close
FOLLOW US ON 

วัด โบราณสถาน

วัดพระนั่งดิน อ.เชียงคำ จ.พะเยา

พี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินทางไปเที่ยว อ.เชี่ยงคำ จ.พะเยา เข้าไปวัดพระนั่งดินเพราะวัดนี้น่าสนใจมากๆ ครับ โดยเฉพาะองค์พระพุทธรูปนั่งประดิษฐานที่พื้นดินแปลกมากครับ

องค์พระนั่งดินหรือพระเจ้านั่งดินมีตำนานเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้นพี่หนุ่ม-สุทน ได้เก็บเรื่องราวมาเล่าให้แฟนๆ ฟังนะจ๊ะ โดยเริ่มต้นสมัยพุทธกาลกล่าวกันว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่บนดอยในเขตเมืองเชียงชะราวหรือเมืองพุทธรส ครั้งนั้นเจ้าเมืองพุทธสรคือพญาคำแดงเห็นว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาถือเป็นนิมิตหมายที่ดีและเป็นมงคลยิ่งของชาวบ้านและชาวเมืองพุทธรสและพญาคำแดงเห็นว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาน่าจะทำสิ่งที่เป็นมงคลแก่เมืองพุทธสร จึงได้ร่วมกับพระอรหันต์และท่านฤาษี ประกอบพิธีขอเหล่าเทวดาและเจ้าป่าเจ้าเขาเพื่อช่วยกันปั้นรูปเหมือนพระพุทธเจ้าด้วยดินอันเป็นมงคลฤกษ์ ตามตำนานกล่าวว่า

นำดินมาจากเมืองศรีลังกาเพื่อนำมาปั้นรูปเหมือนพระพุทธเจ้า พอปั้นแล้วเสร็จพระพุทธเจ้าทรงทอดพระเนตรและทรงตรัสว่าไม่ค่อยเหมือนและทรงโปรดให้เอาดินเติมแต่งเพื่อให้เหมือนกับพระองค์ เมื่อเป็นเช่นนี้องค์รูปเหมือนก็เคลื่อนลงมานั่งอยู่กับพื้นดิน จึงเป็นที่มาของคำว่าพระเจ้านั่งดิน และพระพุทธเจ้าทรงทำนายไว้ว่าองค์รูปเหมือนหรือพระเจ้านั่งดินจะอยู่คู่กับศาสนาพุทธนานถึง 5,000ปี และทรงทำนายอีกว่าเมืองนี้จะรุ่งเรืองด้วยทรัพย์สิน ต่อมาเมืองพุทธรสได้จัดสร้างองค์พระธาตุเพื่อล้างบาป(สมัยนั้นยังไม่ใช้คำว่าบุญกุศล)และกล่าวกันว่าพบแร่ทองคำไหลมาตามลำน้ำด้านหลังองค์พระธาตุล้างบาปจึงเปลี่ยนชื่อเมืองว่าเชียงคำครับ สำหรับวัดพระเจ้านั่งดินและองค์พระเจ้านั่งดินประดิษฐานในวิหารสร้างได้สวยงามมากๆ

ส่วนเรื่องราวขององค์พระเจ้านั่งดินยังมีเรื่องราวเล่าต่อครับ ขอย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 40-50ปี ที่ผ่านมามีญาติโยมเดินทางมาขอพรพระเจ้านั่งก็เห็นว่าพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่กับพื้นดินดูไม่เหมาะสม จึงได้ดำเนินการจัดสร้างฐานรองรับและอัญเชิญพระเจ้านั่งดินขึ้นประดิษฐาน ปรากฎว่ารุ่งเช้าเมื่อเจ้าหน้าที่วัดพระนั่งดินเปิดวิหารตามปกติก็พบองค์พระเจ้านั่งดินก็ลงมานั่งพื้นดินเช่นเดิมครับแปลกแต่จริงครับและยังคงเล่าขานกันถึงทุกวันนี้นะเจ้าค่ะ และต่อมาทางวัดพระนั่งดินได้จัดสร้างตู้กระจกใสๆ ครอบให้เห็นองค์พระเจ้านั่งดินถึงทุกวันนี้แหละครับ ทุกวันนี้คำว่าพระเจ้านั่งดินก็หายไปเหลือแต่พระนั่งดิน ส่วนชื่อวัดก็เรียกวัดพระนั่งดินเจ้าค่ะ

วัดพระนั่งดินทุกวันนี้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวกันมากก็ทำให้วัดพระนั่งดินเจริญรุ่งเรืองตามกาลเวลา โดยเฉพาะบริเวณวัดดูสะอาดดี และมีองค์พระมหาธาตุเจดีย์จัดสร้างได้สวยงามดูเด่นชัดและสง่างามครับ รักนะเมืองเชียงคำหรือ อ.เชียงคำ มีวัฒนธรรมของการแต่งกายชาวไตหรือชาวไทลื้อดูได้จากร้านค้าเสื้อผ้าสวยๆ งามๆ ในบริเวณลานวัดพระนั่งดินเจ้าค่ะ พี่หนุ่ม-สุทนขอจบเรื่องเล่าขานตามตำนานของวัดพระนั่งดินเด้อ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย
#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#STNewsThailand

อ่านต่อ

พี่หนุ่ม-สุทน พากราบพระธาติลำปางหลวง เมืองเขลางค์นคร

สบายๆ เช้าวันอาทิตย์ที่ 10พฤศจิกายน2562 ถ้าหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวเมืองเขลางค์นครหรือนครลำปางหรือ จ.ลำปาง ต้องแวะวัดพระธาตุลำปางหลวงสร้างขึ้นสมัยพระนางจามเทวีและตามความเชื่อของการจัดสร้างองค์พระมหาธาตุเจดีย์ล้อมรอบด้วยมหานทีสีทันดรเป็นแม่น้ำกว้างใหญ่อยู่ระหว่างดินแดนตอนเหนือของชมพูทวีปและองค์พระมหาธาตุเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ดังนั้นสาธุชนชาวพุทธจึงไปเวียนเทียนรอบองค์พระมหาธาตุเจดีย์3รอบ เพื่อตั้งจิตภาวนาว่าพุทโธๆๆๆครับ


#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน
#รักษ์เที่ยว #รักษ์ทะเลไทย
#รักษ์สุมทรสงคราม #รักษ์ตัวเองนะ
#คนรักษ์กาแฟ #bigmaptravel
#เที่ยวเพลิน #tourismlocallife
#STNewsThailand

อ่านต่อ

OTOP – D-HOPE สุดฟิน เยือนถิ่นแม่ฮ่องสอน

I OTOP D-HOPE สุดฟิน เยือนถิ่นแม่ฮ่องสอน

กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย  สัมผัสเสน่ห์ของชุมชนท่องเที่ยว 4 หมู่บ้าน ที่ บ้านห้วยเดื่อ-บ้านห้วยปูแกง,บ้านขุนยวม ,บ้านลุกข้าวหลาม และ บ้านไทรงาม จ.แม่ฮ่องสอน กับ บรรยากาศ โปรแกรมการท่องเที่ยวโดยชุมชน (ระดับหมู่บ้าน) เมื่อวันที่ 4-8 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยมีนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน จากภาคใต้ ภาคกลาง และภาคเหนือกว่า 60 คน ร่วมสัมผัสกับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม  วิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม  ชิมอาหารพื้นถิ่นขึ้นชื่อ  เรียนรู้และลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับ Champion ทั้ง 4 ชุมชน  อาทิเช่น การทำป๊อบคอร์นไทยใหญ่, การทำมัลเบอร์รี่จ๊าดจี๊ด ,อุ๊กไก่ , ข้าวส้มถั่วโก้ , ข่างปองเต็กเบิ่ง ,ผ้าทอกะเหรี่ยง , การปักผ้ากะเหรี่ยง , การทำผ้าเขียนเทียน , การตำข้าว เป็นต้น

และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP คุณภาพ  พร้อมชมบรรยากาศและเก็บภาพความประทับใจอันแสนสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายในแต่ละชุมชน  โดยแต่ละท่านที่ได้เข้าร่วมในทริปครั้งนี้ ต่างได้รับความสุข สนุกสนาน และความประทับใจ กลับไปอย่างมากมาย

 

อ่านต่อ

กราบพญามังกรวัดสามพราน ด้วยพลังความเชื่อความศรัทธา เดินในท้องพญามังกรขอพรได้ดั่งหวัง

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน พาไปวัดสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ชมสิ่งมหัศจรรย์เดินเข้าท้องพญามังกร ทักทายเช้าวันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2562  วันนี้พี่หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวในเขต อ.สามพราน จ.นครปฐม คือวัดสามพราน วัดนี้มีพญามังกรพันรอบวิหารความสูงประมาณตึก 5 ชั้น

 

ในทุกวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเที่ยวเพื่อชมสิ่งมหัศจรรย์พญามังกรพันรอบวิหาร และถ้าหากต้องการสิ่งใดที่เป็นมงคลให้เดินเข้าในท้องมังกรเพื่อตั้งจิตอธิฐานขอพร สุดยอดมากครับ เพราะเชื่อกันว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์แปลกแต่จริงนะ มีนักท่องเที่ยวมาเดินเข้าท้องมังกรกันมากทุกวัน

โดยเฉพาะชาวจีนมีความเชื่อมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะพญามังกรเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธ์ทรงพลังอำนาจในใต้ท้องทะเลและมหาสมุทร ดังนั้นเมื่อชาวจีนสร้างวัดหรือศาลเจ้าจะมีพญามังกรประดิษฐานอยู่ด้วย และชาวจีนโบราณเคารพนับถือพญามังกรเพราะถือว่าเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นมงคลโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงมีอายุยืนยาวนาน  ดังนั้นตามความเชื่อของวัดสามพราน เมื่อเดินเข้าท้องมังกรต้องภาวนาคำว่าพุทโธ พุทโธ พุทโธเป็นยอดภาวนามีพลังอนุภายยิ่งใหญ่เดินภาวนาไปจนถึงหัวมังกรแล้วลูบหนวดมังกรถือว่าเป็นมงคลยิ่ง

และแล้วพี่หนุ่มก็ลูบหนวดพญามังกร และพอถึงหัวมังกรมีคำถามเหนื่อยไหม? ตอบแบบฝึกทหาร ไม่เหนื่อย ไม่เหนื่อย แต่หอบนิดๆ ดูตามอาการ คือภาษากายค่ะ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม วัดสามพรานแห่งนี้เป็นวัดที่จัดสร้างพญามังกรขึ้นมาได้สวยงามและมีมนต์ขลังตามความเชื่อพญามังกรคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภดังนั้นชาวจีนจึงได้บูชาขอพรให้มีโชคลาภและประกอบอาชีพการค้าขายประสบผลสำเร็จทุกประการ  ส่วนด้านบนเมื่อพักเหนื่อยให้ดูวิวทิวทัศน์ได้รอบ 360 องศา

น่าสนใจเดินทางไปเที่ยวนะครับ วัดสามพรานเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ อ.สามพราน จ.นครปฐมครับ เสร็จแล้วมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวหมูสูตรโบราณร้านหน้าบึ้ง หน้างอ ชื่อร้านพี่หนุ่มเรียกเองนะจ๊ะ ร้านตั้งอยู่ใต้ต้นสาเก วิวทิวทัศน์ดีริมแม่น้ำท่าจีน สั่งก๋วยเตี๋ยวตามเมนูของร้านนี้แหละห้ามเขียนเกินเมนูนะขอบอกเจ้าของร้านจะหน้าบึ้งตึงทันทีอู้ฮู บอกแล้วนะ และพลาดไม่ได้ต้องผลไม้ร้านเจ้ดำ ส่วนตัวเจ้ดำพูดคุยกันได้เจ้แกชอบ พูดไม่หยุดเลยจ้า แต่นำเสนอประเภทผลไม้สวนเจ้ดำ โดยเฉพาะฝรั่งกิมจูอร่อยมากๆ รับรองได้กินแล้วจะติดใจครับ

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สำนักงานราชบุรี

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#มหกรรมเกษตรปลอดภัยและกล้วยไม้งามอร่ามพระราชวังสนามจันทร์

#วัดสามพราน #นครปฐม #โรงแรมสวนสามพราน #ตลาดสุขใจ

อ่านต่อ

เที่ยวเขากะโหลก ปราณบุรี ต่อด้วยสามร้อยยอด เงียบสงบใครรักความสงบเชิญที่นี่ได้จ้า

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทนจากหาดทรายสามร้อยยอดถึงหาดปราณบุรี วันนี้วันอังคารที่ 2กรกฎาคม2562 พี่หนุ่ม-สุทนขอแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวหาดทรายสีนวลๆ ในเขต อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถ้าหากมีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวและพักแรมมีที่พักให้เลือกหลายแห่งริมถนนกั้นหาด

พอรุ่งอรุณยามเช้าๆ ออกมาพักผ่อนรับแสงตะวันว้าวๆ สดชื่นมากๆ บริเวณชายหาดชายทะเลและเดินรับลมทะเลพัดผ่านเย็นสบายๆ หรือจะเดินเล่นไปถึงชุมชนชาวเลสุดชายหาดเพลิดเพลินมองวิวทิวทัศน์เห็นเกาะเล็ก เกาะใหญ่ในทะเลแบบบรรยากาศยามเช้าก็ได้เช่นกันและพอได้เวลาอาหารเช้า 07.30 น. กินอาหารเช้าแล้วเสร็จ เดินทางต่อไปวนอุทยานเขากะโหลกเขต อ.ปราณบุรี

แวะวัดเขากะโหลกก่อนเป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 และมีหลวงปู่หว่าง เป็นเจ้าอาวาสสมัยนั้น หลวงปู่หว่างท่านเป็นพระวิปัสสนากรรมฐานนั่งสมาธิอยู่ในถ้ำเขากะโหลกทุกค่ำคืน จนถึงวันละสังขาร ถ้ำเขากะโหลกตรงข้ามวัดเขากะโหลกเข้าชมได้ครับ และปัจจุบันทางวัดเขากะโหลกได้สร้างวิหารประดิษฐานรูปหล่อหลวงปู่หว่างและรูปหล่อรัชกาลที่5 ประดิษฐานภายในวิหารที่จัดสร้างเป็นศิลปะแบบอินเดียและศิลปะไทยดูสวยงามมาก นักท่องเที่ยวควรจะเดินชมรอบๆ ตัววิหารด้วย ส่วนด้านหน้าวิหารมียักษ์ใหญ่2ตน ยืนอยู่เพื่อดูแลบริเวณวิหารสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของวัดเขากะโหลก เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมวิหารและก่อนเข้าวิหารก็จะถ่ายภาพตัววิหารและยักษ์ใหญ่2ตนนี้ด้วย วัดเขากะโหลกและวนอุทยานเขากะโหลกอยู่ติดกันจึงเที่ยวได้2สถานที่ ตั้งอยู่ในเขต อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

เสร็จแล้วขึ้นชมวิวทิวทัศน์บนเขากะโหลกและบริเวณหาดทรายมีการปรับปรุงพื้นที่หาดทรายดูแลความสะอาดได้ดีเยี่ยมทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวหาดทรายเขากะโหลกชื่นชอบธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ของเขากะโหลก

สำหรับนักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวหาดทรายสามร้อยยอดและหาดทรายเขากะโหลก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ โทรศัพท์ 032-513885 หรือ 032-513871 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. และขอบคุณ ททท.สนง.ประจวบคีรีขันธ์ที่นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์เดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต จ.ประจวบคีรีขันธ์ครับ

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

อ่านต่อ

เชิญเที่ยวชมชิมช้อปเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ระหว่างวันที่  20-30 มิถุนายน  2562

คณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ลงพื้นที่ทำข่าวเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 ททท.สนง.สุรินทร์ (สุรินทร์-ศรีสะเกษ) ได้นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวสื่อออนไลน์ เดินทางไปทำข่าวเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จัดขึ้นหน้าศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่  20-30 มิถุนายน  2562  ครั้งนี้ทางคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ ได้รับการต้อนรับจาก ผอ.สมชาย ชมพูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)และนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สนง.(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)เป็นอย่างดี

ดังนั้นคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ ได้ทำข่าวในพิธีเปิดงานเทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษอย่างกว้างขวาง

และคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ได้เดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต จ.ศรีสะเกษและ จ.สุริทร์เพื่อนำมาประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวทั้งสองจังหวัดนี้ เช่นปราสาทสระกำแพงใหญ่ตั้งอยู่ในวัดสระกำแพงใหญ่เป็นโบราณสถานน่าสนใจเดินทางไปเที่ยวชมในเขต อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ส่วน จ.สุรินทร์ต้องไปเที่ยวชุมชนทอผ้าไหมมัดหมี่แบบโบราณสวยงามมากๆ ครับตามแบบชาวบ้านที่มีเชื้อสายชาวเขมร ดังชื่อบ้านโชคเป็นภาษาเขมรแปรว่าดอกบัว

          

         

เสร็จแล้วเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์เครื่องเงินลุงป่วนบ้านโชคการผลิตเครื่องเงินมีลวดลายทั้งหมด24ลวดลายให้ได้ชมอีกด้วยนะจ๊ะสุดยอดฝีมือ ทั้งนี่อยู่ ต.เขวาสินรินทร์ในเขต อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์เป็นต้น

และขอบคุณนางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สนง.(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)ที่ได้เชิญคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ เดินทางไปทำข่าวและเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทั้งสองจังหวัดโดยมี รองอิสระ สาตรา รองผู้อำนวยการ ททท.สนง.สุรินทร์(สุรินทร์-ศรีสะเกษ) ดูแลและประสานงานสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยมและคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์ขอบคุณมากๆครับ

 

#ชมรมนักข่าวท่องเที่ยวออนไลน์

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน

#bigmaptravel #เที่ยวเพลิน

#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

#ทททสำนักงานสุรินทร์(สุรินทร์-ศรีสะเกษ)

#จังหวัดสุรินทร์ #ศรีสะเกษ

#ท่องเที่ยวชุมชน

#tourismlocallife

อ่านต่อ

ไปรู้จักหลวงปู่จ้อยแห่งวัดบางช้างเหนือ ท่านเป็นเทพเจ้าของชาว อ.สามพราน จ.นครปฐม พี่หนุ่ม-สุทนจะพาไป

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน พาไปรู้จักหลวงปู่จ้อยแห่งวัดบางช้างเหนือ ท่านเป็นเทพเจ้าของชาว อ.สามพราน จ.นครปฐม) วันนี้พี่หนุ่ม-สุทน ได้เดินทางไปนมัสการขอพรหลวงปู่จ้อยวัดบางช้างเหนือ อ.สามพราน จ.นครปฐม หลวงปู่จ้อยเป็นพระวิปัสสนากรรมฐานท่านกำเนิดในลุ่มน้ำท่าจีน

สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่3 หลวงปู่จ้อยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางช้างเหนือ ท่านนั่งสมาธิในกุฏิสมัยนั้นยังเป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ด้านหน้าติดแม่ท่าจีนและใกล้ๆ วัดบางช้างเหนือมีป่าไผ่หรือตามภาษาชาวบ้านเรียกกอไผ่และนกหลายตัวอาศัยอยู่เพื่อทำรัง เมื่อนกอาศัยอยู่ มีพวกนักเลงแม้นปืนจะมายิงนกที่เกาะบนกอไผ่

หลวงปู่จ้อยท่านออกมาเห็น พวกแม้นปืนกำลังจะยิงนกบริเวณกอไผ่และบอกหลวงปู่จ้อยว่าขอยิงนกนะ หลวงปู่จ้อยนิ่งเฉยและพวกแม้นปืนยิงนกที่เกาะกิ่งไม้ไผ่ ปรากฎว่ายิงปืนไม่ออก นกทุกตัวรอดตาย พอชาวบ้านรู้ข่าวจึงมาตัดกอไผ่ถวายหลวงปู่จ้อยให้ลงอักขระและยันต์มหาอุดเรียกตะกรุดไม้ไผ่ตันจนเป็นที่รู้จักของบ้านและต่อมาหลวงปู่จ้อยได้ทำน้ำมนต์ด้วยพลังจิตของท่านเมื่อญาติโยมเดินทางมาพบหลวงปู่จ้อย ท่านก็มอบน้ำมนต์ให้ นำไปอาบและดื่มเพื่อเป็นสิริมงคลและต่อมามีเรื่องมีราวของหลวงปู่จ้อยโดยท่านถูกผู้ใหญ่บ้านและคณะสงฆ์สอบสวนข้อหาดื่มสุราขาว ผลการสอบสวนเมื่อคณะกรรมการได้ดื่มสุราขาวแล้วจืดจางเป็นน้ำธรรมดา เรื่องเล่าขานสุราขาวหลวงปู่จ้อยสืบเนื่องเล่าขานกันมาถึงทุกวันนี้ หลวงปู่จ้อยท่านมรณภาพประมาณสมัยรัชกาลที่ 5 (ช่วง พ.ศ. 2440 – 2442)เพราะไม่มีการบันทึกไว้

ตั้งแต่เกิดจนโตและอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์แล้วท่านได้ศึกษาวิชาอาคมหรือพลังจิตเป็นเทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำท่าจีน แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันวิหารหลวงปู่จ้อยประดิษฐานอยู่ด้านติดแม่น้ำท่าจีนเพราะเป็นต้นกำเนิดของหลวงปู่จ้อย จนชาวบ้านให้เขต อ.สามพราน จ.นครปฐม เดินทางมาขอพรและแก้บนด้วยสุราขาวพร้อมกับข้าวเป็นประจำทุกวัน ส่วนภายในวัดบางช้างเหนือเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปแล้วควรเข้าในพระอุโบสถนมัสการขอพรองค์พระพุทธชินราชจำลองเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เนื่องด้วยในวันที่ 8 เมษายน 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9 เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธีเททองหล่อองค์พระพุทธชินราชจำลองภายในพระอุโบสถวัดบางช้างเหนือและทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถด้วย

พี่หนุ่ม-สุทน ขอแนะนำเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยววัดบางช้างเหนือ จากถนนเพชรเกษมเข้า อ.สามพราน จ.นครปฐม ควรจะแวะซื้อผลไม้ร้านเจ๊ดำเป็นของชาวสวนมาตั้งร้านขายเอง และนั่งกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณร้านหน้าบึ้ง หน้างอ (ร้านนี้พี่หนุ่ม-สุทนเรียกชื่อเองนั่งกินก๋วยเตี๋ยวใจเย็นๆ เขียนสั่งตามเมนูของร้านมีอาหารตามเมนู ก๋วยเตี๋ยวต้มยำสูตรโบราณตามเมนูเปี๊ยะ ห้ามออกนอกเมนูนะจ๊ะ พี่สุทนเตือนแล้วนะขอบอก ฮ่าฮ่า)

 

ร้านติดแม่น้ำท่าจีนใต้ต้นสาเกกินอิ่มแล้ว เดินทางผ่านสถานีตำรวจภูธรสามพรานและตลาดเก่าสามพรานไปสุดถนนเลี้ยวซ้ายเข้าวัดบางช้างเหนือนมัสการขอพรหลวงปู่จ้อย วันนี้พี่หนุ่ม-สุทนขอจบเรื่องเล่าไว้แค่นี้ก่อนค่ะ เส้นทางสายนี้มีเรื่องราวท่องเที่ยวอีกมากมายแล้วจะเล่าเรื่องให้ฟังนะจ๊ะ ขอบคุณและสวัสดีครับ

#เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #เที่ยวเพลิน #bigmaptravel

#ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพดี #เที่ยวทั่วไทยไปกับหนุ่มสุทน

อ่านต่อ

เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทนไปรู้จักหลวงพ่อคุ้มวัดบางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี เที่ยวไปกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครนายก

(เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทนไปรู้จักหลวงพ่อคุ้มวัดบางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี)วันนี้พี่หนุ่ม-สุทนได้เดินทางไปตามโปรแกรมของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครนายก ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต จ.นครนายก  จ.ปราจีนบุรีและจ.สระแก้ว

พี่หนุ่ม-สุทนเดินทางไปในวันที่ 16-17 กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวถึงวัดบางแตน ต.บางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี  วัดบางแตนเป็นวัดเก่าแก่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลายถึงปัจจุบันมีอายุเกือบๆ 300ปี วัดนี้ชาวบ้านบางแตนร่วมกันสร้างเพื่อเป็นวัดประจำ ต.บางแตน สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนาพุทธ เดิมมีชื่อว่าวัดสีลาดสัดทาทำและต่อมาสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส   เสด็จตรวจคณะสงฆ์ในเขตมณฑลปราจีนบุรีและเสด็จวัดสีลาดสัดทาทำ ทรงตรัสถามความเป็นมา เมื่อรับทราบความแล้วทรงมีรับสั่งให้เปลี่ยนชื่อตามชื่อตำบลบางแตน คือวัดบางแตน ส่วนวัดบางแตนยังมีเรื่องราวเล่าขานสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ในวันที่ 15 ธันวาคม 2451 ตรงกับ ร.ศ 127 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่5 เสด็จประพาสต้นมณฑลปราจีนบุรีโดยทางชลมารค(แม่น้ำบางปะกงหรือแม่น้ำปราจีนบุรี)ก่อนถึงวัดบางแตน บริเวณนี้แม่น้ำเป็นทางอ้อมประมาณ15เมตร สมัยนั้นเรือแจวเก๋งพระที่นั่งต้องแจวอ้อมเกือบ1วัน ดังนั้นชาวบ้านและหน่วยงานภาครัฐได้กราบฑูลให้ทรงทราบ ถ้าขุดเป็นร่องน้ำ สำหรับเรือเก๋งพระที่นั่งผ่านไปได้ใช้เวลาไม่นาน แล้วก็ขุดร่องน้ำเพื่อเรือเก๋งพระที่นั่งผ่านไปได้  ปัจจุบันร่องน้ำกลายเป็นเกาะในแม่น้ำปราจีนบุรีใกล้ๆ วัดบางแตนและพระองค์ท่านทรงประทับแรม ณ วัดบางแตน สำหรับองค์หลวงพ่อคุ้มพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านบางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี มีเรื่องราวเล่าขานกันว่า พ่อค้าคนหนึ่ง เดินทางมาจาก อ.ท่าวุ้น จ.ลพบุรี นำสินค้ามาค้าขายในชุมชน ต.บางแตนและได้บรรทุกองค์พระพุทธรูปจากวัดเขาสมอคอนมาด้วยกับเกวียนของตนเอง ครั้งนั้น หลวงตาแก่ ท่านเห็นองค์พระพุทธรูปในเกวียนพ่อค้า หลวงตาแก่ท่านเอ่ยปาก อัตมาขอบิณฑบาตพระพุทธรูปองค์นี้ ปรากฎว่าพ่อค้าเลยถวายให้หลวงตาแก่ เมื่อได้รับถวายแล้วยกไม่ขึ้น จึงประกอบพิธีอัญเชิญ ก็มองเห็นร่องรอยการแกะสลักองค์พระพุทธรูปด้วยหินศิลาแลงสามารถยกแยกออกมาได้16ชิ้น แล้วอัญเชิญประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถและชาวบ้านช่วยกันพอกปูนทับองค์พระพุทธรูปไว้ สำหรับชื่อหลวงพ่อคุ้ม ชาวบ้านเรียกขานกันมาถึงทุกวันนี้ มีเหตุผลของชาวบ้านเล่าเรื่องให้ฟังว่ามีทหารได้หนีภัยสงครามมาแล้วบอกชาวบ้านให้เข้าไปหลบภัยสงครามในพระอุโบสถเพราะอาดจะมีทหารข้าศึกเดินทัพผ่านมาทางบ้านบางแตน เมื่อชาวบ้านรู้ข่าวเรื่องสงครามจึงได้เข้าไปพร้อมกับทหารเพื่อหลบภัยสงครามในพระอุโบสถ และก็กราบขอพรองค์พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองและคุ้มภัย พอชาวบ้านและทหารรอดพ้นจากภัยสงคราม ต่อมาจึงเรียกว่าหลวงพ่อคุ้ม (เป็นที่มาของชื่อหลวงพ่อคุ้มมาจากคุ้มภัยสงครามนั้นเอง) องค์หลวงพ่อคุ้มสันนิษฐานกันว่าสมเด็จพระเจ้าอู่ทองแห่งกรุงศรีอยุธยาทรงสร้างไว้เป็นศิลปะแบบอู่ทอง ปัจจุบันหลวงพ่อคุ้มมีพ่อค้า แม่ค้า ข้าราชการและนักท่องเที่ยวเดินทางไปนมัสการขอพรหลวงพ่อคุ้มกันมาก ส่วนการแก้บนมีการฉายหนังกลางแปลง ลิเกและละครเป็นต้น นอกจากนี้ภายในวัดบางแตนมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ของชาวบ้านในลุ่มน้ำปราจีนบุรีเช่นเรือยาว เครื่องมือดักจับปลาและหวดดินเผาเป็นต้น น่าเดินทางไปเที่ยววัดบางแตน ด้านหน้าวัดมีสะพานแขวนข้ามไปเกาะแม่น้ำปราจีนบุรี  เย็นๆแดดร่มลมพัดผ่านสบายๆ จะเห็นแสงแดดอ่อนๆ แบบชิวๆ มองวิวทิวทัศน์สวยงาม ถ่ายภาพตรงสะพานแขวนสวยงามนะจ๊ะ นักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปวัดบางแตน อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายกโทรศัพท์ 0 3731-2282 ได้ทุกวันเวลา 08.30-16.30น. ขอขอบคุณ จ.ส.ต. สกล ทองคำ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายกได้เชิญคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวแล้วนำมาเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจเดินทางไปเที่ยว อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี

อ่านต่อ

ภูเขาสู่ทะเล และประวัติศาสตร์ พี่หนุ่ม-สุทน พาเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมไปจ.ระยอง ฮิฮิ

(เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน เดินทางไปเที่ยวเมืองระยอง จากภูเขาสู่ทะเลและประวัติศาสตร์เมืองระยอง) วันนี้พี่หนุ่ม-สุทน พาเดินทางท่องเที่ยวตามโปรแกรมไป จ.ระยอง พี่หนุ่ม-สุทน ขอเริ่มต้นจากกรุงเทพมหานคร

โดยเริ่มต้นออกเดินทาง 08.00 น. คณะของพี่หนุ่ม-สุทน ครั้งนี้ไม่ธรรมดาครับต้องติดตาม  ทั้งหมดมี 10ชีวิต วัยสูงอายุนิดๆฮ่าๆ และวัยรองมา 40 ปีขึ้น และวัย30 ปี ส่วนวัยรุ่น 25 ค่า เงียบบ้างฮ่าๆ บ้างมีทุกรสอยู่ในทริปนี้ แต่อย่างไรก็ตามเรื่องขำขำเห่ฮาเล่าขานกันเองนะในคณะของเรา  รถตู้ปรับอากาศแอร์เย็นสบาย แล้วแวะระหว่างทางคือมอเตอร์เวย์

                    

เดินทางต่อ จุดหมายคือประวัติศาสตร์ในวัดลุ่มมหาชัยชุมพลตัวเมืองระยอง บริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพลมีศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและต้นสะตืออายุ 300กว่าปี ตามประวัติศาสตร์กล่าวว่าเมื่อปี2309 สมัยนั้นพระยาตากสินหรือพระยาวชิรปราการ ได้รวบรวมผู้กล้าหาญประมาณ 500 ชีวิต ตีฝ่าวงล้อมของทัพพม่า ออกจากกรุงศรีอยุธยาไปรวบรวมเสบียงอาหารที่ชุมชนบ้านโพธิ์สาวหาร แล้วเดินทัพไปบางคล้าฉะเชิงเทรา ไปเมืองบางละมุงแล้วเข้าเมืองราย็องหรือ จ.ระยอง เจ้าเมืองให้การต้อนรับอย่างดี แล้วพักทัพและผูกช้างไว้ต้นสะตือ มีฝึกเหล่าทหารเพื่อกลับไปกอบกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยากลับคืนมาให้ได้และบริเวณนี้เหล่าทหารได้พร้อมใจกันสถาปนาให้พระยาตากสินขึ้นเป็นพระเจ้าตากสินแม่ทัพใหญ่แล้วนำทัพไปเมืองจันท์หรือเมืองจันทบุรี (เรื่องราวเมืองจันทร์มีอีกมากพี่หนุ่ม-สุทนขออนุญาตไว้แค่เมืองระยอง)

                   

และจุดที่2 ไปถนนยมจินดา พี่หนุ่ม-สุทนพาเดินข้ามสะพานแม่น้ำระยองเพื่อศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเก่าริมแม่ระยอง คณะเราแวะกินก๋วยเตี๋ยวร้านบ้านไม้เก่าแก่คู่กับเมืองเก่าระยองหัวมุมถนนยมจินดา แล้วเดินทางไปเที่ยวชมตึกโบราณย่านถนนยมจินดา มีบ้านเจ้าเมืองและตรงข้ามร้านกาแฟโบราณแต่ไม่โบราณเพราะบรรดาวัยรุ่นมานั่งร้านนี้กันมากขอบอก  ราย็องมีกาแฟโบราณและอาหารหลากหลายอย่างตามเมนู พอแล้วเสร็จเดินทางต่อจุดหมายคือร้านกาแฟสด รถตู้วนเวียนอยู่ในตัวเมืองระยอง ได้ยินเสียงบอกจากน้องดาวหน้าตาอิ่มเอิบว่า ร้านกาแฟเปิดบ่าย 3โมง คอกาแฟสดผิดหวังฮิ ฮะฮะ เดินทางต่อเพิ่มความหวังจะได้ดื่มกาแฟสดกับน้องวิสาวชาวเมืองน่านและพี่หนุ่ม-สุทนตั้งใจเต็มที่ ณ ตลาดบ้านเพ บอกรถตู้จอดๆ หน้าร้าน แป่ว?ใจหายแวบๆ (ร้านปิดค่า )

                       

             

             

เริ่มต้นกันใหม่เดินทางต่อเข้าที่พักนะทุกคนบอก “ได้ค่า”  พี่หนุ่ม-สุทนพาหลงทางฮ่าๆ ไม่เป็นไรใช้บริการ GPS ผู้นำทางโดยน้องดาวบอกเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาถึงนะจ๊ะ ว้าวที่พักติดชายหาด ต.ชากพง อ.แกลงระยอง ทุกคนเลือกห้องพักจนพอใจ จุดหมายที่3 ซื้ออาหารทะเลสดๆ ตลาดบ้านเพ ผ่านหาดแม่พิมพ์นักท่องเที่ยวเดินทางมาลงเล่นน้ำทะเลกันมากช่วงนี้อากาศร้อนคณะเรามองวิวทิวทัศน์สวยงามอยากลงไปเล่นน้ำทะเล แต่ต้องไปถึงตลาดบ้านเพ น้องดาวแม่บ้านใหญ่ จ่ายสตางค์แล้ว สั่งการ แยกกันไปซื้ออาหารสดนะ กุ้ง ปูและปลา ขอบอกว่าตลาดบ้านเพอาหารทะเลสดๆ ราคาไม่แพง นักท่องเที่ยวมาซื้อกันมากมาย ส่วนน้องอ้อม สาวเมืองเชียงใหม่พี่ใหญ่ของคณะ ต้องมีเครื่องดื่มเบียร์ 6 กระป๋องใหญ่555 ดื่มผู้เดียวถึงเที่ยงคืนครับ และทุกวัย ทุกคน ร่วมกันปิ้งๆย่างๆ ส่วนพี่หนุ่ม-สุทนมีหน้าที่กินครับ

              

              

               

 

               

รุ่งขึ้นวันใหม่ ทุกวัยตามสะดวกใครชอบแบบไหนจะเดินเล่นหาดทราย จะลงน้ำทะเล ถ่ายภาพสวยงามชายหาดทะเลเงียบสงบน่าลงเล่นน้ำคล้ายๆ เป็นหาดส่วนตัวแต่ไม่ใช่ นักท่องเที่ยวมาลงเล่นน้ำได้และ11โมง คณะเราออกเดินทางไปกินอาหารเที่ยงร้านผัดไทครูไกร เสร็จแล้วเดินทางกลับแวะซื้อของฝากตลาดบ้านเพ สำหรับจุดหมายปลายทางยังอยู่ในใจ เส้นทางกลับกรุงเทพฯ ผ่านทางเข้าตัวเมืองระยอง และแล้วสายตาพี่หนุ่ม-สุทน มองเห็นร้านกาแฟสดเก๋ๆ บอกรถตู้จอดแวะทันที ร้านกาแฟสด ทุกคนแยกกลุ่มตามอายุโดยมิได้นัดหมายฮ่าๆ เป็นตามนี่จริงๆนะ พี่หนุ่มเลยต้องนั่งคนเดียวซะงั้นครับ ได้เวลาแล้วคณะเราเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยความปลอดภัยถึงประมาณ 17.40 น. ความสุขเล็กๆ ของคณะทั้ง 10ชีวิตแสวงหาความสุขสนุกสนาม สมความตั้งใจของพี่ใหญ่ของคณะคือน้องอ้อมยุดากรและน้องๆ ร่วมทริป การเดินทางครั้งนี้ และขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานระยองได้มอบเสื้อเก๋ๆ ของททท.ให้ทุกคนในคณะ ด้วยความประทับใจ

               

แถมท้ายพี่หนุ่ม-สุทน ขอเล่าอีกนิด ตอนเย็นระหว่างรอน้องๆ ทำอาหารทะเลสดๆกันอยู่นั่น พี่หนุ่ม-สุทน ได้ออกมาวัดพลงไสวเพื่อเก็บข้อมูลมาเล่าเรื่องราวให้ฟัง วัดพลงไสว ต.ชากพง อ.แกลง จ.ระยอง ขอย้อนกลับไปสมัยร.5 ปี2436 ครั้งนั้นมีพระภิกษุสงฆ์นามว่าหลวงพ่อวาด อินทโชติ ท่านเดินทางโดยทางเรือมาจากเมืองตราด เพราะสมัยนั้นทหารฝรั่งเศสยึดอำนาจเมืองตราดอยู่ หลวงพ่อวาดเป็นพระวิปัสสนา นั่งสมาธิแล้วไม่สงบนิ่ง ท่านจึงได้พาญาติโยมเดินทางมาเพื่อแสวงหาสถานที่สงบสุขจนกระทั่งมาถึงอ่าวชากพง สมัยนั้นเป็นป่า ไม่มีผู้คนอาศัย ญาติโยมจับจองที่ดินทำมาหากิน สำหรับหลวงพ่อวาด ท่านหาสถานที่สงบนิ่งแล้วนั่งสมาธิ ปรากฎว่ามีพายุพัดมา ชาวบ้านช่วยกันสร้างกุฏิเล็กๆ พออาศัยอยู่นั่งสมาธิ และต่อมาร่วมกันสร้างวัดขึ้นมาในปี 2448 หลวงพ่อวาด อินทโชติเป็นเจ้าวาส ท่านนั่งสมาธิกรรมฐานจนได้ชื่อว่ามีเมตตาธรรมสูงและวิทยาคมแก่กล้า พูดน้อยมีบารมีมาก นักเลงโตกลัวอำนาจบารมีท่าน และท่านรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับชาวบ้านในละแวกนี้ เมื่อชาวบ้านมาขอพรและถามไถ่สิ่งใดก็ตาม หลวงพ่อวาด ถ้าพูดออกไปจะเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านเรียกหลวงพ่อวาดวาจาสิทธิ์ หลวงพ่อวาดท่านมรณภาพด้วยวัยชราในปี2487 สำหรับภายในวัดพลงไสว มีรูปหล่อหลวงพ่อวาด และประดิษฐานพระพุทธขัดสมาธิเพชร(พระพุทธสิหิงค์) มีพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและพระอุโบสถสีขาวสวยงาม

                         

เดินทางไปเที่ยวกันครับ ระยองยังมีเรื่องราวน่าสนใจให้ค้นหาอีกมากมายครับ

 

อ่านต่อ

พี่หนุ่ม-สุทน ชวนไปล่องเรือเก๋งโบราณสมัยรัชกาลที่5 ในแม่น้ำปราจีนบุรี ล่องเรือกินลมชมวิว ช้อปสินค้าเด่นจากกก ไหว้พระขอพร

(เที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน พาไปล่องเรือเก๋งโบราณสมัยรัชกาลที่5ในแม่น้ำปราจีนบุรี)วันนี้พี่หนุ่ม-สุทนเดินทางไป อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก ดูแลสถานที่ท่องเที่ยวในเขต จ.นรคนายก จ.ปราจีนบุรีและจ.สระแก้ว

ได้นำคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.ปราบุรีเมื่อวันที่16-17 กุมภาพันธ์ 2562 คณะสื่อมวลชนเดินทางไปชุมชนบ้านบางพลวง ต.บางพลวง อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ชุมชนบ้านบางพลวงเค้ารวมตัวกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเสื่อกกบ้านบางพลวงโดยมีป้าชุ่มหรือนางสาวชุ่ม ยะประดิษฐ์ ประธานกลุ่ม พี่หนุ่ม-สุทน ขอบอกว่าสุดยอดมากๆ เหตุผลชาวบ้านสวนใหญ่ในเขต ต.บางพลวงมีอาชีพทำนาข้าว

แต่บางสถานที่มีต้นกกขึ้นเต็มพื้นที่ ป้าชุ่มเล่าเรื่องให้ฟังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี2554 หนักสุดๆ ต้องใช้คำนี้แต่ป้าชุ่มบอกอีกน้ำท่วม2-3ปี แต่ปี2554 น้ำท่วมนาน นาข้าวเสียหายหมด ป้าชุ่ม ทำวิกฤติน้ำท่วมให้เป็นโอกาส นำกกมาท่อเป็นเสื่อกก จำหน่ายเริ่มต้นราคาถูกๆ ก่อนปรากฎว่าขายดี ป้าชุ่มมีกำลังใจหันไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ในที่สุดประสพผลสำเร็จ ผลิตภัณฑ์เสื่อกกหลากหลายรูปแบบ เช่นกระเป๋าสตรี รองเท้า เสื่อพับได้และสินค้าเสื่อกกแปรรูปอีกหลายอย่างแรกๆ ส่งขายในประเทศไทยต่อมาส่งไป สปป.ลาวแต่ปัจจุบันส่งขายไปประเทศญี่ปุ่นฮ่าๆฮ่าๆเสียงดังๆสุดยอดมากๆ ขอตะโกนดังๆว่าสุดยอดๆ หรือถ้าหากนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวเป็นหมู่คณะมีบริการอาหารประจำท้องถิ่นด้วย

   

เสร็จแล้วคณะสื่อมวลชนไปลงเรือ ท่าเรือ อบต.บางพลวงมีเจ้าหน้าที่มา4ท่าน ให้การต้อนรับสื่อมวลชน9ท่าน และเจ้าที่ททท.สนง.นครนายก 2 ท่าน ล่องเรือเก๋งโบราณสมัยรัชกาลที่5 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสต้นมณฑลปราจีนบุรี ปี 2451 รศ.127 ครั้งนั้นมีเรือหน่วยงานภาครัฐต่อเรือแบบเก๋ง เพื่อร่วมรอรับเสด็จรัชกาลที่5 ในแม่น้ำบางปะกงแต่ชาวบ้านชาวเมืองเรียกแม่น้ำปราจีนบุรี

ดังนั้นเรือเก๋งโบราณลำนี้ยังคงเก็บรักษาเอาไว้และเมื่อมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวล่องเรือแม่น้ำปราจีนบุรีจึงได้มีการซ่อมแซมเรือเก๋งโบราณลำนี้ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวล่องเรือย้อนอดีตสมัยรัชกาลที่5 สมัยนั้นเรือเก๋งลำนี้มี4แจว หัวเรือและท้ายเรือ แต่ปัจจุบันติดเครื่องยนต์หางยาวเรือแล่นช้าๆ พี่หนุ่ม-สุทน นั่งคิดอยู่ในใจ ทำเรือวิ่งฉิวไม่ได้ อ้อรู้แล้วน้ำหนักมากฮิฮิ ฮ่าๆ สื่อมวลชนมีอายุมากประมาณ70ปี รวมกันแล้วในเรือ13ชีวิต น้ำหนักอายุ673ปีมันเป็นเช่นนี้ขอบอกขำขันฮา การล่องเรือเก๋งโบราณย้อนยุคครั้งนี้เหมาะสมจริงๆ กับเรือคณะสื่อมวลชนและมีเจ้าหน้าที่อบต. บางพลวงขับเรือขนาบข้างซ้าย ดูแลความปลอดภัย555 ให้สมจริงนะจะบอกให้ แต่เมื่อล่องเรือมีเสื้อชูชีพให้ส่วมใส่เพื่อความปลอดภัย แต่แม่น้ำปราจีนบุรีไม่มีคลื่นเรือแล่นสบายใจ ลมพัดผ่านมาเย็นๆมีผู้บรรยายให้ความรู้พอผ่านสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่นวัดบางคาง

    

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ไทยเราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 ปี2309 กองทัพพระเจ้าตากสินออกเดินทางทัพจากกรุงศรีอยุธยามาปากแม่น้ำโจ้โล้บางคล้าฉะเชิงเทรา กองกำลังของพม่าสมัยนั้นไล่มาทันก็เลยทำให้กองทัพพระเจ้าตากสินถอยร้นมาเมืองปราจีนบุรีเมืองเก่าติดแม่น้ำปราจีนบุรีใกล้ๆ กับวัดบางคาง แล้วเรือมาล่องมาถึงหน้าวัดแก้วพิจิตรในตัวเมืองปราจีนบุรี คณะสื่อมวลชนขึ้นจากเรือชมความงดงามของพระอุโบสถ กราบพระอภัยทาน(หลวงพ่ออภัยวงศ์)วัดแก้วพิจิตร ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศร(ชุ่ม)ให้จัดสร้างพระอุโบสถเป็นศิลปะ4ประเทศ คือจีน เขมร ยุโรปและไทย สวยงามมากควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เยาวชนได้เดินทางมาศึกษาหาความรู้ สำหรับในพระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางอภัยทานหนึ่งเดียวในประเทศไทย

    

นักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปล่องเรือเก๋งโบราณย้อนอดีตสมัยรัชกาลที่5ในแม่น้ำปราจีนบุรีได้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สนง.นครนายก โทรศัพท์ 037-312282 ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30-16.30น. และขอขอบคุณ จ.ส.ต.สกล ทองคำ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนชมรมนักข่าวท่องเที่ยวพร้อมด้วยนางสาวเสาวนีย์ คนกล้า รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก ที่นำคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวในเขตเมืองปราจีนบุรี

อ่านต่อ
1 2
Page 1 of 2