั้งบ้านเรือนเพื่อทำการค้าโดยมีท่าเรือขนถ่ายสินค้าไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำท่าจีน เมื่อมีท่าเรือสมัยนั้นจึงคึกคักด้วยผู้คนเข้ามาซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้ทางด้านเกษตรกรรม สำหรับการเดินทางเข้าเมืองหลวงในยุคประมาณ 50 – 60 ปี ใช้บริการเรือเมล์แดงไปถึงสุพรรณบุรี – เมืองชัยนาท ต่อมาหมดยุคสมัยเรือเมล์แดงก็เป็นเรือหางยาววิ่งรับส่งผู้โดยสารจนกระทั่งมีถนนตัดเข้ามา เริ่มต้นความเจริญ การสัญจรทางน้ำเริ่มหายไปจนหมดสิ้น ตลาดก๊กพระยาก็เช่นกัน เริ่มเงียบเหงาลงเรื่อย ๆ จนเห็นได้ชัดเจนเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีถนนตัดผ่านเข้ามา ถนนสร้างแล้วเสร็จริมถนนมากด้วยบ้านเรือนทำให้บดบังสายตาผู้คนมองไม่เห็นตัวตลาดริมน้ำ ถ้าหากไม่มีป้ายชื่อตลาดก๊กพระยาบอกก็ยิ่งไม่รู้ว่าเป็นตลาดริมน้ำน่าเศร้าใจครับ

เมื่อเดินเข้าตลาดยังไม่แน่ใจเลยมีบ้านคนอาศัยอยู่หรือเปล่า? แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองผมไปมาแล้ว 3-4 ครั้ง ขอบอกเงียบเหงาจริง ๆ แต่ถ้าถามส่วนตัวน่าเที่ยวครับ สำหรับคนชอบชิลล์ ๆ หากสนใจสามารถไปท่องเที่ยวได้ครับ วันนั้นผมเอารถยนต์จอดไว้บริเวณลานจอดรถตรงข้ามเทศบาลตำบลลำพญาแล้วเดินเข้าซอกเล็ก ๆ

จุดเริ่มต้นคือสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนเพื่อถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ จัดว่ายังคงความสวยงาม เป็นวิถีชีวิตริมน้ำแบบดั่งเดิมจริง ๆ ครับ

จุดที่ 2 ลอดใต้สะพานเป็นช่องทางเดินเงียบ ๆ ผ่านถึงตัวร้านค้าห้องแถวหันหน้าเข้าหากัน ส่วนริมน้ำเป็นท่าเรือและชานเรือนมีบันไดทอดลงน้ำสำหรับขนของขึ้นร้านค้า

จุดที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ “บ้านภัณฑารักษ์” น่าเข้าชมมากเขาจัดแสดงนิทรรศการศิลปะเมื่อครั้งโบราณกาล อายุประมาณ 60 ปี

จุดที่ 4 บ้านพักผ่อนแบบโฮมสเตย์เป็นบ้านโบราณเก่าแก่ 100 ปี สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังทรงปั้นหยายกพื้นสูง 2 ชั้นชื่อบ้านกุลนที ได้ปรับปรุงขึ้นมาใหม่เปิดให้นักท่องเที่ยวพักแรมได้เหมือนบ้านตนเอง

จุดที่ 5 ข้ามแพปากคลองโยงไปกราบบูชาขอพรองค์เจ้าแม่ทับทิมหรือศาลเจ้าอาม่าเป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่กับตลาดริมน้ำก๊กพระยามาตั้งแต่อดีตกาลถึงทุกวันนี้ ชาวจีนทำการค้าจะมาขอพรที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมกันมากถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์คู่ตลาดก๊กพระยามานานแสนนานครับ

ไปท่องเที่ยวกันนะครับ ท่านที่ชื่นชอบตลาดโบราณอายุเกิน 100 ปี ตลาดก๊กพระยาหรือตลาดเก่าก๊กพระยา เคยเป็นย่านขนส่งสินค้าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในลุ่มน้ำท่าจีนตั้งอยู่ด้านหลังเทศบาลตำบลลำพญา เขตอำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เที่ยวแบบสบาย ๆ เดินกะหนุงกะหนิงเพลิน ๆ เสร็จแล้วออกมาที่ลานจอดรถก่อนเที่ยงวันมีร้านข้าวเม่าทอดใส่กล้วยไข่กลิ่นหอมชวนให้กินแบบโบราณกรอบ ๆ อร่อยผมกินแล้วอยากบอกต่อครับ หนุ่ม-สุทนเขียนเล่าเรื่องตลาดริมแม่น้ำท่าจีนที่หลบมุมช่อนตัวเองอยู่ริมน้ำแต่ก็น่าไปสัมผัสวิถีชีวิตห้องแถวเก่า ๆ ที่ยังคงดั้งเดิมอยู่ครับ “ตลาดก๊กพระยา” วันนี้ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

เส้นทางวันเดียวทั้งเที่ยวทั้งกิน ถนนสายนี้ไม่มีชื่อ (ถนนข้างวัดศรีเรืองบุญ) @นนทบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” วันนี้วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563 หยุดยาวครับหลาย ๆ คนคงจะเดินทางท่องเที่ยวกันเองหรือไปกับครอบครัว หนุ่ม-สุทน ขออวยพรให้ท่องเที่ยวกันสนุกสนานครับ สำหรับวันนี้จะพาไปใน “เส้นทางวันเดียวทั้งเที่ยวทั้งกิน ถนนไม่มีชื่อ” ตามผมมาเลยครับ

เราจะเริ่มต้นในเส้นทางนี้ด้วยการเข้า วัดศรีเรืองบุญ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านซึ่งทางวัดได้สะสมสิ่งของเก่า ๆ ตั้งแต่ยุคสมัยกรุงศรีอยุธยา-กรุงรัตนโกสินทร์เพื่อให้ผู้สนใจได้เยี่ยมชม แล้วต่อด้วยมากราบบูชาหลวงพ่อกลางสวน ออกเดินทางต่อเลี้ยวเข้าถนนข้าง ๆ วัดศรีเรืองบุญ ไม่มีชื่อถนนครับ ข้ามสะพานขื่อขวางมาเรื่อย ๆ มองด้านขวามือจะเห็นป้ายชื่อเล็ก ๆ ศาลเจ้าแม่ทับทิม แวะได้เลยครับจอดรถแล้วเดินเข้าไปประมาณ 400 เมตร ศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศาลไม้สักเก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ครั้งนั้นมีชาวจีนตั้งบ้านเรือนทำการค้าในคลองมหาสวัสดิ์แล้วร่วมกันสร้างศาลเจ้าเพื่อประดิษฐานองค์เจ้าแม่ทับทิมที่ได้อัญเชิญมาจากจีนแผ่นดินใหญ่

ศาลเจ้าแม่ทับทิม

ศาลเจ้าแม่ทับทิม

เสร็จแล้วเดินทางต่อมาที่ วัดบางไกรใน เป็นวัดเก่าแก่เมื่อครั้งต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนในวิหารประดิษฐานองค์หลวงพ่อโตอายุน่าจะเกิน 300 ปี นอกจากนี้ยังมีมณฑปประดิษฐานองค์หลวงพ่อแหนหรือหลวงพ่ออู่ทอง

เสร็จแล้วกลับมาเส้นทางเดิมขับรถไปสุดถนนเป็นสามแยกเลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 500 เมตรขับรถช้า ๆ มองด้านซ้ายจะเห็นว่ามีศาลเจ้าแบบเก่งจีนมีป้ายชื่อเป็นภาษาจีนตัวใหญ่ชัดเจน แต่หนุ่ม-สุทนเรียกเองครับว่า ศาลเทพเจ้า 18 อรหันต์ หรือศาลเจ้าอาก๋ง มีลานจอดรถหน้าศาลเจ้า แล้วขึ้นบันไดไป

จุดที่ 1. เทวรูปอาก๋งหรือคนทรงเจ้าที่เดินทางมาจังหวัดนครศรีธรรมราชตามเทวรูปอาก๋งบอกให้มาสร้างศาลเจ้าเพื่อประดิษฐานเทพเจ้าของชาวจีนในปี พ.ศ. 2528 ก็ประมาณ 35 ปี

จุดที่ 2. องค์เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก

จุดที่ 3. องค์เจ้าแม่กวนอิม

จุดที่ 4. ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปแบบจีน 3 องค์ และวิหารเทพเจ้า 18อรหันต์

สำหรับด้านขวาสุดประดิษฐานรูปหล่อองค์หลวงปู่ทวด หลวงพ่อโอภาสีและหลวงพ่อท่านคล้ายวาจาศักดิ์สิทธิ์ เมื่อได้กราบบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเทพเจ้า 18 อรหันต์เสร็จแล้ว

ผมขอนำเสนอมาท่าเรือกำนันเชาร์แวะกิน ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำร้านสมพงษ์  ริมคลองมหาสวัสดิ์ แจ้งให้ทราบเวลาปิดก่อนเลยครับ 13.00 น. เพราะขายดีมาก ๆ ครับเลยหมดเร็วหรือจะเลือกมากินก๋วยเตี๋ยวปลา ปลาลวกจิ้ม ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาทรงเครื่อง ก็ได้ตามใจชอบครับ ผมไปกินมาแล้วอร่อยได้ใจหนุ่ม สุทนไปเลยครับ

นี่คือเส้นทางท่องเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ ขอบอกเส้นทางอีกครั้งหนึ่ง ถ้าหากมาจากจังหวัดสุพรรณบุรีผ่านบางใหญ่เข้าถนนกาญจนาภิเษกตรงมาให้อยู่เลนส์ซ้ายสุดจะเห็นป้ายชื่อ วัดศรีเรืองบุญ เลี้ยวซ้ายเข้าวัดแล้วก็ออกมาถนนข้าง ๆ วัดศรีเรืองบุญเขตเทศบาลตำบลปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี หนุ่ม-สุทนแนะนำ ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เส้นทางถนนไม่มีชื่อ ครับ วันนี้ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm

#ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

เที่ยวสวนสามพรานสำราญใจ อาหารปลอดภัยต้องตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐม

รายการ “เรียกที่นี่ ว่าที่รัก” โดยหนุ่ม-สุทน สุขสันต์วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562  วันนี้จะพาไปรู้จักโรงแรมสวนสามพรานและตลาดสุขใจ อ.สามพราน จ.นครปฐมครับ หนุ่ม-สุทน ขอเริ่มต้นเล่าเรื่องราวความเป็นมาของพื้นดินในเนื้อที่ 130 ไร่ ติดแม่น้ำท่าจีนหรือแม่นครชัยศรีเจ้าค่ะ พื้นดินแห่งนี้จุดมุ่งหมายคือการปลูกต้นพิกุลและดูแลให้งดงาม ส่วนเหตุผลเพราะว่าต้นพิกุลสมัยโบราณเชื่อถือว่าต้นพิกุลเป็นไม้มงคลมีอายุยืนยาว ส่วนดอกพิกุลมีกลิ่นหอมกรุ่นและเชื่อว่าเป็นดอกไม้สวรรค์ใช้ประกอบพระราชพิธีมงคลต่างๆ มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีครับ  ต่อมาในปี พ.ศ. 2505  พื้นที่แห่งนี้จึงได้เปลี่ยนมาทำธุรกิจโรงแรมสวนสามพรานหรือrose garden ครับ รวมทั้งเป็นสวนพันธุ์ไม้นานาชนิด แต่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติรู้จักความสวยงาม จนยากจะมาชมมากๆ คือดอกกุหลาบครับ นี่คือจุดเริ่มต้นที่กล่าวถึงสวนสามพรานและบ้านเรือนไทยย้อนยุคแบบไทยโบราณสร้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้าพักผ่อนคล้ายๆ บ้านตัวเองเจ้าค่ะ ต่อมาเมื่อ Rose garden ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนภายในสวนสามพราน จึงได้จัดสร้างหมู่บ้านไทยและโรงละครจัดแสดงทั้งสี่ภาคปรากฏว่าประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง มีบริษัทนำเที่ยวพานักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงร้องรำทำเพลง การชกมวยเป็นต้น รวมทั้งมีอาหารกลางวันไว้บริการด้วย โดยเฉพาะผัดไท ซึ่งอร่อยถูกใจนะจ๊ะต้องไปชิมครับ

ต่อมาเมื่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเข้ามามีถนนเพิ่มขึ้นการเดินทางสะดวกสบายและรวดเร็วก็เลยทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมการแสดงน้อยลง ด้วยเหตุผลนี้หรือป่าว? ทำให้ผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นที่ 3  คิดใหม่ ทำใหม่หรือเรียกว่าสไตล์คนรุ่นใหม่ฮ่าๆ พี่หนุ่ม-สุทน ขอปรบมือดังๆ แสดงความยินดีและชื่นชมกับก้าวใหม่สู่พื้นดินที่สร้างแรงบันดาลใจเพื่อการเรียนรู้และก้าวไปเพื่อการเปลี่ยนแปลงเจ้าค่ะ

 

โดยในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารรุ่นใหม่ก็ออกพื้นที่พูดคุยกับชาวเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้ทราบถึงวิธีการและแนวคิดของคนในพื้นที่ เพื่อหาวิธีการที่จะเปลี่ยนแปลงและหันมาร่วมกันปลูกผักปลอดภัยหรือที่เรียกผักเกษตรอินทรีย์ แรกๆ ชาวบ้านชาวสวนเกษตรยังไม่เข้าใจครับ ต้องไปพูดไปคุยกัน 3-4 ครั้ง โดยทางโรงแรมสวนสามพรานมีผู้รู้เรื่องเกษตรเดินทางไปให้ความรู้ทางวิชาการเรื่องเกษตรอินทรีย์จนประสบผลสำเร็จ ได้ผลผลิตจากการปลูกผักปลอดสารพิษเป็นที่น่าพอใจ จึงได้มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในเขต จ.นครปฐมและจังหวัดใกล้เคียง จนสามารถนำผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์มาจำหน่ายในตลาดสุขใจ สุขใจจริงๆ ครับ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อผัก ผลไม้ เกษตรอินทรีย์ได้อย่างจุใจเจ้าค่ะไม่ต้องกังวลเรื่องของสารพิษใดพี่หนุ่ม-สุทน ขอบอกรับรองได้ครับ

ส่วนโรงแรมสามพราน 4 ดาวนะจ๊ะ แต่การบริการยอดเยี่ยมของพนักงานในสวนสามพรานมีการอบรมมารยาทและรอยยิ้มเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนเจ้าค่ะ และถ้าหากพักแรมเค้ามีห้องพักมากถึง 160 ห้อง พักผ่อนแบบสบายใจและเดินชมพันธุ์ไม้นานาชนิดมีลมพัดผ่านเย็นๆ ริมแม่น้ำท่าจีน ยามเย็นนั่งดูแสงตะวันลับยอดต้นไม้ เห็นแสงตะวันอ่อนๆ นั่งริมน้ำ

สำหรับผู้บริหารโรงแรมสวนสามพรานรุ่นใหม่ ซึ่งมีแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในแบบเกื้อหนุนสังคม ย่อมได้รับการแนะนำและส่งต่อธุรกิจจากรุ่นที่ 2 คือคุณสุชาดา ยุวบูรณ์ ประธานบริหารสวนสามพรานเป็นอย่างดีด้วย ส่วนผู้บริหารสวนสามพรานรุ่นที่ 3 หรือรุ่นใหม่ 1.คุณอรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการ 2.คุณอรรจน์ ยุวบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ และ 3.คุณอนัฆ นวราช ผู้จัดการทั่วไปครับ ทั้ง 3 ท่านร่วมกันเพื่อนำพาสวนสามพรานก้าวไปสู่พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจแบบสไตล์คนรุ่นใหม่ที่เรียกว่าภาคีขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมทั้งภาครัฐและเอกชนภายใต้ “สามพรานโมเดล” และแบรนด์ “ปฐม” อย่างมุ่งมั่นต่อไป

โรงแรมสวนสามพรานมีห้องพัก ห้องประชุมสัมมนา ร้านอาหาร ไว้บริการนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีร้านกาแฟสดสไตล์สวนสามพรานชื่อปฐมเจ้าค่ะและมีลานกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เช่นดำนาข้าว และทอผ้าย้อมเส้นใยผ้า ปั้นตุ๊กตา ร้อยมาลัยเป็นต้น ส่วนพื้นที่โอโซนและปลูกผักปลอดสารพิษตรงข้ามโรงแรมสวนสามพรานเนื้อที่ 30 ไร่ เป็นพื้นดินเพื่อการเรียนรู้เรื่องเกษตรครับ

สำหรับท่านที่สนใจจะเดินทางไปเที่ยว ศึกษาแหล่งเรียนรู้ หรือจัดประชุมสัมมนาที่โรงแรมสวนสามพรานสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 034-322 588-93 หรือเว็บไซต์ www.suansampran.com  ได้ทุกวันครับ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย

#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ

#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel

#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife

#STNewsThailand

อ่านต่อ

วัดพระนั่งดิน อ.เชียงคำ จ.พะเยา

พี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินทางไปเที่ยว อ.เชี่ยงคำ จ.พะเยา เข้าไปวัดพระนั่งดินเพราะวัดนี้น่าสนใจมากๆ ครับ โดยเฉพาะองค์พระพุทธรูปนั่งประดิษฐานที่พื้นดินแปลกมากครับ

องค์พระนั่งดินหรือพระเจ้านั่งดินมีตำนานเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้นพี่หนุ่ม-สุทน ได้เก็บเรื่องราวมาเล่าให้แฟนๆ ฟังนะจ๊ะ โดยเริ่มต้นสมัยพุทธกาลกล่าวกันว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่บนดอยในเขตเมืองเชียงชะราวหรือเมืองพุทธรส ครั้งนั้นเจ้าเมืองพุทธสรคือพญาคำแดงเห็นว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นมงคลยิ่งของชาวบ้านและชาวเมืองพุทธรสและพญาคำแดงเห็นว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาน่าจะทำสิ่งที่เป็นมงคลแก่เมืองพุทธสร จึงได้ร่วมกับพระอรหันต์และท่านฤาษี ประกอบพิธีขอเหล่าเทวดาและเจ้าป่าเจ้าเขาเพื่อช่วยกันปั้นรูปเหมือนพระพุทธเจ้าด้วยดินอันเป็นมงคลฤกษ์ ตามตำนานกล่าวว่า

นำดินมาจากเมืองศรีลังกาเพื่อนำมาปั้นรูปเหมือนพระพุทธเจ้า พอปั้นแล้วเสร็จพระพุทธเจ้าทรงทอดพระเนตรและทรงตรัสว่าไม่ค่อยเหมือนและทรงโปรดให้เอาดินเติมแต่งเพื่อให้เหมือนกับพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนี้องค์รูปเหมือนก็เคลื่อนลงมานั่งอยู่กับพื้นดิน จึงเป็นที่มาของคำว่าพระเจ้านั่งดิน และพระพุทธเจ้าทรงทำนายไว้ว่าองค์รูปเหมือนหรือพระเจ้านั่งดินจะอยู่คู่กับศาสนาพุทธนานถึง 5,000ปี และทรงทำนายอีกว่าเมืองนี้จะรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สิน ต่อมาเมืองพุทธรสได้จัดสร้างองค์พระธาตุเพื่อล้างบาป(สมัยนั้นยังไม่ใช้คำว่าบุญกุศล)และกล่าวกันว่าพบแร่ทองคำไหลมาตามลำน้ำด้านหลังองค์พระธาตุล้างบาปจึงเปลี่ยนชื่อเมืองว่าเชียงคำครับ สำหรับวัดพระเจ้านั่งดินและองค์พระเจ้านั่งดินประดิษฐานในวิหารสร้างได้สวยงามมากๆ

ส่วนเรื่องราวขององค์พระเจ้านั่งดินยังมีเรื่องราวเล่าต่อครับ ขอย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 40-50ปี ที่ผ่านมามีญาติโยมเดินทางมาขอพรพระเจ้านั่งก็เห็นว่าพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่กับพื้นดินดูไม่เหมาะสม จึงได้ดำเนินการจัดสร้างฐานรองรับและอัญเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประดิษฐาน ปรากฎว่ารุ่งเช้าเมื่อเจ้าหน้าที่วัดพระนั่งดินเปิดวิหารตามปกติก็พบองค์พระเจ้านั่งดินก็ลงมานั่งพื้นดินเช่นเดิมครับแปลกแต่จริงครับและยังคงเล่าขานกันถึงทุกวันนี้นะเจ้าค่ะ และต่อมาทางวัดพระนั่งดินได้จัดสร้างตู้กระจกใสๆ ครอบให้เห็นองค์พระเจ้านั่งดินถึงทุกวันนี้แหละครับ ทุกวันนี้คำว่าพระเจ้านั่งดินก็หายไปเหลือแต่พระนั่งดิน ส่วนชื่อวัดก็เรียกวัดพระนั่งดินเจ้าค่ะ

วัดพระนั่งดินทุกวันนี้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันมากก็ทำให้วัดพระนั่งดินเจริญรุ่งเรืองตามกาลเวลา โดยเฉพาะบริเวณวัดดูสะอาดดี และมีองค์พระมหาธาตุเจดีย์จัดสร้างได้สวยงามดูเด่นชัดและสง่างามครับ รักนะเมืองเชียงคำหรือ อ.เชียงคำ มีวัฒนธรรมของการแต่งกายชาวไตหรือชาวไทลื้อดูได้จากร้านค้าเสื้อผ้าสวยๆ งามๆ ในบริเวณลานวัดพระนั่งดินเจ้าค่ะ พี่หนุ่ม-สุทนขอจบเรื่องเล่าขานตามตำนานของวัดพระนั่งดินเด้อ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย
#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#STNewsThailand

อ่านต่อ

“แม่ฮ่องสอน” ยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม “ปางมะผ้า ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน” การท่องเที่ยวแบบครบวงจร

เริ่มต้อนฤดูหนาว เดือนพฤศจิกายน เหลือเวลาอีกไม่นานก็จะปีใหม่แล้วเวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ว่าไหมคะท่านผู้อ่าน ห่างหายกันไปนานไม่ได้มาทักทายกันเลย ครั้งนี้มาก็ขอหอบเอาบรรยากาศดีช่วงหน้าหนาวมาฝากสักหน่อยนะ ทางผู้เขียนได้มีโอกาสไปสัมผัสลมหนาวที่เมืองสามหมอก เมื่อวันที่ 7,8และวันที่ 9 ที่ผ่านมา เป็น งานกิจกรรมเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน   “แม่ฮ่องสอน” ยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรม ใน 3 อำเภอแห่งประวัติศาสตร์ “ปางมะผ้า ขุนยวม เมืองแม่ฮ่องสอน” จัดกิจกรรมให้ชุมชนช่วยการท่องเที่ยวแบบครบวงจร

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่งโดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ และธรรมชาติในแถบเทือกเขารอยต่ออำเภอปางมะผ้า ปาย และเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีสภาพป่าเขา ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ สวยงาม มีถ้ำอยู่จำนวนมาก ซึ่งจากการสำรวจพบว่า มีมนุษย์ถ้ำโบราณอาศัยอยู่เป็นเวลานานมาแล้ว นอกจากนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังมีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลมาตั้งฐานทัพบริเวณอำเภอขุนยวม ทำให้เกิดประวัติและเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับชาวญี่ปุ่น

 

ประวัติศาสตร์ทั้งสองด้านของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับการบอกเล่าเรื่องราว ถ่ายทอด โดยผู้ที่อยู่ในชุมชน เองบอกเลยคะว่าไม่เสียเที่ยวในการมาเที่ยวจริงๆ ประจวบเหมาะกับช่วงนี้กระแสและความนิยม การท่องเที่ยวโดยชุมชน “Community Based Tourism” ก็ได้รับความนิยมและได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ เป็นการท่องเที่ยวที่น่าสนับสนุเพราะเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ อนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นถิ่น ทำให้ผู้ที่มาเยือนได้ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ของชุมชน รวมถึง กลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้เกิดประโยชน์แก่คนในท้องถิ่น ในมิติที่ชาวบ้านเป็นเจ้าของ เป็นผู้รับผิดชอบ และทำหน้าที่จัดการการท่องเที่ยวได้ด้วยชุมชนเอง รวมถึงเป็นการยกย่อง เชิดชูภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกิดจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุมชน ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562
เริ่มต้นการเดินทางเดินครั้งนี้ ด้วยเครื่องบิน ที่สนามบินดอนเมือง ด้วยเที่ยวบินประมาณตี 5 ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 1 ชม. เห็นจะได้ค่ะ ก็ถึงสนามบินเชียงใหม่เช้าพอดีเลย อากาศสดชื่นสุดๆเลยค่ะ มองซ้ายมองขวา เห็นน้องทีมงานยื่นรอรับอยู่ ด้วยหน้าตายิ้มแย้ม จะรออะไรละคะ ก็รีบขึ้นรถ เพื่อมุ่งหน้าไปยังจังหวัดแม่ฮ่องสอนกันเลย
จากเครื่องบิน ก็มาต่อกันด้วย รถตู้จาก เชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน รถตู้มารับออกจากสนามบินเดินทางไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างเดินทางก็ได้ชมข้างทาง ช่างสวยงามจริงๆค่ะ หลายๆท่านที่เคยมา คงนึกออกว่าความสวยงามจะมากขนาดไหน ใช่ไหมละคะ แต่หากท่านใดยังไม่เคยมา วันนี้ก็มีภาพมาฝากให้ชมกันเล็กน้อย พอหอมปากหอมคอ ครั้งนี้ชมรูปไปก่อน แต่อย่าลืมหาโอกาสเพื่อไปเที่ยวชมให้ได้นะคะ เดินทางมาสักพัก ก็ถึงเริ่มหิวแล้ว ก่อนเข้าไปชมธรรมชาติ ในถ้ำลอด ก็หยุดแวะรับประทานอาหารกลาง ที่ ร้านครัวนอร์ทเทอร์นฮิลล์ ทางร้านได้จัดเมนูอาหารไว้ให้เรียบร้อย อิ่มหายหิว อยากหลับมากๆค่ะ แบบที่คำที่เคยได้ยินกันว่า หนังท้องตึงหนังตาหย่อน ได้หมอนสักใบคงดี ก็อาหราอร่อยๆ แบบท้องถิ่น ชวนลิ้มลองจริงๆ เช่นเมนู ไก่อุบ ผัดเห็ดดินด้าน น้ำพริกหนุ่ม ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของที่นี่มีรสชาติอร่อยมากคะ

หลังจากที่ทานอาหารเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทางไปที่ ถ้ำลอน อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฉ่องสอนเมื่อทางคณะก้าวเท้าแรกลงไปจากรถ ก็ได้ยินเสียงกล่าวคำว่า สวัสดีครับ/ค่ะ สวัสดีจ้าว น่ารักมากๆว่าไหมคะ หลังจากเสียงสวัสดีแล้ว ก็เริ่มได้ยินเสียงดนตรี หันไปดู เห็น ฆ้องราว (ฆ้องราว เป็นอัตลักษณ์ของชาวไทใหญ่) ชวนให้ ครึกครื้นมากๆเลยค่ะข้างหน้า เครื่องดนตรี ก็ได้พบกับ การแสดงโต ในการแสดงโต เป็นการแสดง โดยใช้ผู้ชาย ๒ คนเล่น คนหนึ่ง เชิดทางหัว ส่วนคนที่สอง เชิดทางหาง คล้ายๆ การเชิดสิงโตของจีนนั้นเอง ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงแล้ว ก็มานั้งฟังเรื่องราว เกี่ยวกับ ประวัติเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แหล่งธรรมชาติ และอื่นๆที่มีความสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง ฟังเรื่องเล่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ฟังแล้วก็ต้องปฏิบัติจริงค่ะ ช้าทำไมละคะเข้าไปดูบรรยากาศใน ถ้ำลอดกันดีกว่า ก่อนเดินเข้าตรงบริเวณปากทาง ถ้ำลอดจะมีชาวบ้านยืนรอพร้อมถือตะเกียงเจ้าพายุ เพื่อนำทางนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาชมธรรมชาติ ภายในถ้ำ สวยงามมากๆ เดินไปตามสะพานไม้ไผ่ สักพัก ก็จะเจอกับหินรูปทรงต่างๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ รูปหินที่สวยงามนี้บางรูป มีรูปแลดูก็เหมือนบล็อกโคลี่นะ ก็จินตนาการไปเลือนๆ เพราะหินแต่ละก้อน ความงดงามไม่เหมือนกัน รูปทรงก็แตกต่างกันด้วย

 


หลังจากที่เดินเข้าไปหินงอก หินย้อย รูปทรงต่างๆเสร็จแล้ว ก็ ต่อด้วย เดินขึ้นบันไดประมาณ 95 ขั้นนะคะ ความงดงามก็จะได้อีกบรรยากาศเลยค่ะ เมื่อขึ้นไปแล้วก้มลงมาจะเห็นหินเป็นเหมือนรูปตุ๊กตาสวยมากหลังจากชื่นชม (ถ้ำ2) โซน 2 เสร็จก็เดินลงจากบันไดเพื่อไปชม(ถ้ำ 3) โซน3 ด้วยการนั่งแพไม้ไผ่ ที่ชาวบ้านเตรียมไว้สำหรับ บริการนักท่องเที่ยว 1ลำ นั้งได้ 3 ท่านนะคะ นั่งชมความงามกันแบบสบายๆได้เห็นปลามากมายที่อยู่ในถ้ำ พากันว้ายมาหา เหมือนบอกว่า ยินดีตอนรับ เพลินไปอีกแบบ นั่งแพไปสักพัก จะเห็นจุดชมวิวที่สวยมาก ว่าแล้วก็ขอเก็บรูปมาฝากนะคะ ถ่ายออกมาอาจไม่สวย เท่ากับสถานที่จริง เพราะด้วยฝีมือยังไม่ถึงขั้นเท่าไหร่ อย่าว่ากันนะ รูปกับวิวสวยๆ นิดๆ หลังจากนั้นชาวบ้านที่ถือตะเกียงก็พาเดินเข้าถ้ำ ในถ้ำ นี้จะเห็นโรงศพของผีแมน หลังจากนั้น ก็ได้นั่งแพ ออกจากถ้ำกับบรรยากาศที่เงียบได้ยินเสียงหยดน้ำ จากบนถ้ำหยดลงน้ำ เสียงปลาไหว้น้ำเพื่อมาส่ง เมือแพถึงทางออกก็เดินไปขึ้นรถเพื่อออกเดินไปที่พัก เพื่อทานข้าวแล้วก็เข้านอนเตรียมตัวออกเดินทางพรุ่งนี้ กันต่อ
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562
ตื่นตี 5 ครึ่งออกเดิน ทาง 6 โมงเช้า เริ่มจากการ ไปหาอาหารเช้าแบบพื้นเมืองรับประทานที่ บ้านจ่าโบ่ เมนูที่บ้านจ่าโบ่ อำเภอปาย จ.แม่ฉ่องสอน ก็จะมี ข้าวต้ม ข้าวผัด น้ำพริกมูเซอ กินคู่กับผักหลากหลายชนิด อร่อยไปอีกแบบ ได้ท่านอาหารที่แสนอร่อยแล้ว ยังได้อิ่มเอมกับบรรยากาศ หมอกยามเช้า ภูเขาสวยๆ หลังจากนั้นก็ที่ขาดไม่ได้เลย ก็ต้อง เก็บภาพคู่กับวิวสวยๆ สักหน่อยนะคะ เดินออกไปเพื่อไปขึ้นรถก็อดที่จะแวะชมของฝากของชาวบ้านไม่ได้ ด้วยความสวยงามของสีสัน ที่ชวนให้หยุดแวะชม สอบถามดูแม่ค้าบอกว่า เสื้อที่เห็นนะเย็บเองนะจ๊ะ ฝีมือล้วนๆเลยละ ติดไม้ติดมือกันคนละชิ้นสองชิ้น เพื่ออุดหนุนการท่องเที่ยวแบบชุมชนสักหน่อย พอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ออกเดินทางไปชม ความงาม ที่ ทุ่งบัวตอง


เมือเดินทางมาถึง ทุ่งบัวตอง อำเภอขุนยวม แม่ฮ่องสอน ก็ตื่นเต้นมาๆ เพราะฝนตกพอดี แต่ด้วยความสวยงามของ ทุ่งบัวตอง ที่บานสะพรั่ง ชวนเหลือเกินให้ลงจากรถ ไปชมความงาม ไปเก็บภาพ มาฝาก ไม่ผิดหวังจริงๆค่ะ สมใจ สวยงามสุดๆ ใครยังไม่ได้มา ก็ต้องหาเวลามาให้ได้นะ ความสวยงามกับบรรยากาศสดชื่นชวนให้ถ่ายรูปสวยๆมาเยอะเลย หลังจากที่ชมความงามของทุ่งบัวตอง เสร็จแล้วก็ได้เวลาเดินทางต่อ ไปรับประทานอาหาร เที่ยงกันที่ ร้านเฮินปิลันธน์ แม่ฮ่องสอน เมนูที่นี่จะมี แกงแค
ซ่าถั่วป๋อง (ถั่วพู)  ซ่า = ดิบ โก๋ = สุก ข้าวส้ม  จิ้นลุง ปลาจอ  หนังปอง(หนังควาย หรือ หนังวัว) อร่อยมากค่ะ นอกจากทานอาหารแล้ว ยังได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมพื้นเมือง ของชาวบ้านเมืองปอน ทานข้าวอิ่มก็ได้เวลา

เดินทางไปต่อ ที่วัดต่อแพ วัดต่อแพ ตั้งอยู่ที่ บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมน้ำ นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะเข้าชมให้ได้ สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่ของแม่ฮ่องสอน ที่ยังมีความงดงามและยังคงรักษาบรรยากาศแบบไท ไทยใหญ่ ไว้อย่างน่าสนใจ มากๆ ด้วยประวัติที่ไม่ธรรมดาของวัดต่อแพ เล่ากันว่า วัดต่อแพ เดิมเป็นวัดร้าง มีเจดีย์เก่าๆ ที่เหลือเป็นซากอิฐจำนวนมาก ต่อมมามีพระพม่า มาจำวัดอยู่ ชาวบ้านจึงได้ตั้งที่นี่เป็นสำนักสงฆ์ในปี พ.ศ.2461 จากนั้นก็มีพ่อค้าจีนที่มาพักบริเวณนี้ เพื่อจะต่อแพ บรรทุกข้าวสารไปขายยัง แม่สะเรียง ได้รวบรวมปัจจัยทำนุบำรุงวัดให้ดีขึ้น
สิ่งน่าสนใจภายในวัดต่อแพ
1. เจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ วิหารแบบไทยใหญ่ ทั้งเจดีย์และวิหารตั้งเด่นอยู่กลางลานวัดโดยมีกำแพงแก้วล้อมรอบเจดีย์มีสถาปัตยกรรมแบบมอญตั้งอยู่บนฐานแปดเหลี่ยม ที่ส่วนยอดประดับฉัตรโลหะเจ็ดชั้น ตั้งอยู่คู่กับวิหารโถงซึ่งเป็นศิลปะไทยใหญ่ มีหลังคาซ้อนหลายชั้นอย่างวิจิตรพิสดาร แสดงให้เห็นฝีมืออันประณีตของช่างไทยใหญ่ในยุคนั้น
2. ศาลาการเปรียญ เป็นสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทยใหญ่ที่สวยงามมาก สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความกว้าง 30 ม. ยาว 25 ม. หลังคาแยกเป็นหลังๆ ซ้อนเป็นชั้นๆ มุงด้วยสังกะสี ประดับโลหะฉลุลายอย่างสวยงาม
3. ผ้าม่านโบราณ ชาวพม่านำมาถวายให้เป็นสมบัติของวัด ผ้าม่านผืนนี้มีอายุร้อยกว่าปี เป็นศิลปะแบบพม่า ปักดิ้นทองลานนูนประดับด้วยทับทิมกับอัญมณีที่มีค่าแสดงเรื่องราวพระเวสสันดรชาดก ปัจจุบันผ้าม่านโบราณผืนนี้จัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์บนจอง 4. อาคารสถาปัตยกรรมไทยใหญ่ เป็นอาคารขนาดเล็กต่างๆ ที่ตั้งอยู่ภายในวัด ได้แก่ ถาน(ส้วม) ศาลาสรงน้ำ ศาลาบ่อน้ำซึ่งล้วนมีลักษณะสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น คือ มีหลังคาซ้อนเป็นชั้นๆ ประดับด้วยไม้แกะสลักอย่างสวยงาม


จุดเด่นอีกอย่างคือ การขับรถ ATV ชมบรรยากาศ สนุก ได้ความรู้ ครบรูปแบบจริงๆกับกิจกรรม Fam Trip ครั้งนี้ ยังไม่อยากไปไหนเลย แต่ด้วยเวลา กำหนด ก็ต้องออกเดินทางไปชมโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเมืองปอนหมู่ที่ 1 อำเภอขุนยวม ที่นี่มีสวนสมุนไพร ให้ได้ศึกษามากมาย การนวดแบบไทยๆนอกจากจะมีการนวดแล้วยังมีมาร์คหน้าแบบไทยๆ ด้วยวิธีชาวบ้านนะคะ
หลังจากนั้นก็ได้ออกเดินไปชมพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 หรืออนุสรณ์สถานมิตรภาพไทย-ญี่ปุ่น เข้าชมวิดีทัศน์ความเป็นมาของประวัติศาสตร์ชุมชนและความสัมพันธ์กับกองทัพทหารญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่กับชุมชนบ้านขุนยวม พร้อมกับเยี่ยมชมอุปกรณ์เครื่องใช้และอาวุธของทหารญี่ปุ่นที่เก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ โดยมี การแนะนำประวัติความเป็นมา สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากที่ชมวิดีโอเสร็จวิทยากรประจำศูนย์ ก็พาไปชมอาวุธสงคราม ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น เสื้อผ้าชุดทหารญี่ปุ่น หลังจากที่ชมสถานที่นี้เสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปเพื่อที่พัก เพื่อเก็บของ และเตรียมตัวแต่งชุดสวยๆ ไปร่วมงาน

เปิดตัวหมู่บ้านการจัดการท่องเที่ยวหมู่บ้านเชิงประวัติศาสตร์ ต้องมนต์เมืองสามหมอก เสน่ห์เมืองแห่งชาติพันธุ์
ประธานเปิดงานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติ จาก ว่าที่ร้อยเอก สันติพงศ์ บุลยเลิศ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด พร้อมด้วย นายโยธิน ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานแม่ฮ่องสอน วัฒนธรรมจังหวัด และผู้แทนหอการค้าจังหวัด เข้าร่วมพูดคุยแรกเปลี่ยนพร้อมให้ข้อมูล แกผู้ร่วมงาน และสื่อมวลชน พร้อมชมการแสดง สวยงามมากๆค่ะ

9 พฤศจิกายน 2562
วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้วนะคะ กับการท่องเที่ยวที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับ กิจกรรม Fam Trip แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ เส้นทางเดินทัพทหารญี่ปุ่น สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ในวันนี้ ตื่นตั้งแต่ตี 5 เลยค่ะ เพื่อเตรียมตัวอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปใส่บาตร ชมวิถีชาวเมือ ประมาณ 6 เช้า หลังจากที่ใส่บาตรเสร็จก็เดินเข้าไปชมในตลาดสักหน่อย ดูว่ามีอะไรบ้าง จากนั้นก็ออกเดินทางต่อไปที่ วัดพระธาตุดอยกองมู เมืองสามหมอก จ.แม่ฮ่องสอน เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาช้านาน ตั้งอยู่บนดอยกองมู วัดปลายดอยประกอบ ด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย จองต่องสู่ เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของ พระโมคคัลลานะ เถระ ซึ่งนำมา จากประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย พระยาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน คนแรก

อ่านต่อ
1 2 3 5
Page 1 of 5
error: Content is protected !!