close
FOLLOW US ON 

ท่องเที่ยวชุมชน

ชวนสัมผัสแล้วคุณจะ “หลงรักวิถี ที่นี่บ้านคลองไผ่” @ระยอง

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” สุขสันต์วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2563 วันนี้พาท่องเที่ยววิถีเกษตร “หลงรักวิถี ที่นี่บ้านคลองไผ่” ตำบลชุมแสงอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง!!! ฮ่า ๆ ชิลล์ ๆ สบาย ๆ

เราเริ่มต้นออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 07.00 น. จากหน้าอาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ คณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์พร้อมออกเดินทางไปชุมชนบ้านคลองไผ่ ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ตามเส้นทางกรุงเทพ-มอเตอร์เวย์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางบ้านบึง-อำเภอแกลงจังหวัดระยอง แวะจุดแรกที่ปั้มน้ำมัน ปตท. เติมพลังในร้านอาหารปักใต้ตามใจชอบแต่ละคน แล้วตามด้วยกาแฟสดยามเช้าในร้านอเมซอนเข้มเท่จริงใจสไตล์หนุ่ม-สุทน ได้เวลาพอสมควรออกเดินทางต่อถึง 4 แยกชุมแสงคิคิทุกคนคุยกันเพลินไม่เห็นป้ายชื่ออำเภอวังจันทร์เลยทางเข้าไป 13 ก.ม. เจ้าหน้าที่ขับรถบอกพี่หนุ่ม ๆ ครับน่าจะเลยแล้ว พอทุกคนได้ยินและแล้วก็ตื่นตัวหยิบโทรศัพท์เปิดหา GPS เพื่อหาจุดพิกัดเส้นทางโอ้โห่ วกกลับมาแยกชุมแสงได้พบกันกับคณะสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดระยอง โดยการนำของรองเกตน์สิรี สมบูรณ์ศิลป์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานระยอง ให้การต้อนรับแล้วต่อไปถึงตลาดชุมชนบ้านคลองไผ่ ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เป็นตลาดเล็ก ๆ แบบวิถีชีวิตชุมชนจริง ๆ เปิดทุกวันเสาร์ชาวบ้านนำพืชผักผลไม้มาขายเองราคาไม่แพงเพราะปลูกกันเองครับ โดยเฉพาะผักปลอดสารพิษ เช่น พริก หน่อไม้ ผักชะอมและผักกูด เป็นต้น

เสร็จแล้วก็มาที่จุดนัดหมายท่องเที่ยววิถีเกษตร หลงรักวิถี ที่นี่บ้านคลองไผ่ แล้วก็ฟังบรรยายเรื่องจุดเริ่มต้นของวิถีชีวิตชาวบ้านคลองไผ่พื้นที่บริเวณตำบลชุมแสง แต่เดิมทำสวนยางพาราและต่อมาชาวเกษตรกรเริ่มหันมาปลูกพืชผักสวนผสมผสานและผลไม้ตามฤดูกาล เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะและลองกอง ดังนั้นจึงได้คิดผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ปรากฏว่าได้ผลชาวบ้านยอมรับไม่ใช้ปุ๋ยเคมี เมื่อมีปุ๋ยอินทรีย์แล้วก็ร่วมกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเพื่อการเรียนรู้และเปิดให้ผู้สนใจมาท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนแบบแท้จริง!!!

ท่องเที่ยววิถีเกษตร “หลงรักวิถี ที่นี่บ้านคลองไผ่” เสร็จแล้วคณะสื่อมวลชนทั้งหมดขึ้นรถพ่วงท้ายรถแทรกเตอร์พาชมสวนลุงแดง สวนนี้ร่มรื่นมากมีลมพัดผ่านมาให้คลายร้อนร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้และต้นทุเรียนมีผักกูดยอดอ่อนขึ้นเองตามธรรมชาติถือเป็นตัวชีวัดระบบนิเวศไม่มีสารเคมี สวนลุงแดงทำนาข้าวด้วยเพราะเมื่อครั้งโบราณกาลบริเวณนี้เป็นป่าการสันจรไปมาลำบากมาก ๆ ก็เลยต้องทำนาข้าวเอาไว้กินเองจริง ๆ ครับ พอถามดูราคาที่ดินถ้าหากย้อนหลังกลับไปประมาณเกือบ ๆ 100 ปี 28 บาทต่อไร่ฮ่า ๆ เป็นป่าหนาทึบไม่มีผู้คนอาศัย

เสร็จแล้วมา สวนที่ 2 ของผู้ใหญ่ไพศาล มากด้วยต้นทุเรียนสวนผู้ใหญ่ไพศาล มีทุเรียนพันธุ์หมอนทองและมีบ่อเก็บน้ำเลี้ยงปลาแบบธรรมชาติที่น่าแปลกตอนให้อาหารปลาเขาใช้กะลามะพร้าวเคาะดัง ๆ ปลามันจะมาทันทีเพื่อกินอาหาร คิคิ ตามสุภาษิตไทยโบราณเคาะกะลาให้หมาดีใจแต่ที่สวนผู้ใหญ่ไพศาลเคาะกะลาให้ปลาดีใจรีบเร่งมากินอาหารฮ่า ๆ

เราเดินทางต่อมารับประทานอาหารกลางวันแบบ “ขันโตก” อาหารท้องถิ่นคนระยองฮิ ผักปลอดภัยคือผักกูดยำ ผักกูดจิ้มน้ำพริกกะปิ ปลาเผาบวกน้ำจิ้มและต้มยำไก่บ้าน ขนมหวานบัวลอย ผลไม้ลองกอง อิ่มท้อง อิ่มใจ สบายอุราจริง ๆ ครับ

คณะสื่อมวลชนพร้อมออกเดินทางไป สวนประทานพร เป็นสวนที่ 3 ที่นี่มีกิจกรรมยิงธนูหน้าไม้หรือเรียกสั้น ๆ ยิงหน้าไม้ อาวุธแบบโบราณเป็นวิถีของพรานล่าสัตว์ นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนกางเต็นท์กิจกรรมออกไปสวนเก็บผักสด ๆ มาทำอาหารกินแบบหมู่เฮาสนุกสนาน

แล้วออกเดินทางต่อมา สวนสมชาย สวนที่ 4 เป็นสวนพันธุ์ไม้ผสมผสานหลากหลายด้วยพันธุ์ไม้จริง ๆ พอรถจอดทันทีทันใดหนุ่มใหญ่มาดเข้มคือพี่เทพ พวงมะโหด เดินลงจากรถตรงไปยังพุ่มต้นไม้นานาพันธ์ ได้ยินเสียงตะโกนบอกตามหลังไปไว ๆ “ระวังต้นไม้หายนะครับ” เสียงผมเองหนุ่ม-สุทน แล้วเจ้าของบ้านได้ยินเดินออกมาพร้อมด้วยถุงสำหรับใส่ต้นไม้ให้เลยครับ อู้ฮู้ คนละต้น 2 ต้น 3 ต้น แถมถุงให้ด้วยสุดยอดจริง ๆ ครับ มีเสียงหัวเราะ เสียงเชียร์จากชาวคณะคลื่นเคลงสนุกสนาน เป็นที่ชื่นชอบคือต้นถุงเงินถุงทองปลูกไว้ได้สวยงามมาก

เสร็จแล้วขึ้นรถมา บ้านลุงประสงค์เป็นสวนที่ 5 มีบ่อเลี้ยงปลาแต่ที่แน่ ๆ คือไก่อารมณ์ดีสุดยอดครับไข่ไก่อารมณ์ดีขายดีครับ ไก่ออกไข่ได้เยอะ แต่ก็ไม่พอขายเพราะขายดีมาก แปลกแต่จริงไปขอความรู้กันเองครับ “ไก่อารมณ์ดี”

ได้เวลาออกไปสวนสุดท้าย สวนที่ 6 เป็นสวนลุงดำ กิจกรมเก็บทุเรียนในสวนนี้นักท่องเที่ยวขึ้นต้นทุเรียนเก็บทุเรียนโยนลงมาด้านล่างใช้กระสอบรับลูกทุเรียนเพื่อการเรียนรู้

และกิจกรรมสุดท้าย ล่องเรือในอ่างเก็บน้ำประแส ไม่สามารถล่องเรือได้ฝนตกหนักแต่ถ้าหากมีโอกาสครั้งต่อไปคณะสื่อมวลชนจะไปล่องเรือใน อ่างเก็บน้ำประแสแน่ นอนครับ ส่วนท่องเที่ยววิถีเกษตร หลงรักวิถี ที่นี่บ้านคลอง ไผ่ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง น่าเที่ยวครับ เช่น ช่วงผลไม้ออกกินทุเรียน มังคุด ลองกอง ปลอดสารพิษโดยมีผักกูดเป็นตัวชีวัดถ้ามีสารเคมีผักกูดจะไม่ขึ้น ส่วนท่านที่ชอบศึกษาเรื่องเกษตรเที่ยวได้ตลอดปี พักโฮมสเตย์หรือกางเต็นท์สัมผัสธรรมชาติใต้เงาไม้กินอาหารท้องถิ่นชาวระยองแล้วเยี่ยมชมพันธุ์ไม้ตามสวนเกษตรได้อย่างจุใจในเขตตำบลชุมแสง พื้นดินธรรมชาติยังคงความสมบูรณ์ครับ

โปรแกรมท่องเที่ยวบ้านคลองไผ่รอรับนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือน สำหรับท่านที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานระยอง โทรศัพท์ 038-655 420-1 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ขอขอบคุณ คุณเกตน์สิรี สมบูรณ์ศิลป์ รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท) สำนักงานระยอง ที่ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ เดินทางไปเก็บข้อมูลเรื่องท่องเที่ยววิถีเกษตร “หลงรักวิถี ที่นี่บ้านคลองไผ่” ตำบลชุมแสง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยองครับ ขอบคุณและสวัสดี

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

OTOP – D-HOPE สุดฟิน เยือนถิ่นแม่ฮ่องสอน

I OTOP D-HOPE สุดฟิน เยือนถิ่นแม่ฮ่องสอน

กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย  สัมผัสเสน่ห์ของชุมชนท่องเที่ยว 4 หมู่บ้าน ที่ บ้านห้วยเดื่อ-บ้านห้วยปูแกง,บ้านขุนยวม ,บ้านลุกข้าวหลาม และ บ้านไทรงาม จ.แม่ฮ่องสอน กับ บรรยากาศ โปรแกรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (ระดับหมู่บ้าน) เมื่อวันที่ 4-8 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน จากภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือกว่า 60 คน ร่วมสัมผัสกับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม  วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม  ชิมอาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ  เรียนรู้และลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับ Champion ทั้ง 4 ชุมชน  อาทิเช่น การทำป๊อบคอร์นไทยใหญ่, การทำมัลเบอร์รี่จ๊าดจี๊ด ,อุ๊กไก่ , ข้าวส้มถั่วโก้ , ข่างปองเต็กเบิ่ง ,ผ้าทอกะเหรี่ยง , การปักผ้ากะเหรี่ยง , การทำผ้าเขียนเทียน , การตำข้าว เป็นต้น

และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP คุณภาพ  พร้อมชมบรรยากาศและเก็บภาพความประทับใจอันแสนสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายในแต่ละชุมชน  โดยแต่ละท่านที่ได้เข้าร่วมในทริปครั้งนี้ ต่างได้รับความสุข สนุกสนาน และความประทับใจ กลับไปอย่างมากมาย

 

อ่านต่อ

ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งโอโซนของ อ.สามพราน จ.นครปฐม

วันอาทิตย์ที่7กรกฎาคม2562 ส่งทุกท่านเข้านอน ด้วยบรรยากาศสดชื่น พี่หนุ่ม-สุทนขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งโอโซนของ อ.สามพราน จ.นครปฐม คือสวนสามพรานเป็นสวนปลูกผักอินทรีย์หรือผักปลอดภัยในเนื้อ40ไร่ติดแม่น้ำท่าจีน

   

 

ภายในสวนเกษตรมีพันธุ์ไม้ขึ้นมาโดยธรรมชาติร่มรื่นมากและมีกิจกรรม

1.ขูดมะพร้าวด้วยกระต่ายขูดมะพร้าวสนุกดี

2.ทำขนมจากด้วยแป้งข้าวเหนี่ยวดำในบรรยากาศแบบชาวบ้าน

3.เดินทางข้ามแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือของโรงแรมสวนสามพราน

4.มานั่งดื่มกาแฟสดใส่น้ำมะพร้าวอ่อนหรือกาแฟสดใส่กะทิแปลกดีครับ

ขอบอกน่าเดินไปเที่ยวเพื่อสัมผัสบรรยากาศรูปแบบใหม่ๆของสวนสามพรานในบรรยากาศที่เป็นสวนจริงๆและในแม่น้ำท่าจีนยังมีเรือโยงผ่านไปมาให้เห็นกันทุกวันครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามโรงแรมสวนสามพรานก็น่าเดินทางไปพักผ่อนหรือนั่งเล่น เดินเล่นมีลมพัดผ่านเย็นสบายครับ สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งโอโซนของ จ.นครปฐมครับ

อ่านต่อ

สวนสามพรานในมุมมองใหม่!! ใส่ใจสุขภาพกับผักปลอดภัยต้องไปตลาดสุขใจ @โรงแรมสวนสามพราน

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ท่องเที่ยวและเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ต้องไปสวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ทักทายยามค่ำๆ ของวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562  ขอเริ่มเล่าเรื่องให้ฟังนะจ๊ะ พี่หนุ่ม-สุทน ได้มีโอกาสเดินทางไปเก็บข้อมูลพื้นดินปลูกผักเกษตรอินทรีย์หรือตามที่เราๆ ท่านๆ เรียกผักปลอดสารพิษ แต่คำว่าผักอินทรีย์ พี่หนุ่ม-สุทนเคยได้พูดคุยกับพี่หลวงเจ้าของพื้นดินปลูกผักทุกชนิดในเขตป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พี่หลวงบอกว่าปลอดภัยแน่นอนต้องเป็นผักอินทรีย์นะพี่หนุ่ม-สุทน

ดังนั้นขอกลับมาเรื่องราวของโรงแรมสวนสามพรานให้ฟังก่อนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีอายุประมาณ 57 ปีว้าวว้าว ขอเล่าเรื่องย้อนอดีตโรงแรมสวนสามพราน มีชื่อเสียงรู้จักกันมานาน แต่ทุกคนจะได้ยินชื่อคำว่าสวนสามพรานเท่านั้น เหตุผลเป็นสวนปลูกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ บอกตรงๆ มาเที่ยวแล้วไม่ผิดหวังฮิฮิ เพราะดอกกุหลาบสุดสวยงามน่าชวนชม ส่วนเหตุผลที่ 2. ช่วงประเพณีลอยกระทง นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศต่างมุ่งหน้ามาเที่ยวสวนสามพราน รถยนต์ติดยาวเหยียดถึงเที่ยงคืนจ้า และสวนสามพรานเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะสมัยนั้นไทยแลนด์ เมื่อมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย บริษัทนำเที่ยวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าถึงสนามบินดอนเมืองส่วนใหญ่ช่วงบ่ายๆ และบริษัทนำเที่ยวจะพามาแวะเที่ยวสวนสามพรานก่อน เพื่อดูการแสดงถือว่าสุดยอดมากจริงๆ เช่น รำกระทบไม้จังหวะดนตรีน่าฟัง รำไทย 4 ภาค อ่อนช้อยสวยงามและการชกมวยเป็นต้น และบางคณะของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็พักแรมหรือเดินทางต่อไปเมืองกาญจนบุรี

จากวันเป็นเดือนและหลายสิบปีต่อมา วันเวลาผ่านไป บ้านเมืองเจริญขึ้น การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น และสายการบินเพิ่มขึ้นบริษัทนำเที่ยวจะพานักท่องเที่ยวเดินทางตรงไปเมืองกาญจนบุรี โดยไม่ได้แวะสวนสามพราน  พอเป็นเช่นนี้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดน้อยลง แต่ผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพรานมิได้หยุดนิ่งครับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ หันมาส่งเสริมด้านการตลาดในประเทศแบบวิถีของคนไทยเช่นกลุ่มสัมมนาเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ และมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะเมื่อได้เข้าพักแรมในโรงแรมสวนสามพราน มองไปด้านนอกต้องเห็นทัศนียภาพสวยงามและมีอากาศบริสุทธิ์ มีพันธุ์ไม้และต้นไม้ใหญ่ๆ ให้เงาร่มเย็น น่าเดินทางมาพักผ่อน และน่าสนใจมากๆ คือพื้นดินตรงข้ามโรงแรมเนื้อที่ 30 ไร่บวก 10 ไร่เป็นที่ดินของชาวบ้านทางโรงแรมสวนสามพรานทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและปลูกผักอินทรีย์ใช้ประกอบอาหารในโรงแรม

สวนสามพราน

โพสต์โดย เก็บเรื่องมาเล่า โดย หนุ่ม-สุทน เมื่อ วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019

พอนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหรือพักแรมได้กินอาหารประเภทผักปลอดภัยและยังช่วยส่งเสริม โดยส่งผักสดๆ ไปตามโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผักปลอดสารพิษหรือผักอินทรีย์และเมื่อนักท่องเที่ยว ต้องการสัมผัสธรรมชาติใต้ร่มไม้และสวนเกษตรอินทรีย์ภายในเนื้อที่ 40 ไร่ เดินชมสวนเกษตรอินทรีย์เพื่อการเรียนรู้และมีวิทยากรบรรยายให้ฟัง

สวนสามพราน ภาคต่อ

โพสต์โดย เก็บเรื่องมาเล่า โดย หนุ่ม-สุทน เมื่อ วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019

เรื่องราวของเกษตรกรโดยเฉพาะผักอินทรีย์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำขนมจากด้วยแป้งข้าวเหนี่ยวดำ แปลกดีแต่อร่อยนะจ๊ะโดยเฉพาะหนูๆ น้องๆ ต้องให้เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ให้มาก เพื่อการบริโภค เมื่อพี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินชมพร้อมเก็บข้อมูลในเนื้อที่ 40 ไร่

แล้วก็ข้ามแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือของโรงแรมสวนสามพราน สวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย แต่เส้นทางแม่น้ำสายนี้มีหลายชื่อ เรียกตามทางที่ผ่านมา เช่น เมื่อผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีก็เรียกแม่น้ำสุพรรณบุรีและถึง อ.นครชัยศรี เป็นแม่น้ำนครชัยศรี ส่วนต้นน้ำเขตเมืองชัยนาทเรียกแม่น้ำชัยนาท  ไหลไปปากน้ำเรียกท่าจีน ตามชื่อชุมชนบ้านท่าจีนเมืองสมุทรสาคร พี่หนุ่มเล่าคราวๆ ครับ พอข้ามฟากมาได้เวลาอาหารเที่ยง พี่หนุ่มเดินชมสวนและวิวทิวทัศน์เข้าไปนั่งห้องอาหารเก่าแก่พร้อมๆ กับอายุของโรงแรมอู้ฮู? คำถามอยู่ในใจหรูหราและสะอาด เมนูหลักยอดฮิต ผัดไทแบบโบราณของคู่โรงแรมสวนสามพรานจากอดีตถึงปัจจุบันและขาดไม่ได้น้ำพริกกะปิใส่กรกหินอ่อนเล็กๆ ดูน่ารักบวกกับปลาทอดกรอบๆอร่อยถูกใจ แต่ที่น่าทึ่งมากๆ คือพนักงานเสิร์ฟใบหน้ายิ้มแย้มตลอดแต่งกายดูสวยงามและทำงานต่อเนื่องกันมายาวนานเกิน 10 ปี แสดงว่าผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพราน มีการฝึกอบรมเป็นอย่างดีมารยาทงดงาม อิ่มอาหารพร้อมความอิ่มเอิบอยู่ในใจ

ต่อด้วยสถานที่สุดท้ายบริเวณที่เคยเป็นอาคารหรือที่จัดแสดงโชว์ต่างๆ มาก่อน แต่เมื่อนักท่องเที่ยวน้อยลงผู้บริหารโรงแรมคิดใหม่ทำใหม่เรื้ออาคารออกทั้งหมด แล้วเอาไม้กระดานไปสร้างสะพานทางเดินเข้าชมสวนเกษตรอินทรีย์น่าทึ่งจริงๆ ค่ะ สำหรับพื้นที่คงไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีพื้นบ้าน เช่น การย้อมสีคราม การทอผ้า ศิลปะการประดิษฐ์หลากหลายแบบ

ต่อด้วยปลูกบ้านสมัยยุคบ้านเมืองยังไม่เจริญเพื่อการเรียนรู้ติดริมคลองมีต้นโสน และมองดูบนเนินดินเป็นร้านกาแฟสดคลาสสิก ภายในห้องกาแฟสดนั่งดูวิวทิวทัศน์ได้รอบและพี่หนุ่ม-สุทนได้ลิ่มรสชาติกาแฟสดผสมน้ำมะพร้าวอ่อนและกาแฟสดใส่กะทิ ขอบอกว่าต้องลองดื่มกาแฟสดที่ว่านี้นะครับ

โรงแรมสวนสามพราน@นครปฐม

โพสต์โดย เก็บเรื่องมาเล่า โดย หนุ่ม-สุทน เมื่อ วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019

ทั้งหมดที่เล่าเรื่องให้ฟังนั้น ท่านต้องเดินทางไปเที่ยวเอง ซึ่งแปลกตา แปลกใหม่ในสวนสามพราน ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนเพื่อการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย ซึ่งจัดส่งตามโรงแรมต่างๆ ด้วยและมีจำหน่ายในตลาดสุขใจทุกวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งอยู่ในสวนสามพราน ซึ่งกำลังปรับปรุงใหม่ให้สวยงามจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้ครับ

ขอบคุณ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม) ที่นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ปลอดภัยและสถานที่แหล่งโอโซนอีกแห่งหนึ่งของนครปฐมครับ สำหรับนักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม)โทรศัพท์ 032-919176 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานราชบุรี #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#มหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์

อ่านต่อ

สวนสามพรานในมุมมองใหม่!! ใส่ใจสุขภาพกับผักปลอดภัยต้องไปตลาดสุขใจ @โรงแรมสวนสามพราน

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ท่องเที่ยวและเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ต้องไปสวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ทักทายยามค่ำๆ ของวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562  ขอเริ่มเล่าเรื่องให้ฟังนะจ๊ะ พี่หนุ่ม-สุทน ได้มีโอกาสเดินทางไปเก็บข้อมูลพื้นดินปลูกผักเกษตรอินทรีย์หรือตามที่เราๆ ท่านๆ เรียกผักปลอดสารพิษ แต่คำว่าผักอินทรีย์ พี่หนุ่ม-สุทนเคยได้พูดคุยกับพี่หลวงเจ้าของพื้นดินปลูกผักทุกชนิดในเขตป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พี่หลวงบอกว่าปลอดภัยแน่นอนต้องเป็นผักอินทรีย์นะพี่หนุ่ม-สุทน

ดังนั้นขอกลับมาเรื่องราวของโรงแรมสวนสามพรานให้ฟังก่อนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีอายุประมาณ 47 ปีว้าวว้าว ขอเล่าเรื่องย้อนอดีตโรงแรมสวนสามพราน มีชื่อเสียงรู้จักกันมานาน แต่ทุกคนจะได้ยินชื่อคำว่าสวนสามพรานเท่านั้น เหตุผลเป็นสวนปลูกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ บอกตรงๆ มาเที่ยวแล้วไม่ผิดหวังฮิฮิ เพราะดอกกุหลาบสุดสวยงามน่าชวนชม ส่วนเหตุผลที่ 2. ช่วงประเพณีลอยกระทง นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศต่างมุ่งหน้ามาเที่ยวสวนสามพราน รถยนต์ติดยาวเหยียดถึงเที่ยงคืนจ้า และสวนสามพรานเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะสมัยนั้นไทยแลนด์ เมื่อมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย บริษัทนำเที่ยวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าถึงสนามบินดอนเมืองส่วนใหญ่ช่วงบ่ายๆ และบริษัทนำเที่ยวจะพามาแวะเที่ยวสวนสามพรานก่อน เพื่อดูการแสดงถือว่าสุดยอดมากจริงๆ เช่น รำกระทบไม้จังหวะดนตรีน่าฟัง รำไทย 4 ภาค อ่อนช้อยสวยงามและการชกมวยเป็นต้น และบางคณะของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็พักแรมหรือเดินทางต่อไปเมืองกาญจนบุรี

จากวันเป็นเดือนและหลายสิบปีต่อมา วันเวลาผ่านไป บ้านเมืองเจริญขึ้น การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น และสายการบินเพิ่มขึ้นบริษัทนำเที่ยวจะพานักท่องเที่ยวเดินทางตรงไปเมืองกาญจนบุรี โดยไม่ได้แวะสวนสามพราน  พอเป็นเช่นนี้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดน้อยลง แต่ผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพรานมิได้หยุดนิ่งครับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ หันมาส่งเสริมด้านการตลาดในประเทศแบบวิถีของคนไทยเช่นกลุ่มสัมมนาเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ และมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะเมื่อได้เข้าพักแรมในโรงแรมสวนสามพราน มองไปด้านนอกต้องเห็นทัศนียภาพสวยงามและมีอากาศบริสุทธิ์ มีพันธุ์ไม้และต้นไม้ใหญ่ๆ ให้เงาร่มเย็น น่าเดินทางมาพักผ่อน และน่าสนใจมากๆ คือพื้นดินตรงข้ามโรงแรมเนื้อที่ 30 ไร่บวก 10 ไร่เป็นที่ดินของชาวบ้านทางโรงแรมสวนสามพรานทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและปลูกผักอินทรีย์ใช้ประกอบอาหารในโรงแรม พอนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหรือพักแรมได้กินอาหารประเภทผักปลอดภัยและยังช่วยส่งเสริม โดยส่งผักสดๆ ไปตามโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผักปลอดสารพิษหรือผักอินทรีย์และเมื่อนักท่องเที่ยว ต้องการสัมผัสธรรมชาติใต้ร่มไม้และสวนเกษตรอินทรีย์ภายในเนื้อที่ 40 ไร่ เดินชมสวนเกษตรอินทรีย์เพื่อการเรียนรู้และมีวิทยากรบรรยายให้ฟัง เรื่องราวของเกษตรกรโดยเฉพาะผักอินทรีย์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำขนมจากด้วยแป้งข้าวเหนี่ยวดำ แปลกดีแต่อร่อยนะจ๊ะโดยเฉพาะหนูๆ น้องๆ ต้องให้เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ให้มาก เพื่อการบริโภค เมื่อพี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินชมพร้อมเก็บข้อมูลในเนื้อที่ 40 ไร่

แล้วก็ข้ามแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือของโรงแรมสวนสามพราน สวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย แต่เส้นทางแม่น้ำสายนี้มีหลายชื่อ เรียกตามทางที่ผ่านมา เช่น เมื่อผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีก็เรียกแม่น้ำสุพรรณบุรีและถึง อ.นครชัยศรี เป็นแม่น้ำนครชัยศรี ส่วนต้นน้ำเขตเมืองชัยนาทเรียกแม่น้ำชัยนาท  ไหลไปปากน้ำเรียกท่าจีน ตามชื่อชุมชนบ้านท่าจีนเมืองสมุทรสาคร พี่หนุ่มเล่าคราวๆ ครับ พอข้ามฟากมาได้เวลาอาหารเที่ยง พี่หนุ่มเดินชมสวนและวิวทิวทัศน์เข้าไปนั่งห้องอาหารเก่าแก่พร้อมๆ กับอายุของโรงแรมอู้ฮู? คำถามอยู่ในใจหรูหราและสะอาด เมนูหลักยอดฮิต ผัดไทแบบโบราณของคู่โรงแรมสวนสามพรานจากอดีตถึงปัจจุบันและขาดไม่ได้น้ำพริกกะปิใส่กรกหินอ่อนเล็กๆ ดูน่ารักบวกกับปลาทอดกรอบๆอร่อยถูกใจ แต่ที่น่าทึ่งมากๆ คือพนักงานเสิร์ฟใบหน้ายิ้มแย้มตลอดแต่งกายดูสวยงามและทำงานต่อเนื่องกันมายาวนานเกิน 10 ปี แสดงว่าผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพราน มีการฝึกอบรมเป็นอย่างดีมารยาทงดงาม อิ่มอาหารพร้อมความอิ่มเอิบอยู่ในใจ

ต่อด้วยสถานที่สุดท้ายบริเวณที่เคยเป็นอาคารหรือที่จัดแสดงโชว์ต่างๆ มาก่อน แต่เมื่อนักท่องเที่ยวน้อยลงผู้บริหารโรงแรมคิดใหม่ทำใหม่เรื้ออาคารออกทั้งหมด แล้วเอาไม้กระดานไปสร้างสะพานทางเดินเข้าชมสวนเกษตรอินทรีย์น่าทึ่งจริงๆ ค่ะ สำหรับพื้นที่คงไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีพื้นบ้าน เช่น การย้อมสีคราม การทอผ้า ศิลปะการประดิษฐ์หลากหลายแบบ

ต่อด้วยปลูกบ้านสมัยยุคบ้านเมืองยังไม่เจริญเพื่อการเรียนรู้ติดริมคลองมีต้นโสน และมองดูบนเนินดินเป็นร้านกาแฟสดคลาสสิก ภายในห้องกาแฟสดนั่งดูวิวทิวทัศน์ได้รอบและพี่หนุ่ม-สุทนได้ลิ่มรสชาติกาแฟสดผสมน้ำมะพร้าวอ่อนและกาแฟสดใส่กะทิ ขอบอกว่าต้องลองดื่มกาแฟสดที่ว่านี้นะครับ ทั้งหมดที่เล่าเรื่องให้ฟังนั้น ท่านต้องเดินทางไปเที่ยวเอง ซึ่งแปลกตา แปลกใหม่ในสวนสามพราน ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนเพื่อการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย ซึ่งจัดส่งตามโรงแรมต่างๆ ด้วยและมีจำหน่ายในตลาดสุขใจทุกวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งอยู่ในสวนสามพราน ซึ่งกำลังปรับปรุงใหม่ให้สวยงามจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้ครับ

ขอบคุณ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม) ที่นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ปลอดภัยและสถานที่แหล่งโอโซนอีกแห่งหนึ่งของนครปฐมครับ สำหรับนักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม)โทรศัพท์ 032-919176 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานราชบุรี #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#มหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์

อ่านต่อ

ชมวิถีชีวิตคนปากน้ำปราณ ที่ยังคมแบบเดิมๆ หอยนางรมธรรมชาติยังมีให้เก็บได้ คือความอุดมสมบูรณ์อย่างแท้จริง

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ไปล่องเรื่อปากน้ำปราณบุรีสัมผัสสายน้ำและวิถีชาวเล  วันนี้วันพุธที่ 3 กรกฎาคม2562 พี่หนุ่ม-สุทนเดินทางไปล่องเรือปากน้ำปราณพร้อมกับคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ เพื่อเก็บเรื่องราวต่างๆ มาฝากทุกคนที่สนใจเดินทางไปเที่ยว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

พลาดไม่ได้ต้องล่องเรือที่ปากแม่น้ำปราณ เรือล่องเข้าไปในแม่น้ำปราณและ2ฝั่งแม่น้ำสายนี้ยังคึกคักด้วยวิถีชาวเลหรือชาวประมงมี 2ประเภท1.ชุมชนชาวเลปากน้ำปราณ มีเรือออกหาปลาในยามค่ำคืนเป็นเล็กๆ เรียกประมงพื้นบ้าน สำหรับเรือประมงขนาดใหญ่เรียกเรือประมงน้ำลึก เดินทางออกหาปลาโดยใช้อวนลากจับปลาในทะเลทั้งวันทั้งคืนหรือหนึ่งอาทิตย์ แล้วกลับมาเทียบท่าเรือ เรียกท่าปลามีกิจกรรมซื้อขายปลาให้กับพ่อค้า แม่ค้าแล้วเรือล่องผ่านท่าปลาแม่น้ำปราณไปและเข้าสู่อีกวิถีชาวเลอยู่ริมแม่น้ำปราณ  พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายน้ำซึ่งไม่ใกล้จากปากน้ำปราณมากนัก ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ อู้หู? รากไม้แนวทางยาวประมาณ1 ก.ม. มีหอยนางรมมาเกาะเองตามธรรมชาติมันว้าว ว้าว มากๆ มีหอยนางรมมากจัง?

บ่งบอกถึงระบบนิเวศน์ของป่าไม้และสายน้ำยังคงมีความสะอาดอยู่ หอยนางรมบริเวณริมฝั่งน้ำชาวบ้านมาแคะตัวหอยนางรมเอาไปขายได้เฉพาะหอยนางรมตัวใหญ่เท่านั้น นี้แหละอีกหนึ่งอาชีพใครๆ ก็มาแคะตัวหอยนางรมได้ เพราะริมป่าชายเลนในแม่น้ำปราณเป็นเขตสงวนห้ามตัดไม้ทำลายป่า ส่วนหอยนางรมชาวบ้านทุกคนมาแคะตัวหอยนางรมได้ค่ะ แต่ต้องช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติเอาไว้ให้นานแสนนานนะขอบอก เรือล่องผ่านไปมองธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ เห็นเรือนำเที่ยวที่พานักท่องเที่ยวเดินทางออกทะเลไปถึงเกาะนมสาวในทะเลเขต อ.สามร้อยยอด เรือลำนี้รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปจอดท่าเรือแล้วนักท่องเที่ยวขึ้นบนเกาะนมสาวมีกิจกรรมให้อาหารลิงและขอพรศาลเจ้าแม่นมสาว มีบริการอาหารกลางวันด้วย ส่วนเรือล่องที่นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์มองภูเขาเชื่อมติดทะเลด้านบนคือศาลเจ้าแม่ทับทิมทอง ทุกคนยกมือไหว้ขอพรเพราะเป็นศาลเจ้าเก่าแก่มีมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวของศาลเจ้าแม่ทับทิมทองบนเขาปากน้ำปราณแล้วจะเล่าเรื่องให้ฟังนะจ๊ะต้องติดตามตอนต่อไป มาล่องเรือกันต่อครับ เรือพาวนกลับมาทางปากอ่าวครับ

เริ่มมีคลื่นลมและได้ยินเสียงในคณะสื่อมวลชนตะโกนบอกพอแล้ว พอแล้ว กลับได้แล้วฮะฮ่าๆ เห็นทะเลใจหาย กลัวคลื่นลมแรง และแล้วเรือก็หันกลับมาจอเกยทรายทุกคนขึ้นจากเรือและถอดเสื้อชูชีพให้เจ้าของเรือแบบสบายใจพร้อมความสนุกสนาน การล่องเรือปากน้ำปราณตามชื่อชาวเลเรียก ถ้าหากทางราชการเรียกปากน้ำปราณบุรีครับ สำหรับนักท่องเที่ยวสนใจจะไปเที่ยว อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 032-513885 หรือ032-513871 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. และขอบคุณ ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ที่นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ไปเก็บข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ครับ

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์  #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานประจวบคีรีขันธ์

อ่านต่อ

เที่ยวชม ชิม ช้อป สวนเรือนแก้ว พร้อมกาสดออกรสชาติกับ 246 Music & Coffee bar

ทักทายเช้าวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2562 กินทุเรียนก่อนใคร….ไประยอง ผอ.อุทิศ ลิ่มสกุล ผู้อำนวยการ ททท.สนง.ระยอง เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวจ.ระยอง เนื่องจากปีนี้ 2562 ผลไม้ จ.ระยอง

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม….คลิ๊กคลิ๊ก…

ได้ผลผลิตเต็มที่โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง ชะนี และก้านยาว ดังนั้นพี่หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำให้ไปเที่ยวสวนทุเรียน(สวนเรือนแก้ว)เป็นสวนเกษตรด้วยมีพืชผักสวนครัว เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวสวนเรือนแก้วจะได้เรียนรู้เรืองปลูกพืชผักสวนครัวตามที่เรากินในชีวิตประจำวัน  และก่อนเข้าสวนเรือนแก้ว

ขอแนะนำดื่มกาแฟสดที่ร้าน No.246 (music)Coffee bar (เจ้าของร้านกาแฟสวยนะจ๊ะ ถ้าหากได้เดินทางไปโอม..เพี้ยงขอให้ได้เจอกับสาวสวยเจ้าของร้านกาแฟสด No.246 เด้อ ฮ่าๆ) สำหรับทุเรียนที่สวนเรือนแก้วเค้าชั่งกิโลกรัม เพื่อให้นักท่องเที่ยวกินได้ตามความเหมาะสม สวนทุเรียนสวนเรือนแก้วอยู่ในเขต อ.เมือง จ.ระยองค่ะ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel

#เที่ยวเพลิน

อ่านต่อ

เที่ยวสวนสละลุงประสงค์ ชิมสละเลิศรส สละลอยแก้วเย็นชื่นใจ กับลุงประสงค์ใจดีพาเดินชมสวน

ทักทายเช้าวันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 ททท.สนง ระยอง เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยว จ.ระยอง เพราะปี 2562 ผลไม้เมืองระยองได้ผลดีเนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศดี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม……คลิ๊ก

ก็เลยทำให้ชาวสวนผลไม้ยิ้มแฉ่งเบิกบานใจและมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกินทุเรียนตามสวนทุเรียนและผลไม้ที่จัดบุฟเฟ่ต์ วันเสาร์ อาทิตย์ ดังนั้นวันนี้ พี่หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำให้เดินทางไปเที่ยวและชิมสละสวนคุณประสงค์ เป็นสวนที่ปลูกต้นสละมากที่สุดในเขตเขายายดา อ.เมือง จ.ระยอง สวนสละคุณประสงค์ ปลูกต้นสละในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ และพื้นดินเป็นดินปรนทรายต้นสละชอบ พอผลผลิตออกมาแล้วรสชาติหวานอมเปรี้ยว อร่อยมากขอบอก

เมื่อได้กินแล้วจะติดใจว้าวว้าว สำหรับเนื้อสละแปรรูปเป็นสละลอยแก้วสวนคุณประสงค์ผลิตพันธุ์นี้ดีมากขอยกนิ้วให้ และเมื่อเอาสละลอยแก้วแช่ในตู้เย็นไว้ให้เย็นๆฮิฮิ ภาษาชาวย็องแล้วดื่มน้ำสละลอยแก้วก่อนอร่อยชื่นใจกินมาแล้วถึงบอกได้อื้อฮือ และที่น่าพอใจคือราคาไม่แพงฮิ พี่หนุ่ม-สุทนขอตอกย้ำอีกครั้ง ถ้าหากมีโอกาสเดินทางไปเที่ยว จ.ระยอง ต้องแวะไปเยี่ยมเยียนสวนสละคุณประสงค์

 

 

แล้วคุณประสงค์จะพาเดินชมสวนต้นสละร่มรื่นแดดไม่ร้อนพร้อมให้ความรู้เรื่องต้นสละด้วย ซึ่งแต่เดิมคุณประสงค์มีสวนปลูกทุเรียนฮิฮิ ว้าวว้าวน่าสนใจ ทำไมจึงหันมาปลูกต้นสละ ต้องเดินทางไปศึกษาด้วยตนเองนะจ๊ะหรือจะสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สวนสละคุณประสงค์เขต เขายายดา อ.เมือง จ.ระยอง โทร 086-8222039 และ 085-0906123 ครับ

อ่านต่อ

“กลุ่มเซ็นทรัล” จับมือ “มูลนิธิอุทกพัฒน์” ปั้น “ชุมชนบ้านห้วยปลาหลด”

“กลุ่มเซ็นทรัล” ร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มุ่งมั่นสานต่อนโยบายเพื่อสังคมอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง จัดทำ “โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ตามแนวพระราชดำริ” สนับสนุนและพัฒนาการจัดการ ดิน น้ำ ป่า และชุมชนห้วยปลาหลด ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ”

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม…คลิ๊ก

พร้อมเปิดประสบการณ์เมนูพื้นถิ่นจากบ้านห้วยปลาหลดในสไตล์ Chef’s Table by Executive Chef สร้างสรรค์เมนูพิเศษที่ปรุงจาก “ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชน” โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.รอยล จิตรดอน, พิชัย จิราธิวัฒน์, สุพัตรา จิราธิวัฒน์, สมกมล จิราธิวัฒน์, ชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์, จักรพงษ์ มงคลคีรี, หม่อมหลวงขวัญทิพย์ เทวกุล และ กฤติกร พรสาธิต นักร้องนำวง Play Ground ร่วมงาน ณ บ้านห้วยปลาหลด ต.ด่านแม่ละเมา อ.แม่สอด จ.ตาก


พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัล มุ่งสานต่อเจตนารมณ์ในการ “สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี แก่สังคมอย่างยั่งยืน” ภายใต้โครงการเพื่อสังคม “เซ็นทรัล ทำ” และให้ความสำคัญอย่างยิ่งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม ความสำคัญของผืนป่า โดยมีตัวแปรที่สำคัญที่ขาดไม่ได้คือ “น้ำ” น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินงาน เรื่องการฟื้นฟูป่าและพัฒนาแหล่งน้ำในชุมชนบ้านห้วยปลาหลดอย่างยั่งยืน


ในโอกาสนี้ กลุ่มเซ็นทรัล ได้มอบงบประมาณสนับสนุนจำนวน 1,413,880 บาท ให้กับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการดิน น้ำ ป่า และชุมชน ได้แก่ การสร้างฝายภูมิปัญญาท้องถิ่น ทั้งฝายชะลอน้ำและฝายกักเก็บน้ำ, สนับสนุนอาชีพเกษตรกร สร้างโรงเรือนเพาะปลูก ส่งเสริมการปลูกผักปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่ายผลผลิต

โดยได้รับความร่วมมือจาก โรงแรมเซ็นทรา บาย เซ็นทารา แม่สอด และ ท็อปส์ มาร์เก็ต สาขาโรบินสัน แม่สอด พร้อมมอบงบสนับสนุนปรับปรุงอาคารเรียน โรงอาหาร เรือนนอนนักเรียนและห้องสุขา แก่โรงเรียนบ้านห้วยปลาหลด เพื่อให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไป
ทางด้าน สมศักดิ์ สายสวาท ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราแม่สอด กล่าวว่า สำหรับในงาน “Chef’s Table” ครั้งนี้เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น รวมถึงสนับสนุนช่องทางการจัดการจำหน่าย เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของชุมชนบ้านห้วยปลาหลดในอนาคตต่อไปอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ

“ทุเรียนน้ำแร่” สายพันธุ์หมอนทองที่มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม เนียนไม่หวานมาก กลิ่นไม่แรง อ.พบพระ จ.ตาก ต้องได้ลอง

นายจริยาทร สูหู่ ผอ.ททท.สนง.ตาก นำทีมงานเจษฎาโอ้โฮ สนามข่าว ๗ สี ลงพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อบันทึกเทปรายการ นำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ หวังโปรโมท “ทุเรียนน้ำแร่” สายพันธุ์หมอนทองที่มีรสชาติอร่อย เนื้อนุ่ม เนียนไม่หวานมาก กลิ่นไม่แรง

 

>>ที่มาของทุเรียนน้ำแร่ คือ บริเวณอำเภอพบพระ พบว่ามีสายน้ำแร่ที่บริสุทธิ์ไหลผ่าน จนมีบริษัทเอกชนผู้ผลิตน้ำดื่มรายหนึ่งมาตั้งโรงงานผลิตน้ำแร่ออกจำหน่าย

>>จำนวนเกษตรกรที่ปลูกสวนทุเรียนในพื้นที่ประมาณ ๑๐ ราย บนพื้นที่เกือบ ๕๐ ไร่ จะเริ่มตัดรุ่นแรกประมาณเดือนพฤษภาคม รุ่นสองเดือนกรกฏาคม และรุ่นสาม เดือนสิงหาคม สุดท้ายรุ่นที่สี่เดือนตุลาคม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอากาศและฝนในแต่ละปี

>>นอกจากจะทานปกติแล้ว ยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารคาวได้ อาทิ ต้มโคล้งทุเรียน เพิ่มรสชาติของความอร่อย ที่ผสมผสานระหว่างความหวานของทุเรียนกับกลิ่นหอมของปลาทอดกรอบ บอกเลย…โอ้โฮ

>>น้ำหนักของแต่ละลูกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ ๓-๔ กิโล ราคากิโลละ ๑๑๐-๑๒๐ บาท สามารถหาซื้อมารับประทานได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงเดือนตุลาคม

>>หน้าฝนนี้ หากจะชิม ลิ้ม ลองทุเรียนในเมืองรอง ที่มีรสชาติอร่อย ไม่แพ้ที่ใดในโลก ต้องห้ามพลาด “ทุเรียนน้ำแร่” ที่ อ.พบพระ จ.ตาก แล้วจะต้องร้อง “โอ้โฮ”

ตาก..เที่ยวได้ทุกวัน
ตาก..เที่ยวได้ทุกที่
ตาก..เที่ยวได้ทุกฤดู

 

สอบถามรายละเอียดข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวได้ที่ :-
ททท.สำนักงานตาก
(รับผิดชอบพื้นที่การท่องเที่ยวจังหวัดตาก)
๑๙๓ ถ.ตากสิน ต.หนองหลวง อ.เมือง จ.ตาก ๖๓๐๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๑-๓
โทรสาร ๐ ๕๕๕๑ ๔๓๔๔
อีเมล์ tattak@tat.or.th
FB taktravel

#ไปตากไง #ตากมีมากกว่าที่คุณคิด
#เที่ยวเมืองรองต้องไปตาก
#เที่ยวตากสดชื่น #ตากไว้ในใจเธอ
#เที่ยวตากเก๋ไก๋ไฉไลกว่าเดิม
#เที่ยวตากเมืองรองลองแล้วจะติดใจ
#รีวิวตาก #reviewtak #tattak #taktravel #ทุเรียนพบพระ #อำเภอพบพระ #ทุเรียนน้ำแร่
#gonorththailand #reviewthailand #tourismthailand #amazingthailand

อ่านต่อ
1 2 3 4
Page 1 of 4
error: Content is protected !!