close
FOLLOW US ON 

ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

Happy Bike ไร้โควิด @ระยอง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่จัดงานสร้างความเชื่อมั่น จังหวัด ระยอง Star งานแรก

🚴‍♂️🚴‍♀️Happy Bike ไร้โควิด
🗓วันที่ 1-2 สิงหาคม 2563
🔅ณ อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส จังหวัดระยอง

🔛🎊การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปลุกกระแสการเดินทางเพื่อสุขภาพและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรม Happy Bike ไร้โควิด ขึ้น ในรูปแบบ New Normal และดำเนินการตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขและมาตรฐาน SHA รวมทั้งเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ชุมชน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

🚩โดยกิจกรรมการปั่นจักรยานเป็น 2 ประเภท ดังนี้

💠ประเภทที่ 1 การปั่นจักรยานท่องเที่ยว “ตามประแส” ในวันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นกิจกรรมการปั่นจักรยานชมทัศนียภาพที่สวยงามของอำเภอประแส จังหวัดระยอง เริ่มต้นจาก อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส-วนขึ้นสะพานประแสสิน- เลี้ยวซ้ายไปถ่ายรูปที่จุดชมวิวแหลมสน-วนกลับทางเดิม แวะวัดตะเคียนงาม รับฟังเรื่องราวจากมัคคุเทศก์น้อย- ข้ามสะพานหนามโพง ไปสักการะศาลกรมหลวงชุมพร-ขากลับปั่นเข้าตลาดปะตุ๊ ชิมขนมท้องถิ่น-กลับมาจบกิจกรรมที่อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ระยะทางรวม 15 กิโลเมตร โดยกำหนดเวลาปั่นไม่เกิน 2 ชั่วโมง

ในเส้นทางปั่นจักรยานจัดให้มีจุดชิมขนมท้องถิ่นจากฝีมือชาวบ้านชุมชนปากน้ำประแส ที่นำมาต้อนรับคณะนักปั่น เช่น ขนมชารส, ข้าวเกรียบอ่อน (โบราณ), ขนมตะไล, ขนมเบื้อง และตบท้ายด้วย “น้ำชาใบขลู่” ของดีขึ้นชื่อในอำเภอประแส เพื่อให้นักปั่นได้สัมผัสและเรียนรู้วิถีชุมชนปากน้ำประแส มีการสนับสนุนโครงการมัคคุเทศก์น้อยจากโรงเรียนวัดตะเคียนงามมาเล่าเรื่องราวของประวัติ ต้นตะเคียนใหญ่อายุ 500 ปี

🔷️- วิธีการปล่อยตัว : เพื่อทำตามหลัก Social Distancing จึงกำหนดระยะห่างตอนตั้งแถว 1 เมตร ปล่อยตัวทีละกลุ่ม กลุ่มละ 5-10 คน ห่างกันกลุ่มละ 30 วินาที (1 กลุ่ม จะมีระยะห่างกันประมาณ 500 เมตรขึ้นไป)

💠ประเภทที่ 2 การปั่นจักรยาน “TEAM TOGETHER” ในวันที่ 2 สิงหาคม 2563 เป็นกิจกรรมการปั่นจักรยานทางไกลแบบไปด้วยกัน ไม่ทิ้งกัน เริ่มต้นจาก อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส-ถนนบูรพาชลทิต-จุดชมวิวเนินนางพญา-ปั่นวนกลับเส้นทางเดิม ระยะทางรวม 75 กิโลเมตร ระยะเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง

🔶️- วิธีการปล่อยตัว : เพื่อทำตามหลัก Social Distancing จึงกำหนดระยะห่างตอนตั้งแถว 1 เมตร ปล่อยตัวทีละกลุ่ม กลุ่มละ 4 คัน ห่างกันกลุ่มละ 1 นาที (กลุ่มนักกีฬาจะมีระยะห่างกันประมาณ 1,300 เมตรขึ้นไป)

✴️ กิจกรรมภายในงาน :
– จัดซุ้มถ่ายภาพ สำหรับกิจกรรม Shoot & Share
– จัดซุ้ม Fix Me & DIY (Clinic จักรยาน ช่อมบำรุง งานฝีมือทำอุปกรณ์ป้องกันโควิดแบบมีสไตล์ เช่น หน้ากากผ้า / Face Shield)
– จัดทำถ้วยรางวัลนักปั่นสุขภาพดี ที่รักษาสุขอนามัยภายในงาน จำนวน 2 รางวัล
– จัดทำเหรียญที่ระลึกสำหรับนักปั่นผู้เข้าเส้นชัยทุกประเภท ภายในระยะเวลากำหนด
– จัดกิจกรรม CSR

 

✅ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandfestival.org

#ThailandFestival
#HappyBikeไร้โควิด
#ปั่นเที่ยวชุมชนชมเมืองเก่าปากน้ำประแส

Cr. Thapanee Kiatphaibool

อ่านต่อ

ท่องเที่ยวสนุกได้คุณค่า “เที่ยวฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค” @สระบุรี

“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” สุขสันต์วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 หยุดยาว 4 วัน ท่องเที่ยวให้สนุกนะครับ วันนี้หนุ่ม-สุทนแนะนำท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อการเรียนรู้ที่บริเวณ ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ริมถนนสายมิตรภาพ เขตอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ชาวแฟนเพจพาหนู ๆ น้อง ๆ ท่องเที่ยวได้สนุกสนานในเส้นทางพื้นที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวขจีคล้าย ๆ แอ่งกะทะล้อมรอบด้วยขุนเขาธรรมชาติสวยงาม สำหรับจุดเริ่มต้นของฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คนั้นผมขอเล่าเรื่องย้อนหลังกลับไปในปี พ.ศ. 2505 นับได้เกือบ ๆ60 ปี ตามประวัติความเป็นมาของฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ในวันที่ 16 มกราคม ปี พ.ศ. 2505 พระมหากษัตริย์ 2 พระองค์ 2 อาณาจักรได้ทรงครองราชย์หรือทรงเป็นองค์พระมหากษัตริย์ตรงเลข 9 ทั้ง 2 พระองค์คือพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าเฟรดเดอริคที่ 9 ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ณ ศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมไทย-เดนมาร์คเพื่อส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงโคนมพันธุ์ดีและกิจการฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คครับ แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 นั้นมาถึงทุกวันนี้กิจการโคนมไทย-เดนมาร์คก็คือองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย(อ.ส.ค) ก็ดำเนินกิจการเรื่อย ๆ มาแล้วได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามรอยเท้าพ่อในหลวงรัชกาลที่ 9 น่าไปเที่ยวครับ

ส่วนภายในบริเวณฟาร์มโคนม สมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติทุ่งหญ้าเขียวอากาศดีมากโดยเฉพาะปลายฝนต้นหนาว สำหรับกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ จุดเริ่มต้นการเยี่ยมชม

จุดที่ 1. นั่งรถรางเยี่ยมชมและเรียนรู้เรื่องนมสดเสียแล้วเอามาผลิตเป็นปุ๋ยอีนทรีย์

จุดที่ 2. รีดนมวัวพันธุ์ดีทุกคนชอบ ๆ ครับ

จุดที่ 3. ป้อนนมให้ลูกวัวตัวน้อย ๆ น่ารัก ๆ

จุดที่ 4. ชมวีดีโอประวัติความเป็นมาของฟาร์มโคนม

จุดที่ 5. นั่งรถรางกลับถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ทุ่งหญ้าที่ใช้เลี้ยงวัวปล่อยให้เดินเล่นแบบธรรมชาติแล้วจะทำให้วัวคลายเครียดฮ่า ๆ ดีจัง

จุดที่ 6. สนุกสนานกับการแสดงท่าทางของคาวบอยในท่ายิงปืน ขี่ม้าหวดแซ่เสียงดังฟังเพลงสากลประกอบ สนุกดี

จุดที่ 7. ซื้อนมสดวัวแดงและผลิตภัณฑ์ของฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์คกลับเป็นของฝากครับ

หนุ่ม-สุทน ขอบอกได้เลยสุดยอดมาก ๆ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อการเรียนรู้ ไปเที่ยวกันเองแบบครอบครัวที่ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค ริมถนนสายมิตรภาพ เขตอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานพระนครศรีอยุธยา ดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรีด้วย โทรศัพท์ 035-246036-7 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. หรือฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค โทรศัพท์ 036-344926 เขาเปิดให้นั่งรถรางวันละ 6 รอบ เริ่มต้นรอบแรก 9.00/10.00/11.00/13.00/14.00 และรอบสุดท้าย 15.00 น. ช่วงเย็นครับ เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ วันนี้ขอบคุณและสวัสดี

 

เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/

#ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น.

แฟนเพจเฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/bigmaptv/

https://www.bigmap-travel.com/

https://www.tourismlocallife.com/

http://www.tiewplearn.com/

#เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #Tourism local life ชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวไทยยั่งยืน

อ่านต่อ

สวนสามพรานในมุมมองใหม่!! ใส่ใจสุขภาพกับผักปลอดภัยต้องไปตลาดสุขใจ @โรงแรมสวนสามพราน

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ท่องเที่ยวและเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ต้องไปสวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ทักทายยามค่ำๆ ของวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562  ขอเริ่มเล่าเรื่องให้ฟังนะจ๊ะ พี่หนุ่ม-สุทน ได้มีโอกาสเดินทางไปเก็บข้อมูลพื้นดินปลูกผักเกษตรอินทรีย์หรือตามที่เราๆ ท่านๆ เรียกผักปลอดสารพิษ แต่คำว่าผักอินทรีย์ พี่หนุ่ม-สุทนเคยได้พูดคุยกับพี่หลวงเจ้าของพื้นดินปลูกผักทุกชนิดในเขตป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พี่หลวงบอกว่าปลอดภัยแน่นอนต้องเป็นผักอินทรีย์นะพี่หนุ่ม-สุทน

ดังนั้นขอกลับมาเรื่องราวของโรงแรมสวนสามพรานให้ฟังก่อนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีอายุประมาณ 57 ปีว้าวว้าว ขอเล่าเรื่องย้อนอดีตโรงแรมสวนสามพราน มีชื่อเสียงรู้จักกันมานาน แต่ทุกคนจะได้ยินชื่อคำว่าสวนสามพรานเท่านั้น เหตุผลเป็นสวนปลูกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ บอกตรงๆ มาเที่ยวแล้วไม่ผิดหวังฮิฮิ เพราะดอกกุหลาบสุดสวยงามน่าชวนชม ส่วนเหตุผลที่ 2. ช่วงประเพณีลอยกระทง นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศต่างมุ่งหน้ามาเที่ยวสวนสามพราน รถยนต์ติดยาวเหยียดถึงเที่ยงคืนจ้า และสวนสามพรานเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะสมัยนั้นไทยแลนด์ เมื่อมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย บริษัทนำเที่ยวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าถึงสนามบินดอนเมืองส่วนใหญ่ช่วงบ่ายๆ และบริษัทนำเที่ยวจะพามาแวะเที่ยวสวนสามพรานก่อน เพื่อดูการแสดงถือว่าสุดยอดมากจริงๆ เช่น รำกระทบไม้จังหวะดนตรีน่าฟัง รำไทย 4 ภาค อ่อนช้อยสวยงามและการชกมวยเป็นต้น และบางคณะของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็พักแรมหรือเดินทางต่อไปเมืองกาญจนบุรี

จากวันเป็นเดือนและหลายสิบปีต่อมา วันเวลาผ่านไป บ้านเมืองเจริญขึ้น การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น และสายการบินเพิ่มขึ้นบริษัทนำเที่ยวจะพานักท่องเที่ยวเดินทางตรงไปเมืองกาญจนบุรี โดยไม่ได้แวะสวนสามพราน  พอเป็นเช่นนี้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดน้อยลง แต่ผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพรานมิได้หยุดนิ่งครับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ หันมาส่งเสริมด้านการตลาดในประเทศแบบวิถีของคนไทยเช่นกลุ่มสัมมนาเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ และมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะเมื่อได้เข้าพักแรมในโรงแรมสวนสามพราน มองไปด้านนอกต้องเห็นทัศนียภาพสวยงามและมีอากาศบริสุทธิ์ มีพันธุ์ไม้และต้นไม้ใหญ่ๆ ให้เงาร่มเย็น น่าเดินทางมาพักผ่อน และน่าสนใจมากๆ คือพื้นดินตรงข้ามโรงแรมเนื้อที่ 30 ไร่บวก 10 ไร่เป็นที่ดินของชาวบ้านทางโรงแรมสวนสามพรานทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและปลูกผักอินทรีย์ใช้ประกอบอาหารในโรงแรม

สวนสามพราน

โพสต์โดย เก็บเรื่องมาเล่า โดย หนุ่ม-สุทน เมื่อ วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019

พอนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหรือพักแรมได้กินอาหารประเภทผักปลอดภัยและยังช่วยส่งเสริม โดยส่งผักสดๆ ไปตามโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผักปลอดสารพิษหรือผักอินทรีย์และเมื่อนักท่องเที่ยว ต้องการสัมผัสธรรมชาติใต้ร่มไม้และสวนเกษตรอินทรีย์ภายในเนื้อที่ 40 ไร่ เดินชมสวนเกษตรอินทรีย์เพื่อการเรียนรู้และมีวิทยากรบรรยายให้ฟัง

สวนสามพราน ภาคต่อ

โพสต์โดย เก็บเรื่องมาเล่า โดย หนุ่ม-สุทน เมื่อ วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019

เรื่องราวของเกษตรกรโดยเฉพาะผักอินทรีย์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำขนมจากด้วยแป้งข้าวเหนี่ยวดำ แปลกดีแต่อร่อยนะจ๊ะโดยเฉพาะหนูๆ น้องๆ ต้องให้เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ให้มาก เพื่อการบริโภค เมื่อพี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินชมพร้อมเก็บข้อมูลในเนื้อที่ 40 ไร่

แล้วก็ข้ามแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือของโรงแรมสวนสามพราน สวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย แต่เส้นทางแม่น้ำสายนี้มีหลายชื่อ เรียกตามทางที่ผ่านมา เช่น เมื่อผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีก็เรียกแม่น้ำสุพรรณบุรีและถึง อ.นครชัยศรี เป็นแม่น้ำนครชัยศรี ส่วนต้นน้ำเขตเมืองชัยนาทเรียกแม่น้ำชัยนาท  ไหลไปปากน้ำเรียกท่าจีน ตามชื่อชุมชนบ้านท่าจีนเมืองสมุทรสาคร พี่หนุ่มเล่าคราวๆ ครับ พอข้ามฟากมาได้เวลาอาหารเที่ยง พี่หนุ่มเดินชมสวนและวิวทิวทัศน์เข้าไปนั่งห้องอาหารเก่าแก่พร้อมๆ กับอายุของโรงแรมอู้ฮู? คำถามอยู่ในใจหรูหราและสะอาด เมนูหลักยอดฮิต ผัดไทแบบโบราณของคู่โรงแรมสวนสามพรานจากอดีตถึงปัจจุบันและขาดไม่ได้น้ำพริกกะปิใส่กรกหินอ่อนเล็กๆ ดูน่ารักบวกกับปลาทอดกรอบๆอร่อยถูกใจ แต่ที่น่าทึ่งมากๆ คือพนักงานเสิร์ฟใบหน้ายิ้มแย้มตลอดแต่งกายดูสวยงามและทำงานต่อเนื่องกันมายาวนานเกิน 10 ปี แสดงว่าผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพราน มีการฝึกอบรมเป็นอย่างดีมารยาทงดงาม อิ่มอาหารพร้อมความอิ่มเอิบอยู่ในใจ

ต่อด้วยสถานที่สุดท้ายบริเวณที่เคยเป็นอาคารหรือที่จัดแสดงโชว์ต่างๆ มาก่อน แต่เมื่อนักท่องเที่ยวน้อยลงผู้บริหารโรงแรมคิดใหม่ทำใหม่เรื้ออาคารออกทั้งหมด แล้วเอาไม้กระดานไปสร้างสะพานทางเดินเข้าชมสวนเกษตรอินทรีย์น่าทึ่งจริงๆ ค่ะ สำหรับพื้นที่คงไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีพื้นบ้าน เช่น การย้อมสีคราม การทอผ้า ศิลปะการประดิษฐ์หลากหลายแบบ

ต่อด้วยปลูกบ้านสมัยยุคบ้านเมืองยังไม่เจริญเพื่อการเรียนรู้ติดริมคลองมีต้นโสน และมองดูบนเนินดินเป็นร้านกาแฟสดคลาสสิก ภายในห้องกาแฟสดนั่งดูวิวทิวทัศน์ได้รอบและพี่หนุ่ม-สุทนได้ลิ่มรสชาติกาแฟสดผสมน้ำมะพร้าวอ่อนและกาแฟสดใส่กะทิ ขอบอกว่าต้องลองดื่มกาแฟสดที่ว่านี้นะครับ

โรงแรมสวนสามพราน@นครปฐม

โพสต์โดย เก็บเรื่องมาเล่า โดย หนุ่ม-สุทน เมื่อ วันพุธที่ 3 กรกฎาคม 2019

ทั้งหมดที่เล่าเรื่องให้ฟังนั้น ท่านต้องเดินทางไปเที่ยวเอง ซึ่งแปลกตา แปลกใหม่ในสวนสามพราน ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนเพื่อการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย ซึ่งจัดส่งตามโรงแรมต่างๆ ด้วยและมีจำหน่ายในตลาดสุขใจทุกวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งอยู่ในสวนสามพราน ซึ่งกำลังปรับปรุงใหม่ให้สวยงามจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้ครับ

ขอบคุณ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม) ที่นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ปลอดภัยและสถานที่แหล่งโอโซนอีกแห่งหนึ่งของนครปฐมครับ สำหรับนักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม)โทรศัพท์ 032-919176 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานราชบุรี #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#มหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์

อ่านต่อ

สวนสามพรานในมุมมองใหม่!! ใส่ใจสุขภาพกับผักปลอดภัยต้องไปตลาดสุขใจ @โรงแรมสวนสามพราน

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ท่องเที่ยวและเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ต้องไปสวนสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ทักทายยามค่ำๆ ของวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562  ขอเริ่มเล่าเรื่องให้ฟังนะจ๊ะ พี่หนุ่ม-สุทน ได้มีโอกาสเดินทางไปเก็บข้อมูลพื้นดินปลูกผักเกษตรอินทรีย์หรือตามที่เราๆ ท่านๆ เรียกผักปลอดสารพิษ แต่คำว่าผักอินทรีย์ พี่หนุ่ม-สุทนเคยได้พูดคุยกับพี่หลวงเจ้าของพื้นดินปลูกผักทุกชนิดในเขตป่าละอู ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พี่หลวงบอกว่าปลอดภัยแน่นอนต้องเป็นผักอินทรีย์นะพี่หนุ่ม-สุทน

ดังนั้นขอกลับมาเรื่องราวของโรงแรมสวนสามพรานให้ฟังก่อนตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมีอายุประมาณ 47 ปีว้าวว้าว ขอเล่าเรื่องย้อนอดีตโรงแรมสวนสามพราน มีชื่อเสียงรู้จักกันมานาน แต่ทุกคนจะได้ยินชื่อคำว่าสวนสามพรานเท่านั้น เหตุผลเป็นสวนปลูกกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ บอกตรงๆ มาเที่ยวแล้วไม่ผิดหวังฮิฮิ เพราะดอกกุหลาบสุดสวยงามน่าชวนชม ส่วนเหตุผลที่ 2. ช่วงประเพณีลอยกระทง นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศต่างมุ่งหน้ามาเที่ยวสวนสามพราน รถยนต์ติดยาวเหยียดถึงเที่ยงคืนจ้า และสวนสามพรานเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพราะสมัยนั้นไทยแลนด์ เมื่อมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย บริษัทนำเที่ยวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าถึงสนามบินดอนเมืองส่วนใหญ่ช่วงบ่ายๆ และบริษัทนำเที่ยวจะพามาแวะเที่ยวสวนสามพรานก่อน เพื่อดูการแสดงถือว่าสุดยอดมากจริงๆ เช่น รำกระทบไม้จังหวะดนตรีน่าฟัง รำไทย 4 ภาค อ่อนช้อยสวยงามและการชกมวยเป็นต้น และบางคณะของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็พักแรมหรือเดินทางต่อไปเมืองกาญจนบุรี

จากวันเป็นเดือนและหลายสิบปีต่อมา วันเวลาผ่านไป บ้านเมืองเจริญขึ้น การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น และสายการบินเพิ่มขึ้นบริษัทนำเที่ยวจะพานักท่องเที่ยวเดินทางตรงไปเมืองกาญจนบุรี โดยไม่ได้แวะสวนสามพราน  พอเป็นเช่นนี้ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดน้อยลง แต่ผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพรานมิได้หยุดนิ่งครับเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ หันมาส่งเสริมด้านการตลาดในประเทศแบบวิถีของคนไทยเช่นกลุ่มสัมมนาเพื่อการเรียนรู้เรื่องราวของเกษตรอินทรีย์ และมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้มีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี โดยเฉพาะเมื่อได้เข้าพักแรมในโรงแรมสวนสามพราน มองไปด้านนอกต้องเห็นทัศนียภาพสวยงามและมีอากาศบริสุทธิ์ มีพันธุ์ไม้และต้นไม้ใหญ่ๆ ให้เงาร่มเย็น น่าเดินทางมาพักผ่อน และน่าสนใจมากๆ คือพื้นดินตรงข้ามโรงแรมเนื้อที่ 30 ไร่บวก 10 ไร่เป็นที่ดินของชาวบ้านทางโรงแรมสวนสามพรานทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและปลูกผักอินทรีย์ใช้ประกอบอาหารในโรงแรม พอนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหรือพักแรมได้กินอาหารประเภทผักปลอดภัยและยังช่วยส่งเสริม โดยส่งผักสดๆ ไปตามโรงแรมต่างๆ ที่ต้องการผักปลอดสารพิษหรือผักอินทรีย์และเมื่อนักท่องเที่ยว ต้องการสัมผัสธรรมชาติใต้ร่มไม้และสวนเกษตรอินทรีย์ภายในเนื้อที่ 40 ไร่ เดินชมสวนเกษตรอินทรีย์เพื่อการเรียนรู้และมีวิทยากรบรรยายให้ฟัง เรื่องราวของเกษตรกรโดยเฉพาะผักอินทรีย์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทำขนมจากด้วยแป้งข้าวเหนี่ยวดำ แปลกดีแต่อร่อยนะจ๊ะโดยเฉพาะหนูๆ น้องๆ ต้องให้เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ให้มาก เพื่อการบริโภค เมื่อพี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินชมพร้อมเก็บข้อมูลในเนื้อที่ 40 ไร่

แล้วก็ข้ามแม่น้ำท่าจีนด้วยเรือของโรงแรมสวนสามพราน สวมใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย แต่เส้นทางแม่น้ำสายนี้มีหลายชื่อ เรียกตามทางที่ผ่านมา เช่น เมื่อผ่านจังหวัดสุพรรณบุรีก็เรียกแม่น้ำสุพรรณบุรีและถึง อ.นครชัยศรี เป็นแม่น้ำนครชัยศรี ส่วนต้นน้ำเขตเมืองชัยนาทเรียกแม่น้ำชัยนาท  ไหลไปปากน้ำเรียกท่าจีน ตามชื่อชุมชนบ้านท่าจีนเมืองสมุทรสาคร พี่หนุ่มเล่าคราวๆ ครับ พอข้ามฟากมาได้เวลาอาหารเที่ยง พี่หนุ่มเดินชมสวนและวิวทิวทัศน์เข้าไปนั่งห้องอาหารเก่าแก่พร้อมๆ กับอายุของโรงแรมอู้ฮู? คำถามอยู่ในใจหรูหราและสะอาด เมนูหลักยอดฮิต ผัดไทแบบโบราณของคู่โรงแรมสวนสามพรานจากอดีตถึงปัจจุบันและขาดไม่ได้น้ำพริกกะปิใส่กรกหินอ่อนเล็กๆ ดูน่ารักบวกกับปลาทอดกรอบๆอร่อยถูกใจ แต่ที่น่าทึ่งมากๆ คือพนักงานเสิร์ฟใบหน้ายิ้มแย้มตลอดแต่งกายดูสวยงามและทำงานต่อเนื่องกันมายาวนานเกิน 10 ปี แสดงว่าผู้บริหารของโรงแรมสวนสามพราน มีการฝึกอบรมเป็นอย่างดีมารยาทงดงาม อิ่มอาหารพร้อมความอิ่มเอิบอยู่ในใจ

ต่อด้วยสถานที่สุดท้ายบริเวณที่เคยเป็นอาคารหรือที่จัดแสดงโชว์ต่างๆ มาก่อน แต่เมื่อนักท่องเที่ยวน้อยลงผู้บริหารโรงแรมคิดใหม่ทำใหม่เรื้ออาคารออกทั้งหมด แล้วเอาไม้กระดานไปสร้างสะพานทางเดินเข้าชมสวนเกษตรอินทรีย์น่าทึ่งจริงๆ ค่ะ สำหรับพื้นที่คงไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีพื้นบ้าน เช่น การย้อมสีคราม การทอผ้า ศิลปะการประดิษฐ์หลากหลายแบบ

ต่อด้วยปลูกบ้านสมัยยุคบ้านเมืองยังไม่เจริญเพื่อการเรียนรู้ติดริมคลองมีต้นโสน และมองดูบนเนินดินเป็นร้านกาแฟสดคลาสสิก ภายในห้องกาแฟสดนั่งดูวิวทิวทัศน์ได้รอบและพี่หนุ่ม-สุทนได้ลิ่มรสชาติกาแฟสดผสมน้ำมะพร้าวอ่อนและกาแฟสดใส่กะทิ ขอบอกว่าต้องลองดื่มกาแฟสดที่ว่านี้นะครับ ทั้งหมดที่เล่าเรื่องให้ฟังนั้น ท่านต้องเดินทางไปเที่ยวเอง ซึ่งแปลกตา แปลกใหม่ในสวนสามพราน ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนเพื่อการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย ซึ่งจัดส่งตามโรงแรมต่างๆ ด้วยและมีจำหน่ายในตลาดสุขใจทุกวันเสาร์ อาทิตย์ตั้งอยู่ในสวนสามพราน ซึ่งกำลังปรับปรุงใหม่ให้สวยงามจะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนกรกฎาคมนี้ครับ

ขอบคุณ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม) ที่นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยเฉพาะเกษตรอินทรีย์ปลอดภัยและสถานที่แหล่งโอโซนอีกแห่งหนึ่งของนครปฐมครับ สำหรับนักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.ราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม)โทรศัพท์ 032-919176 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานราชบุรี #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#มหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์

อ่านต่อ

เชิญเที่ยวงาน “มหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์” จ.นครปฐม

ทักทายเช้าวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบุรี(ราชบุรี-นครปฐม) เชิญชวน ให้มาชมความสวยงามของกล้วยไม้เมืองนครปฐม ในงานมหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์ อ.เมือง จ.นครปฐม จัดงานระหว่างวันที่ 11-17 กรกฎาคม 2562 ณ.บริเวณพระราชวังสนามจันทร์เมืองนครปฐม ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น. และในงานนี้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกซื้อสินค้า ประเภทผักปลอดสารพิษเป็นผักสดๆ ให้เลือกซื้ออย่างจุใจเพราะปัจจุบันชาวเกษตรกรนิยมปลูกเกษตรอินทรีย์หรือผักปลอดภัยจากสารพิษกันมากในเขต จ.นครปฐม

และนอกจากนี้ยังมีกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ในนักท่องเที่ยวเลือกซื้อและถ่ายภาพความงดงามของกล้วยไม้นานาพันธุ์ มีทั้งกล้วยไม้ดอก กล้วยไม้ประดับและพันธุ์ไม้อีกมากมาย นอกจากนี้ยังได้ชมการแสดงดนตรีในวังเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์เมื่อครั้งอดีตน่าฟังมาก แล้วเดินชมสินค้าทางการเกษตรของวิสาหกิจชุมชนมีอีกมากภายในงานนี้และยังได้เที่ยวชมความสวยงามของพระราชวังสนามจันทร์ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องราวการสร้างพระราชวังสนามจันทร์เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวสมัยรัชกาลที่6 ทรงโปรดฯให้จัดสร้างขึ้นมา ส่วนบริเวณพระราชวังสนามจันทร์บรรยากาศร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด วิวทิวทัศน์สวยงามและยังได้ขอพรองค์พระพิฆเนศวรประดิษฐานบนเทวาลัย ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่6 ทรงโปรดฯให้สร้างขึ้นมาเป็นศาลเทพารักษ์และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพระราชวังสนามจันทร์ เมื่อครั้งมีการฝึกเสือป่าและปัจจุบันนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวและขอพรองค์พระพิฆเนศวรกันมากทุกวัน


#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานราชบุรี #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน #มหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์

อ่านต่อ

ปั่นปันรัก พักเมืองรอง สนาม2 @ราชบุรี วันที่ 21 เมษายน 2562

สนามที่2 จ.ราชบุรี
วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562🚴‍♂️🚴‍♂️🚴‍♂️

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ ชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว เชิญชวน นักปั่นร่วม กิจกรรม”ปั่นปันรัก พักเมืองรอง ณ จังหวัดราชบุรี
ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศการปั่นแบบท่องเที่ยวชมธรรมชาติ, วัฒนธรรมท้องถิ่นและวิถีชุมชน ปั่นท่องเที่ยวชมสวน ของจังหวัดราชบุรี

👉การรับสมัคร
– ค่าสมัครท่านละ 350 บาท
– โอนเงินค่าสมัคร ชื่อ คุณจิตติมา เยาวชิรพงศ์ ธนาคารไทยพาณิชย์
👉บัญชี ออมทรัพย์ เลขที่ 2332256109
ลงชื่อ -นามสกุล/ ที่อยู่ / เบอร์โทร และ ไซด์ เสื้อ ใน inbox
พร้อมส่งสลิป
– รับสมัครจำนวนจำกัด 300 ท่าน เท่านั้น
– ท่านจะได้รับเสื้อ 1 ตัว
– มีบริการน้ำดื่ม อาหารเช้า และอาหารเที่ยง

👉👉รายได้ส่วนหนึ่งจะทำการกุศลด้วยการบริจาคให้แด่มูลนิธิ หรือ กลุ่มผู้น้อยโอกาส

👉🗣🗣พร้อมด้วยกิจกรรม นักปั่นขึ้นกล้อง

👉🗣กฏกติกา นักปั่นขึ้นกล้อง

คุณสมบัติ การพิจารณานักปั่นผู้มีสิทธิ์ลุ้นรางวัล

1.ร่วมกิจกรรมปั่นครบทุกครั้ง หรือร่วมปั่นมากที่สุด โดยการสมัครผ่านเพจ ปั่นปันรัก พักเมืองรอง เท่านั้น
2.นักปั่นติดอันดับ ขึ้นกล้องของสื่อมวลชนแต่ละสนามมากที่สุด คือหลักฐานยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม
3.ผลการตัดสินจากคณะกรรมการจัดงานถือเป็นที่สุด

🗣📣🎉รางวัล มูลค่ารวม 100,000.-(หนึ่งแสนบาทถ้วน)
ประเภทชาย 50,000.-
ประเภทหญิง 50,000.-

👉🚴‍♂️🚴‍♀️🚴‍♂️ สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ 👇👇👇
https://www.facebook.com/ปั่นปันรัก-พักเมืองรอง-250508025829734/

☎️โทร:0987944498

#ราชบุรี
#นักปั่นขึ้นกล้องพักเมืองรอง
#เมืองรองต้องลองมา
#ปั่นได้บุญ
#นักปั่นขึ้นกล้อง
#Amazingไทยเท่

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน
#healthdnetwork

สนับสนุนการเดินทางโดย

อ่านต่อ

ท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องนาเกลือ สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนแม่กลองสมุทรสงคราม พร้อมกิจกรรม CSR

(เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ไปท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องนาเกลือ สัมผัสวิถีชีวิตชาวสวนแม่กลองสมุทรสงคราม พร้อมกิจกรรม CSR)  พี่หนุ่ม-สุทน เดินทางไปร่วมกิจกรรมปั่นปันรักพักเมืองรอง 2019 สมุทรสงคราม

ด้วยชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว และสมาคมสื่อไทย-จีนร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม จัดกิจกรรมCSR  เมื่อวันที่ 30-31 มีนาคม 2562  จุดแรกเรียนรู้เรื่องทำนาเกลือ ณ ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนคนทำนาเกลือ เขตอำเภอเมือง จ.สมุทรสงคราม มีวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่องนาเกลือ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เรื่องราวของเกลือใช้ถนอมอาหาร(สมัยยังไม่มีตู้เย็น)เช่น ปลาสดๆ ทุกชนิด เนื้อหมู เนื้อวัวต้องใช้เกลือหมักไว้ก่อน ถ้าหากไม่ใช้เกลือหมักไว้จะเน่าเสียทำอาหารไม่ได้ เกลือมีความสำคัญทั้งโลกเมื่ออดีต มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าเกลือ สมัยบ้านเมืองยังไม่เจริญยกกองทัพไปแย่งชิงเกลือ(เดินทางไปเที่ยวและศึกษาประวัติศาสตร์ที่ อ.บ่อเกลือ เมืองน่านได้นะขอบอก)

กลับมาด้วยเรื่องราวของเกลือเขต อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กันต่อ ปัจจุบันความเจริญรุ่งเรืองเข้ามา วิถีการถนอมอาหารทำได้หลายๆ รูปแบบ เช่นไว้ในตู้เย็น เก็บไว้ได้เป็นเดือนหรือหลายๆ เดือนโดยไม่ต้องใช้เกลือแต่เกลือยังไงก็ต้องใช้ปรุงรสชาติอาหารบางอย่างทั้งไทยและอาหารต่างชาติและนาเกลือในเขตพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม เริ่มจะหมดแล้ว เมื่อมีถนนใหญ่เรียกสายหลัก ถนนเล็กๆ เรียกสายรอง ทำให้ราคาที่ดินแพงขึ้นทันที เจ้าของนาเกลือขายที่ดินนาเกลือได้เงินมามากๆมากกว่าการทำนาเกลือ ว้าวถูกต้องแล้ว

ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวตามเส้นทางสายพระราม2  เห็นปั้มน้ำมันทั้งสองข้างทางหรือตลอดเส้นทาง ร้านอาหารมีมาก โรงงานอุตสาหกรรมและตึกต่างๆ เพิ่มมากขึ้น  นาเกลือในเขต จ.สมุทรสงครามใกล้จะเหลือแต่ความทรงจำ ดังนั้นจึงมีศูนย์เรียนรู้โรงเรียนคนทำนาเกลือ  ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้เรื่องนาเกลือกับเยาวชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังได้เป็นหมู่คณะ เกลือเริ่มจะหมดแล้วจุงเบย ว้าวไม่เป็นไร ฟังอาจารย์โตบรรยาย เกลือพร้อมผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง ขัดผิวกาย ทำยาสีฟันและนวดฝาเท้า เป็นต้น เกลือยังมีความหวังที่จะยังคงไว้ในพื้นดิน เหลือทำนาเกลือทุกวันนี้ (คงมีนาเกลือไม่มากเหมือนอดีต คิดถึงแล้วเศร้าฮึ่มๆ)

เสร็จแล้วเดินทางต่อไปบ้านริมคลองโฮมสเตย์ติดคลองอัมพวา อากาศบริสุทธิ์ ธรรมชาติวิวทิวทัศน์บ้านเรือนริมน้ำ คณะสื่อมวลชน25 ชีวิตร่วมกันทำกิจกรรมCSR

และเรียนรู้เรื่องขึ้นต้นมะพร้าว ปาดงวงตาลด้วยมีดปาดตาล (ภาษาท้องถิ่นนะ) เอาน้ำตาลลงมาเคี้ยวกลายเป็นน้ำตาลปึก (สมัยก่อนใส่ปีบเรียกน้ำตาลปีบ) ปัจจุบันหยอดเป็นปึกๆ สะดวกสบายเมื่อจำหน่าย ทำขนมต้มแบบฉบับชาวสวนแม่กลอง

ส่วนต้นกอจากใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเช่นทำขนมใบจาก ลูกจากเชื่อมกินกับน้ำแดงอร่อยจังฮุ้(ภาษาใต้) และใบจากอ่อนๆ มาตากแห้งแล้วมวนด้วยเส้นยาสูบเรียกว่าสูบบุหรี่ใบจากฮ่าๆ ฮิตๆไม่เคยเห็น ขอบอกต้องไปศึกษาข้อมูลชาวสวนแม่กลอง เพื่อให้ได้บรรยากาศต้องพักผ่อนบ้านริมคลองเป็นบ้านแบบชาวสวนแม่กลองแต้ๆ นะ  (แท้ๆนะ)

สุดท้ายกินอาหารแบบชาวสวนแม่กลองสมุทรสงคราม ต้องมีขาดไม่ได้น้ำพริกกะปิเคยตาแดงมีมากในอ่าวแม่กลอง ปลาทูทอดหน้างอคอหัก ผักชะครามของดีเมืองแม่กลอง ต้มยำปลาทูน้ำใส ใส่พริกขี้หนูสวนเผ็ดๆ เปรี้ยวๆ ด้วยรสชาติมะนาวนะสุดยอด และกุ้งสดๆ จากแม่น้ำของชาวบ้านริมน้ำแม่กลอง ปิ้งย่าง แสนอร่อย (แต่ไม่ใช่กุ้งเผาแม่กลองนะจ๊ะ มีแต่กุ้งเผาอยุธยากรุงเก่าพระนครศรีอยุธยาตามที่เค้าเขียนโฆษณาเท่านั้นขอบอก)

รุ่งขึ้นเช้าวันอาทิตย์ที่31 มีนาคม 2562 คณะสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวร่วมงานปั่นปันรักพักเมืองรอง 2019 ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสงคราม เวลา 07.00 น. เริ่มปล่อยทีมนักปั่นจักรยานไปตามเส้นทางข้ามคลองอัมพวาตลาดน้ำยามเย็นแล้วหยุดพักบริเวณวัดอัมพวันเจติยาราม เดินทางไปตลาดน้ำท่าคาหยุดพักแล้วออกเดินทางกลับมาหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสงครามทำCSR และรับมอบรางวัลแล้วเสร็จพิธีปั่นปันรักพักเมืองรอง 2019 จ.สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวในเขตสถานที่ท่องเที่ยว จ.สมุทรสงคราม สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงครามโทร 034 752 847-8 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 -16.30 น  และขอขอบคุณนางวาสนา สุขเกษม รองผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสมุทรสงคราม ให้การต้อนรับคณะสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวและสมาคมผู่สื่อข่าวไทย-จีน

สำหรับรายละเอียดและการเปิดตัวโครงการ “ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” จังหวัดสมุทรสงคราม สนามแรกบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักปั่นร่วมกิจกรรมจำนวนมาก  ที่จัดขึ้นครั้งนี้ ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ ชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว ได้ร่วมกันเปิดโครงการ “ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” เป็นสนามแรก โดยมีนายธีระ เหลียวสุธีร์ นายอำเภอเมืองสมุทรสงครามจังหวัดสมุทรสงคราม นางวาสนา สุขเกษม รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม ,นายชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ  นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ,นายพูลผล แพทอง ประธานชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว ตลอดจนตัวแทนภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีเปิดงานอย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ ยังมีนักปั่นจักรยานในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงนักปั่นจากทั่วประเทศ และต่างประเทศ ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กว่า 300 คน ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนานสำหรับเส้นทางปั่นจักรยานตามโครงการ “ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” ของจังหวัดสมุทรสงคราม นี้ มีระยะเส้นทางรวม 34  กิโลเมตร  โดยจุดเริ่มต้นขบวนที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรสงคราม  มุ่งหน้าสู่วัดอัมพวันเจติยาราม ตำบลัมพวา เป็นจุดที่ 2 ซึ่งนักปั่นจักรยาน ได้เข้าสักการะพระบรมรูปพระบามสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ชมจิตรกรรมฝาหนังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าให้เขียนขึ้นตามแบบศิลปสมัยรัตนสินทร์ ก่อนจะร่วมกันถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก

จากนั้นขบวนจักรยาน มุ่งหน้าสู่จุดที่ 3 คือ

ตลาดน้ำท่าคา ที่ยังคงความเป็นตลาดน้ำธรรมชาติ โดยพ่อค้า แม่ค้าจะพายเรือนำผลผลิตจากสวนและทั้งผลไม้ และพืชผักตลอดจนขนมและอาหารพื้นที่ท้องถิ่น มาขายให้นักท่องเที่ยวทั่วไปในราคาย่อมเยาว์ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามสะพานสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านได้ทั้งสองฝั่งคลอง สร้างความประทับใจและรอยยิ้มให้นักปั่นจักรยานอย่างถ้วนหน้า

จากนั้น ขบวนปั่นจักรยานได้เดินทางกลับมาที่จุดปล่อยตัวครั้งแรก เพื่อร่วมกันรับประทานอาหารกลางวัน และร่วมกิจกรรมจับรางวัลผู้โชคดีรับของที่ระลึกต่าง ๆ และมอบเงินสนับสนุนจากน้ำใจของนักปั่นทุกคน สู่  3 องค์กรในพื้นที่ได้แก่ 1.บ้านเด็กและครอบครัว จ.สมุทรสงคราม 2.โรงเรียนปราโมทย์ พิศสะอาดราษฎร์บำรุง และ 3. วิสาหกิจชุมชนบ้านริมคลองโฮมสเตย์  ก่อนจะปิดท้ายด้วยการประกาศรายชื่อนักปั่นขึ้นกล้องชาย,หญิง ประจำสนามแรกเพื่อรับรองที่ระลึกจากชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว

สำหรับโครงการ “ปั่นปันรักพักเมืองรอง” ได้รับการสนับสนุนจาก Amazingไทยเท่ และ วิริยะประกันภัย มีจุดประสงค์เพื่อร่วมสนองนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  ในการประชาสัมพันธ์เมืองรอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนได้มาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยว วิถีชีวิตชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมของประเทศไทยเพิ่มขึ้น พร้อมเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานได้ปั่นท่องเที่ยวเมืองรองในประเทศไทยเพื่อเก็บสถิติเที่ยวเมืองรอง โดยการปั่นให้ได้มากที่สุด ถึง 55 จังหวัด ซึ่งจะนำร่องปี 2019 จำนวน 12 จังหวัดเมืองรอง  ใครลงทะเบียนและมีประสบการณ์ปั่นได้มากที่สุด จะมีรางวัลให้ 100,000 บาท  โดยจะทำการสุ่มจับฉลากในจังหวัดสุดท้ายเดือนกุมภาพันธ์ 2563

ทั้งนี้ นักปั่นจักรยานทั่วประเทศ สามารถติดตามสมัครร่วมโครงการ “ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” สนามที่สอง จังหวัด ราชบุรี  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และเปิดกิจกรรม ในวันที่ 21 เมษายน 2562 นี้ นักปั่นท่านใดที่สนใจ ให้ติดตามและสมัครได้ที่ เฟสบุค ปั่นปันรัก พักเมืองรอง เพจเดียวเท่านั้น

https://www.facebook.com/ปั่นปันรัก-พักเมืองรอง-250508025829734/

#Amazingไทยเท่  #เที่ยววิถีชุมชนคนมันส์Greenสมุทรสงคราม  #ปั่นปันรักพักเมืองรอง2019

#ปั่นขึ้นกล้อง #ชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #สุขภาพดีสร้างได้ #healthdnetwork

 

อ่านต่อ

“ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” จังหวัดสมุทสงคราม

ขอเชิญชวนนักปั่นทั่วประเทศ ร่วมขบวนปั่นไปเที่ยวไปร่วมทำความดีกับชุมชน 12 จังหวัด  พร้อมเฟ้นหา “นักปั่นขึ้นกล้อง” ที่สามารถเก็บสถิติปั่นมากที่สุด

ชิงรางวัล 100,000 บาท

เริ่มจังหวัดแรก 31 มีนาคม 2562 นี้ ที่สมุทรสงคราม

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน และ ชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว ร่วมจัดโครงการ “ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” สนองนโยบายการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการร่วมประชาสัมพันธ์เมืองรอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีนได้มาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้น และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเชิญชวนผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานได้ปั่นท่องเที่ยวเมืองรองในประเทศไทยเพื่อเก็บสถิติเที่ยวเมืองรองโดยการปั่นให้ได้มากที่สุด ถึง 55 จังหวัด ซึ่งจะนำร่องปี 2019 จำนวน 12 จังหวัดเมืองรอง

📌ใครลงทะเบียนและมีประสบการณ์ปั่นได้มากที่สุด จะมีสิทธ์รับรางวัล 100,000.-(หนึ่งแสนบาทถ้วน)โดยจะทำการสุ่มจับฉลากผู้มีสิทธิ์สูงสุด ในจังหวัดสุดท้ายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 นอกจากนี้ เพื่อสร้างประสบการณ์ความประทับใจในการท่องเที่ยวเชิงกีฬาแบบยั่งยืน โดยการร่วมกันปั่นจักรยานสัมผัสวิถีชุมชน ชมธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และได้สัมผัสรอยยิ้มและความเป็นกันเองของคนในพื้นที่ ทั้งยังจะได้ร่วมสร้างประโยชน์ในชุมชน คือการปั่นไปมอบความรัก ความสุข โดยการนำเงินรายได้จากการสมัครบางส่วน ไปมอบให้กับชุมชน ถือเป็นการทำความดีร่วมกันอีกด้วย ทั้งสามคอนเส็ปท์ Traveling / Experience / CSR จึงรวมเป็นที่มาของโครงการ “ปั่นปันรัก พักเมืองรอง” ในรูปแบบ Spot Tourism ใน 12 เมืองรองที่ใครๆ ก็อยากสัมผัส ถือเป็นการสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนทั้งทางไลฟ์สไตล์และทางเศรษฐกิจอีกด้วย

สำหรับสนามแรกและสนามที่สอง ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ วิริยะประกันภัย เริ่มปั่นทริปแรก วันที่ 31 มีนาคม 2562 ที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะเริ่มต้นขบวนที่ ศาลากลางจังหวัด ปั่นผ่านเส้นทาง วัดอัมพวันเจติยาราม – ตลาดน้ำท่าคา ส่วนจังหวัดที่สอง จะเริ่มปั่น ที่จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 21 เมษายน 2562 นี้ นักปั่นท่านใดที่สนใจ ให้ติดตามและสมัครได้ที่ เพจเฟสบุค ปั่นปันรัก พักเมืองรอง เพจเดียวเท่านั้น
https://www.facebook.com/ปั่นปันรัก-พักเมืองรอง-250508025829734/

#เที่ยวเพลิน #bigmaptravel
#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#เที่ยวไทยฯลฯ
#ชมรมสื่อสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยว

อ่านต่อ

Lorem Ipsum Lorem Ipsum Lorem Ipsum Lorem Ipsum

Lorem Ipsum คือ เนื้อหาจำลองแบบเรียบๆ ที่ใช้กันในธุรกิจงานพิมพ์หรืองานเรียงพิมพ์ มันได้กลายมาเป็นเนื้อหาจำลองมาตรฐานของธุรกิจดังกล่าวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เมื่อเครื่องพิมพ์โนเนมเครื่องหนึ่งนำรางตัวพิมพ์มาสลับสับตำแหน่งตัวอักษรเพื่อทำหนังสือตัวอย่าง Lorem Ipsum อยู่ยงคงกระพันมาไม่ใช่แค่เพียงห้าศตวรรษ แต่อยู่มาจนถึงยุคที่พลิกโฉมเข้าสู่งานเรียงพิมพ์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ และยังคงสภาพเดิมไว้อย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง มันได้รับความนิยมมากขึ้นในยุค ค.ศ. 1960 เมื่อแผ่น Letraset วางจำหน่ายโดยมีข้อความบนนั้นเป็น Lorem Ipsum และล่าสุดกว่านั้น คือเมื่อซอฟท์แวร์การทำสื่อสิ่งพิมพ์ (Desktop Publishing) อย่าง Aldus PageMaker ได้รวมเอา Lorem Ipsum เวอร์ชั่นต่างๆ เข้าไว้ในซอฟท์แวร์ด้วย

hp-001

อ่านต่อ

Lorem Ipsum Lorem Ipsum Lorem Ipsum Lorem Ipsum

Lorem Ipsum คือ เนื้อหาจำลองแบบเรียบๆ ที่ใช้กันในธุรกิจงานพิมพ์หรืองานเรียงพิมพ์ มันได้กลายมาเป็นเนื้อหาจำลองมาตรฐานของธุรกิจดังกล่าวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เมื่อเครื่องพิมพ์โนเนมเครื่องหนึ่งนำรางตัวพิมพ์มาสลับสับตำแหน่งตัวอักษรเพื่อทำหนังสือตัวอย่าง Lorem Ipsum อยู่ยงคงกระพันมาไม่ใช่แค่เพียงห้าศตวรรษ แต่อยู่มาจนถึงยุคที่พลิกโฉมเข้าสู่งานเรียงพิมพ์ด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ และยังคงสภาพเดิมไว้อย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง มันได้รับความนิยมมากขึ้นในยุค ค.ศ. 1960 เมื่อแผ่น Letraset วางจำหน่ายโดยมีข้อความบนนั้นเป็น Lorem Ipsum และล่าสุดกว่านั้น คือเมื่อซอฟท์แวร์การทำสื่อสิ่งพิมพ์ (Desktop Publishing) อย่าง Aldus PageMaker ได้รวมเอา Lorem Ipsum เวอร์ชั่นต่างๆ เข้าไว้ในซอฟท์แวร์ด้วย

hp-001

อ่านต่อ
1 2
Page 1 of 2
error: Content is protected !!